บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าเป็นเรื่องระดับโลกทันทีเมื่อ Cloudflare-คลาวด์แฟลร์” บริษัทสัญชาติอเมริกันที่ให้บริการเครือข่ายการจัดส่งเนื้อหา, การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และระบบการตั้งชื่อโดเมน ฯลฯ ซึ่งใครต่อใครเคยบอกว่าไม่มีโอกาสล่ม ได้เกิดเหตุเป็นครั้งแรก เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 พ.ย.ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงค่ำ เล่นเอาเว็บไซต์หลายแห่งไม่สามารถเข้าไปใช้บริการต่างๆ ได้ งานนี้ “ไชยชนก ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ก็ระบุว่า “ยังไม่พบผลกระทบต่อระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (จีดีซีซี) เว็บไซต์และการให้บริการทางอินเทอร์เน็ตภายในหน่วยงานสังกัดดีอี” แหม! สงสัยลืมบอกไปว่าเว็บเอกชนรวมถึงสื่อสังคมออนไลน์เกิดอาการป่วนกันเป็นทิวแถว ...๐

ชาวบ้านยังสงสัยในผลงานของ “รมต.นก” ซึ่งท่าดีในก่อนดำรงตำแหน่งและนั่งเก้าอี้ช่วงแรกๆ โดยเฉพาะการปูดเรื่องสินบน 40 ล้านบาทไม่ให้ปราบสแกมเมอร์ แต่ทำไมยิ่งนานยิ่งออกอาการเรื่อยๆ มาเรียงๆ เหมือนกับอดีต รมต.ไอซีทีคนเก่าๆ อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การเก็บภาษีแอฟช็อปปิ้งออนไลน์ต่างชาติก็เงียบหายไม่เคยพูดถึง ล่าสุดปัญหา “อินฟลูเอนเซอร์” ที่ไปสร้างชื่อฉาวในต่างประเทศทำให้ชาติเสียหาย ก็ไม่เคยออกมาตำหนิติติง ซึ่ง ล่าสุด “รศ.ประไพพิศ มุทิตาเจริญ” ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและอาจารย์ประจำคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ก็เสนอแนะให้มีการกำหนดจริยธรรม จรรยาบรรณ และมีมาตรการกำกับดูแลเพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแพร่สู่สังคม โดยเฉพาะ เนื้อหาละเอียดอ่อนในด้าน “สุขภาพ การเงิน กฎหมาย” ซึ่งเป็นเรื่องน่าพิจารณาอย่างยิ่ง ...๐

พูดถึงโลกออนไลน์ไม่เอ่ยอ้างถึง “กัมพูชา” ไม่ได้ เพราะดูเหมือนช่วงนี้เขมรได้ปฏิบัติการข่าวสารหรือไอโอหนักข้ออย่างยิ่ง หลังเริ่มจนแต้มจากการละเมิดปฏิญญาสันติภาพ ด้วยการฝังทุ่นระเบิดใหม่ โดย “พล.ต.วินธัย สุวารี” โฆษกกองทัพบกระบุว่า นอกจากเป็นข่าวปลอมแล้ว ยังส่อเจตนาไอโอชัดแจ้ง เพราะมีการเตรียมการและประสานงานกันอย่างผิดสังเกต ทั้งด้านความสอดประสานของเวลา โดยออกแถลงการณ์โจมตีฝ่ายไทยอย่างพร้อมเพรียงจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงแรงงานฯ กระทรวงวัฒนธรรมฯ สหภาพแรงงาน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (CHRC) …๐

ขณะที่ น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินตราด (ผบ.ฉก.นย.ตราด) ก็ชี้ชัดกรณีเขมรสร้างสถานการณ์ในขณะนําคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือ AOT ลงพื้นที่ โดยระบุว่าเป็น ยุทธวิธีที่ผู้ก่อการร้ายใช้กันคือสร้างข่าวลือกระพือข่าวชั่วป้ายสีไทย จึงไม่แปลกที่ “พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์” รมต.กลาโหมสายพิราบยังเหลืออด แต่ยัง ติดว่าเป็นสายบุ๋นเลยไฟเขียวเรื่องกฎการใช้กำลัง 3 ขั้นคือ “เจรจา-เตือน-ยิงตรง” นี่ถ้าเป็นสายเหยี่ยวอาจเหลือแค่ 2 ขั้น หรือขั้นเดียวก็เป็นได้ ...๐

หันกลับมาดูการเมืองไทยกันบ้าง ต้องบอกว่า “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานสภาผู้แทนราษฎรถูกถอนหงอกเป็นว่าเล่นเมื่อช่วงวันพุธจากการให้สัมภาษณ์ดักคอรัฐบาล โดยเฉพาะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่บอกว่าหากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายรัฐบาลเมื่อใดก็ไม่สามารถใช้อำนาจยุบสภาได้ คนแรกที่ถอนหงอกออกมาคือ “สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่จัดไปดอกเล็กว่าย้อนแย้ง และตีความคับแคบ ตามมาด้วย “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านกฎหมายที่ร่ายยาวแบบถอนหงอกให้หน้าหงายแบบเจ็บๆ อายๆ บอกว่า เป็นประธานสภาฯ หลายครั้งแล้ว ควรตีความญัตติซักฟอกอย่างที่เคยทำมา ...๐

พูดถึงการเมืองไม่เอ่ยถึงนายกฯ หนูก็ไม่ได้ เพราะเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยประกาศชื่อ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของพรรค คือ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และ รมว.การคลัง ที่หัวหน้าหนูประกาศว่ากำลังจีบอยู่ และพรรคจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเลยจะเพิ่มรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพิ่มเติม ก็เล่นเอาพลพรรค ภท.สะดุ้งและอิจฉา “เอกนิติ” กันเป็นทิวแถวว่า ทำ “คนละครึ่งพลัส” ครั้งเดียวได้รับอานิสงส์พะเรอเกวียนกันเลยทีเดียว ...๐

พูดถึงปากท้องไม่เอ่ยเรื่องงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2570 ไม่ได้ เพราะ “นายกฯ อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะ แต่ “ภราดร ปริศนานันทกุล” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลประชุมว่ายังเป็นงบประมาณขาดดุลอีก 1 ปี  โดยมีรายจ่าย 3.788 ล้านล้านบาท ขาดดุล 788,000 ล้านบาท หรือขาดดุล 3.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งถือเป็นที่ปี 20 ที่ขาดดุล แม้ตัวเลขขาดดุลจะสู้ปี 2569 ซึ่งทำสถิติสูงสุดไม่ได้ แต่ก็เริ่มคิดเรื่องการเดินหน้าสู่งบประมาณสมดุลหรือเกินดุลบ้างแล้ว ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว