
ในพื้นที่ภาคใต้ ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของแม่ทัพอย่าง “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เห็นเป็นคนเงียบๆ แต่เล่นเกมการเมืองแบบ "ใจใหญ่-ใจกว้าง-ใจถึง" ทั้งประชาชนและนักการเมืองต้องยอมรับว่า "พรรคนี้พูดแล้วทำ"
จากผลงานในสนามเลือกตั้งปี 2566 พรรคภูมิใจไทยปักธงในภาคใต้ได้ถึง 12 ที่นั่ง รวมถึงยกจังหวัดกระบี่ทั้ง 3 เขต แต่เลือกตั้งรอบหน้า…ไม่พอ! "โกเกี๊ยะ" ยังเดินหน้าทำงานไม่หยุด หวังให้พรรคสีน้ำเงินคว้าที่นั่ง “ไม่ต่ำกว่า 30 เก้าอี้” จากทั้งหมด 59 ที่นั่งในภาคใต้
ตัวเลขนี้สะท้อนความมั่นใจและการเติบโตแบบก้าวกระโดด เป็นการประกาศศักดาขอขึ้นแท่น “เบอร์หนึ่งภาคใต้” แทนพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยครองตำแหน่งมายาวนาน
กลยุทธ์ของภูมิใจไทย ไม่ใช่การเมืองบนเวทีหรือโพสต์โซเชียลฯ แต่เป็น “การเมืองบนความจริง” ผ่านการทำงานที่เห็นผลเป็นรูปธรรม ถือเป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ภาคใต้ในยุค "รองนายกฯ พิพัฒน์" ไม่ว่าจะเป็นการเร่งสร้างถนน สะพานข้าม ขยายเส้นทางการเดินทาง ทั้งทางบก อากาศ น้ำ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวใต้ให้สะดวกสบายขึ้น จนหลายพื้นที่สามารถเห็นและสัมผัสได้จริง
ขณะเดียวกัน "พิพัฒน์" ยังเดินหน้าผนึกกำลังกับ "บ้านใหญ่" หลายจังหวัด ทั้งชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ล่าสุดดีลใหญ่สะเทือนวงการการเมืองใต้ คือการดึง "นายนิพนธ์ บุญญามณี" อดีตรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย และอดีตแม่ทัพประชาธิปัตย์ มานั่งคุมทีมสงขลาเต็มตัว
แถมยังมีตระกูล "โล่สถาพรพิพิธ" จากตรัง ที่ยกทีมลาออกจาก ปชป.มาสวมเสื้อภูมิใจไทยเรียบร้อย ด้วยการตามจีบอย่างต่อเนื่องของ “พิพัฒน์” และเพียงยิ้มบางๆ โดยไม่พูด แต่อ่านใจได้ว่า ภารกิจตอกเสาเข็มหลักในภาคใต้บรรลุเป้าหมายแน่
นี่คือ การประสานระหว่าง “ผลงาน-ความเชื่อมั่น-ทรัพยากร” ที่เอื้อให้การเลือกตั้งครั้งหน้าของพรรคภูมิใจไทยอย่างแท้จริง
เรียกได้ว่า…ถนนทุกสายมุ่งสู่ค่ายสีน้ำเงิน เพื่อจะต่อยอดจาก “สี่เดือน” เฉพาะกิจ เป็น “สี่ปี” อำนาจเต็มอย่างมั่นคง.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดินเท้าขอบคุณ
ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก
'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'
ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต
"พักก่อนพี่เต้"
บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง
'อยากดูแลทุกคน'
การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด
โพสต์เดือด!
พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้
‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง
ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย

