เข้าใจคนชายแดน

ถ้าเอ่ยชื่อ กวาง–ไตรศุลี ไตรสรณกุล นาทีนี้ หลายคนคงนึกถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรีหญิงของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ทำงานเงียบ สุขุม แต่เดินเกมเร็ว ไม่หวือหวา ทว่าจับงานอยู่หมัด

บทบาทในทำเนียบรัฐบาลตลอดช่วงที่ผ่านมา ไตรศุลี ไม่ได้เป็นเพียงผู้ประสานงานตามตำแหน่ง หากแต่ทำหน้าที่เสมือนด่านหน้า รับมือสารพัดโจทย์หนัก ตั้งแต่การเมือง เศรษฐกิจ ภัยพิบัติ ไปจนถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่ตึงเครียดเป็นระยะ

ในสนามเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เธอตัดสินใจลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ด้วยเหตุผลง่ายๆ แต่ชัดเจน คืออยากดูแลพี่น้องประชาชนในภาพรวมของประเทศ จากประสบการณ์ที่คลุกคลีงานนโยบายมาโดยตรง

แต่ตระกูล ไตรสรณกุล ไม่ได้มีแค่ชื่อของ ไตรศุลี บนเวทีการเมืองระดับประเทศ เพราะในพื้นที่บ้านเกิด จังหวัดศรีสะเกษ โดยเฉพาะอำเภอกันทรลักษ์ ยังมีอีกหนึ่งชื่อที่ชาวบ้านคุ้นหน้า คุ้นตา นั่นคือ ชิตพล ไตรสรณกุล พี่ชาย ที่อาสาลงสมัคร สส. เพื่อทำงานรับใช้คนในพื้นที่ชายแดน หลังทำงานท้องถิ่นมานาน นิยามของ ชิตพล อาจไม่หรูหรา“หล่อไม่มาก พูดน้อย แต่ขยัน ใจดี และชอบลงพื้นที่”

สองพี่น้องเติบโตจากครอบครัวที่ผูกพันกับงานสาธารณะมาโดยตลอด เป็นบุตรของ “นายกส้มเกลี้ยง” วิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ และคุณแม่ กัญญ์ฐณัฐฐา ไตรสรณกุล ที่ปรึกษาเหล่ากาชาด บ้านนี้จึงซึมซับเรื่องการทำงานเพื่อส่วนรวมเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องสอนกันมาก

ในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนตึงเครียด ชิตพลไม่รอคำสั่ง ไม่รอจังหวะข่าว แต่เลือกลงพื้นที่ศูนย์พักพิง ไปพบพี่น้องที่ต้องอพยพออกจากบ้าน บางครอบครัวไม่ได้กลับบ้านหลายวัน ห่วงไร่นา ห่วงวัวควาย ห่วงอนาคต ความกังวลเหล่านี้เขาเห็นกับตา และเลือกจะไป “อยู่ตรงนั้น” เพื่อให้กำลังใจกันแบบคนบ้านเดียวกัน

การเลือกตั้งครั้งนี้ เขาเปิดเพจเฟซบุ๊ก ชิตพล ไตรสรณกุล ใช้เป็นพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้าน รับฟังปัญหา รับฟังความเดือดร้อน เพื่อนำไปต่อยอดการทำงานในพื้นที่จริง ไม่ใช่รับฟังแล้วหายไปตามฤดูกาลเลือกตั้ง

หนึ่งคนน้องสาวทำงานเชิงนโยบายเคียงข้างนายกฯ อีกหนึ่งคนพี่ชาย อาสาลงสมัคร สส.รับใช้พี่ประชาชน และที่สำคัญทั้งคู่เป็นคนชายแดน ย่อมเข้าใจคนชายแดน.

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดินเท้าขอบคุณ

ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก

'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'

ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต

"พักก่อนพี่เต้"

บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง

'อยากดูแลทุกคน'

การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด

โพสต์เดือด!

พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้

‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง

ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย