บันทึกหน้า 4

สวัสดีปีใหม่พุทธศักราช 2569 ซึ่งวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2569 ตรงกับ วันพฤหัสบดี ขึ้น 13 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเส็ง ชีววาร(ช) ปุสยมาส สัปตศก จ.ศ.1387, ค.ศ.2026, ม.ศ.1947, ร.ศ. 244 สุริยคติ เป็น ปกติสุรทิน, จันทรคติ เป็น อธิกมาส ปกติวาร โดยปี 2569 เป็นปีนักษัตรมะเมีย (ปีม้า) และเป็นปีม้าธาตุไฟ (ปีม้าไฟ) โดยตามโหราศาสตร์จีน ปีที่ปีชงตรงคือ ปีชวด (ปีหนู) และมีปีชงร่วมคือ ปีมะเมีย ปีเถาะ และปีระกา ...๐

ถือเป็นปีม้าไฟอย่างยิ่ง เพราะ แค่ประเดิม 7 วันอันตรายรับปีใหม่ 2569 ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.2568 มีอุบัติเหตุเกิดแล้วขึ้น 198 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 190 คน และผู้เสียชีวิตถึง 29 ราย

โดยจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นำโด่งมา 3 ราย ส่วนจังหวัดที่บาดเจ็บสูงสุด คือ ภูเก็ต 12 คน ก็ไม่รู้ว่าสิ้นสุดโครงการแล้ว “กรุงเทพฯ” ภายใต้บังเหียนของผู้ว่าฯ ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ซึ่งเพิ่งออกโครงการปั่นจักรยานสาธารณะในปีสุดท้ายออกมานั้น จะครองแชมป์หรือติดท็อปไฟว์เหมือนที่ผ่านมาๆ หรือไม่ ...๐

หันมาดูการปะทะชายแดนส่งท้ายปีกันบ้าง เพราะหลังลงนามในแถลงการณ์ร่วมที่เป็นผลจากประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 7/2568 ไปเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2568​ ฝ่ายไทยก็ได้ปล่อยเชลยศึก ซึ่งเป็นทหารกัมพูชา 18 นาย กลับมาตุภูมิไปแล้ว ที่ด่านถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เมื่อเวลาสิบโมงเช้า หลังมีการหยุดยิง 72 ชั่วโมง ซึ่งคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ก็ได้ออกแถลงการณ์เรื่องดังกล่าวสนับสนุนทันที ...๐

ในขณะที่ทางการไทยทั้งกระทรวงการต่างประเทศภายใต้ดูแลของ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รมว.การต่างประเทศ ก็ได้ออกแถลงการณ์ดังกล่าวทันทีเช่นกัน ตามมาด้วย “สภาความมั่นคงแห่งชาติ” ในบังเหียนของ “ฉัตรชัย บางชวด” ก็ออกแถลงตามมาติดๆ โดยเฉพาะของ สมช.นั้น มีถึง 7 ข้อสรุป โดยเฉพาะข้อทิ้งท้ายที่ระบุว่า “ไทยจะดำรงการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมฯ ตราบเท่าที่กัมพูชาดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมฯ เช่นเดียวกัน ดังนั้น เจ้าหน้าที่ทหารจะดำรงความพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน เป็นสําคัญ” ...๐

เรียกว่าเป็นการเตือนสติคน “ตระกูลฮุน” ว่าอย่าแหลมหรืออย่าเหลี่ยมกับกองทัพไทย โดยเฉพาะเรื่องทุ่นระเบิดสังหาร หากมีการเสียขารายที่ 12 เกิดขึ้นอีก ก็เชื่อว่าต้องมีการเช็กบิลแน่นอน เพราะทหารไทยต้องไม่ตายและสูญเสียอวัยวะฟรีๆ แน่ ...๐

หันมาดูการเมืองว่าด้วยการเลือกตั้งกันบ้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม.เขต 33 ที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้สมัคร เนื่องจาก “บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์” ผู้สมัครที่ถูกจับกุมในข้อหายิ่งกว่าสีเทาเสียอีก พรรคส้มที่บอกว่ามีเราไม่มีเทาก็เลยไปดึง “เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร” ที่บอกว่าจะไม่ลงสมัครแล้วกลืนน้ำลายกลับมา แต่เชื่อว่าไม่จบง่ายๆ เพราะล่าสุดมีผู้สมัคร สส.จากพรรคเสรีรวมไทยไปร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้เพิกถอนการรับสมัครผู้สมัครรายใหม่ของพรรคประชาชนแล้ว ...๐

นี่ยังไม่นับรวมการเตือนจากอดีต สว.สมชาย แสวงการ ที่ได้ยกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 50 ให้ดูดีๆ ว่าจะเปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส.แทนผู้สมัครคนที่มีปัญหาได้จริงหรือไม่ รวมถึงอดีต กกต.อย่าง “สมชัย ศรีสุทธิยากร” ก็ได้เตือนไว้ในท่วงทำนองเดียวกัน บอกได้เลยว่าหากผลการเลือกตั้งเขต 33 หวยออกที่พรรคส้มจริง เชื่อว่าเรื่องไม่จบและไปถึงศาลรัฐธรรมนูญแน่ แต่หากหวยออกที่พรรคอื่นก็เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะหายเข้ากลีบเมฆ ก็ไม่รู้ว่าใครจะสวดภาวนาอย่างไร แต่บอกได้คำเดียวต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเรื่องดังกล่าวอาจลามเป็นไฟไหม้ป่าได้ เพราะคดีสแกมเมอร์ที่พัวพันการฟอกเงินของทั้ง “เบน สมิธ-ก๊ก อาน-ยิม เลียก” นั้น มีวงเงินคร่าวๆ แค่ 15,000 ล้านบาท แต่ของ “บุญฤทธิ์” เล่นไปถึง 2 หมื่นล้านบาทกันเลยทีเดียว แล้วพรรคที่บอกว่าไม่มีเทาจะไม่รู้เหรอ โดยเฉพาะทั่น “รังสิมันต์ โรม” ผู้เปิดและขย้ำ “เบน สมิธ” มาตั้งแต่ต้น ...๐

พูดถึงพรรคส้มไม่เอ่ยถึง ดรามาของ “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” และ “รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์” ไม่ได้ เพราะล่าสุด “คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)” ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง การละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการคุกคามทางเพศเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ซึ่งชัดเจนว่าเป็นการหนุน “ไอซ์” แต่หากอ่านข้อเขียนของ “อัษฎางค์ ยมนาค” หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ ที่โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “สังคมไทยต้องตั้งคำถามต่อว่า ศักดิ์ศรีของนักการเมืองในยุคนี้ มีเสียงดังกว่าความมั่นคงของประมุขแห่งรัฐ ความย้อนแย้งเชิงบรรทัดฐาน” ก็น่าสนใจและ น่าติดตามว่า กสม.จะโดนหางเลขมาตรา 157 เรื่องปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือไม่อย่างไร ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯ อีกสองคน ก็ชัดเจนลงตัวแล้ว โดยประธานสภาฯ คือ โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์หลายสมัย สายตรงเนวิน ชิดชอบ

บันทึกหน้า 4

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2569 แล้วโดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2569 เป็นต้นไป ซึ่ง “ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์” เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ระบุว่า

บันทึกหน้า 4

ประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลาป่วย มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ เป็นประธานแทน ต่อมาเวลา 11.45 น. นายกฯ

บันทึกหน้า 4

การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ใกล้ได้ข้อสรุป หลังการเจรจาพรรคร่วมรัฐบาลคืบหน้าอย่างชัดเจน โดยสูตรรัฐบาลที่มี “พรรคภูมิใจไทย” เป็นแกนนำสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ 291 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ และพรรคขนาดเล็กบางส่วน

บันทึกหน้า 4

บันทึกบอกกล่าวเล่าสิบ ..หลังผ่านการเลือกตั้งมาตั้งแต่ 8 ก.พ. ได้ฤกษ์แล้วว่า ในวันที่ 14 มี.ค.ศกนี้ จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภาอย่างเป็นทางการเพื่อเลือก "ประธานรัฐสภา" อันถือเป็นลำดับขั้นตอนแรกก่อนที่จะมีการโหวต "นายกรัฐมนตรี" คนที่ 33 ให้ไปบริหารจัดการราชการแผ่นดินต่อไป ...

บันทึกหน้า 4

กลับสู่โหมดการเมืองเต็มตัว หลัง กกต. ปลดล็อก รับรอง สส. ระบบเขต และปาร์ตี้ลิสต์ 499 คน เหลือแค่สุพรรณบุรี เขต 2 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากพรรคภูมิใจไทย ที่โดนแขวน เนื่องจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งส่อทุจริต "ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์"