
ประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานว่าเป็น "จุดยุทธศาสตร์สำคัญ" ของภูมิภาคอาเซียน ทั้งในด้านภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม แต่สิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในนาทีนี้คือ บทบาทใหม่ในฐานะ "ศูนย์กลางเอนเตอร์เทนเมนต์ระดับโลก" ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ล่าสุดไทยเตรียมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการดึงเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกมาปักหมุดในประเทศเป็นครั้งแรก
โดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้สร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยอนุมัติส่งเสริมการลงทุนให้แก่ บริษัท วีอาร์วัน.เวิลด์ (ไทยแลนด์) จำกัด ในการจัดงาน Tomorrowland มหกรรมดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ (EDM) ระดับโลก ในประเทศไทย ภายใต้ชื่องาน “Tomorrowland Thailand” ซึ่งถือเป็นที่แรกในเอเชีย โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ไทยเป็น Festival Hub ของเอเชีย และเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานเทศกาลระดับโลก
นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ทีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล (ในเครือ Tomorrowland Group ประเทศเบลเยียม) และ บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส สัญชาติไทย ผู้มีประสบการณ์จัดงานระดับสากลอย่าง Siam Songkran Music Festival โดยการจัดงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่งานดนตรีทั่วไป แต่เป็นโครงการยุทธศาสตร์ 5 ปี ที่มีรายละเอียดน่าสนใจ ทั้งกำหนดการจัดงาน จะเริ่มครั้งแรกในเดือน ธ.ค.2569 สถานที่ Wisdom Valley จังหวัดชลบุรี โดยสามารถรองรับผู้ชม สูงสุด 50,000 คนต่อวัน นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าจะสร้างรายได้หมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 21,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 5 ปี
นอกจากนี้ยังมีการดำเนินโครงการ “Tomorrowland Academy” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และมาตรฐานการจัดงานระดับสากลให้แก่บุคลากรไทย ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพของธุรกิจบริการและอีเวนต์ในประเทศให้ก้าวสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง และเพื่อให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางของ Mega Event อย่างแท้จริง บีโอไอได้ปรับหลักเกณฑ์และสิทธิประโยชน์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้จัดงานระดับโลก ดังนี้
การอำนวยความสะดวก ปลดล็อกเรื่องวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ของศิลปินและทีมงานผ่านศูนย์ One Stop Service (อาคาร One Bangkok) โดยร่วมมือกับ ตม.และกระทรวงแรงงาน, สิทธิประโยชน์ทางภาษี ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้จัดงานชั่วคราว และเกณฑ์การส่งเสริม ต้องเป็นงานมหกรรมขนาดใหญ่ที่มีเงินลงทุนหรือค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาทต่องาน
“บีโอไอได้เปิดส่งเสริมกิจการจัดงานมหกรรมดนตรี กีฬา และเทศกาลนานาชาติ มาตั้งแต่ปี 2567 เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางในการจัดงานระดับโลก และเป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยวของภูมิภาค โดยบีโอไอได้ปลดล็อกอุปสรรคของการจัดงานขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวีซ่าและใบอนุญาตทำงานของศิลปินและทีมงานต่างชาติ และเรื่องภาระภาษีของอุปกรณ์จัดการแสดงที่อาจนำเข้ามาใช้เพียงชั่วคราวแล้วส่งกลับออกไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้จัดงานระดับโลกสามารถเข้ามาจัดงานแสดงในไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมหกรรมคอนเสิร์ต กีฬา หรืองานเทศกาลนานาชาติต่างๆ ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ยกระดับภาพลักษณ์ของไทยในกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง ช่วยสร้างรายได้ให้กับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สินค้าท้องถิ่น และบริการต่างๆ รวมถึงช่วยสร้างประสบการณ์ให้กับคนไทย และยกระดับบุคลากรไทยในธุรกิจอีเวนต์ด้วย” นายนฤตม์กล่าว
การที่ Tomorrowland เลือกประเทศไทยเป็นบ้านหลังแรกในเอเชีย จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า "ยุทธศาสตร์ด้านเอนเตอร์เทนเมนต์" ของไทยกำลังเดินมาถูกทาง และพร้อมแล้วที่จะเปิดรับความตื่นตาตื่นใจระดับโลกที่จะตามมาในอนาคต.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประเมิน3ฉากทัศน์สงครามอิหร่าน
สถานการณ์ความตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ได้กลายเป็นปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิภาคและระบบเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งดังกล่าวไม่เพียงจำกัดอยู่ในมิติทาง
จากความขัดแย้งสู่แผนยั่งยืน
การปิดตำนานข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลไทย และบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด เมื่อต้นปี 2569 ไม่ใช่เพียงการหยุดคดีความในชั้นอนุญาโตตุลาการเท่านั้น แต่ถือเป็น “การรีเซต” ครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ไทยที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากภาพจำเดิมๆ สู่การเป็น “อุตสาหกรรมต้นน้ำเชิงยุทธศาสตร์” ที่สมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ยกระดับแท็กซี่ไทย
จากบริบทของปัญหาอาชญากรรม และพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของผู้โดยสารในช่วงที่ผ่านมา ปัญหาที่พบ อาทิ การปฏิเสธผู้โดยสาร
ลดทุจริตเจรจาการค้าดันศก.โต3%
หลังสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 ขยายตัวเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 2.5% และพลิกกลับมาขยายตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ 1.9% ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2568
อาหารยอดฮิตที่ได้ไปต่อในปี2026
ต้องบอกว่าในยุคนี้ร้านอาหารมีให้ผู้บริโภคได้เลือกกันหลากหลายอย่างมาก และค่อนข้างสะดวกสบายเพราะมีหลายสาขาเปิดให้บริการ รวมถึงการสั่งผ่านแอป ก็เป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยม โดยหนึ่งในนั้นคือ แกร็บฟู้ด ที่ได้มีการรายงาน “เจาะลึกธุรกิจและเทรนด์ร้านอาหารปี 2026”
5โจทย์นโยบายศก.มหภาคปี69
ในไตรมาสที่ 4/2558 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจตลอดทั้งปีอยู่ที่ 2.4% ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่หลายฝ่ายได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า การฟื้นตัวดังกล่าวสะท้อนถึงแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ตลอดจนการฟื้นตัวบางส่วนของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน

