ไม่ใช่ลูกพญานาค

“ไม่ใช่ลูกพญานาค… ” วลีสั้นๆ แต่แทงใจดำคนอ่างทองและพระนครศรีอยุธยาแบบสุดๆ เพราะทุกครั้งที่น้ำหลากลงมาท่วมลุ่มเจ้าพระยา คนพื้นที่ก็ต้องกลายเป็น “ผู้รับน้ำตามธรรมชาติ” อย่างจำยอม ทั้งที่ไม่มีใครเกิดมาพร้อมครีบ ไม่มีใครอยากใช้ชีวิตลุยน้ำเป็นกิจวัตรเหมือนปลาในท้องนา

เมื่อไม่นานนี้ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่อ่างทอง-พระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะใหญ่ โดยมี "รมต.แบด" ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และ สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ที่แทบไม่ได้กลับทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา คอยเคียงข้างทำงานแก้ปัญหาน้ำท่วมอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา

ภาพนายกฯ พร้อมคณะเดินลุยน้ำรับฟังเสียงประชาชน มอบถุงยังชีพพร้อมตรวจดูที่พักชั่วคราว แล้วประชุมบูรณาการงานน้ำต่อทันที ถือว่าเป็นการทำงานเร็วแบบสายฟ้าแลบตามสไตล์รัฐบาลหนู “สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน”

แต่สาระสำคัญอยู่ที่หลังจากลงพื้นที่เสร็จ รัฐบาลไม่ปล่อยให้ภาพลุยน้ำจางหายไปเฉยๆ ยังเดินหน้าประชุมแผนจัดการน้ำปี 2570 กับรองนายกฯ โสภณ ซารัมย์ เพื่อรื้องานใหญ่ระดับโครงสร้าง ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ จุดเน้นคือลุ่มเจ้าพระยาที่ท่วมซ้ำซากเป็นกรรมจำยอมมาตลอดหลายสิบปี

“รมต.ภราดร” แห่งอ่างทอง พูดประโยคที่ชาวบ้านพยักหน้าตามกันทั้งจังหวัดอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ว่า ...ไม่มีครีบ ไม่ใช่ปลา และไม่ใช่ลูกพญานาค... เพราะทุกปีเมื่อน้ำมา คนพื้นที่ต้องทน ต้องยอม  ต้องรับสภาพว่าเป็น “วิถี” ทั้งที่ไม่มีใครอยากให้วิถีชีวิตคือการยกของขึ้นชั้นสอง ขนรถหนีน้ำ แล้วลุ้นว่าปีนี้จะท่วมแค่หน้าแข้ง ถึงเอว หรือมิดหัว

“ชาวบ้านไม่ต้องการบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ถุงยังชีพ หรือเงิน 9 พันบาทแก้ปัญหารายปี เขาต้องการ 'ชีวิตปกติ' ที่น้ำไม่ท่วมบ้าน ไม่ต้องลุ้นว่าฝนเทลงมาแล้วทุกอย่างจะพัง” รมต.แบดกล่าว

นี่แหละคือสิ่งที่รัฐบาลต้องเดินหน้าให้จบแบบเด็ดขาด หากทำได้จริง จะไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาอย่างเดียว แต่คือการคืนศักดิ์ศรีให้คนลุ่มเจ้าพระยา ว่าเขาก็เป็นคน ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ถูกกำหนดให้ต้องลอยคอรอความช่วยเหลือทุกปี.

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ซื้ออาหารทานเอง'

'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.

จาริสตาร์ 32

ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”

ฝ่ายค้านครั้งแรก

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

ผู้จุดประเด็น

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

‘ตื่นเต้นนิดๆ’

จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้

‘บ่นแทนประชาชน’

อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน