
จากบริบทของปัญหาอาชญากรรม และพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของผู้โดยสารในช่วงที่ผ่านมา ปัญหาที่พบ อาทิ การปฏิเสธผู้โดยสาร การเรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตรา การใช้วาจาไม่สุภาพ การขับรถโดยประมาท รวมถึงกรณีอาชญากรรม ที่ผู้กระทำผิดอาศัยรถแท็กซี่เป็นช่องทางก่อเหตุ หรือการสวมสิทธิ์ผู้ขับขี่โดยบุคคลที่ไม่ใช่ผู้ได้รับอนุญาต ล้วนสะท้อนถึงช่องว่างด้านการตรวจสอบตัวตนและการติดตามข้อมูลการให้บริการแบบเรียลไทม์
ด้วยเหตุนี้ กรมการขนส่งทางบก จึงพัฒนาโครงการ “Taxi ดีพร้อม” ผ่านระบบแอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE ควบคู่กับการติดตั้งสติกเกอร์ QR Code บนตัวรถ เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ขับขี่และรถได้ทันทีก่อนเริ่มการเดินทาง พร้อมทั้งเปิดช่องทางร้องเรียนที่ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบของกรมโดยตรง อีกมาตรการสำคัญคือ การกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องยืนยันตัวตนก่อนเริ่มให้บริการ และยืนยันซ้ำทุก 4 ชั่วโมง เพื่อลดปัญหาการสวมสิทธิ์หรือการนำรถไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม
โดย นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย สร้างระบบตรวจสอบที่โปร่งใส สามารถติดตามย้อนหลังได้ และทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ เพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการใช้บริการรถแท็กซี่สาธารณะในระยะยาว ปัจจุบันมีรถแท็กซี่จดทะเบียนสะสมทั่วประเทศจำนวน 78,894 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถแท็กซี่ไฟฟ้า (Taxi EV) 6,400 คัน ขณะนี้มีรถแท็กซี่เข้าร่วมติดสติกเกอร์แล้ว 8,132 คัน โดยเฉลี่ยสามารถติดตั้งได้วันละประมาณ 500 คัน คาดว่าจะติดตั้งครบถ้วนและเริ่มใช้งานเต็มรูปแบบภายในเดือนมิถุนายน 2569
ภายหลังจากดำเนินการครบถ้วนแล้ว จะมีการประเมินผลโครงการอีกครั้งภายในระยะเวลาประมาณ 6 เดือน เพื่อพิจารณาปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนารูปแบบสติกเกอร์ QR Code ให้มีความถาวร และต่อยอดการใช้งานแอปพลิเคชัน ตลอดจนพิจารณาขยายแนวทางไปยังระบบขนส่งสาธารณะประเภทอื่น เช่น รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถสามล้อ และรถโดยสารประจำทาง
สำหรับสติกเกอร์ QR Code ภายใต้โครงการ “Taxi ดีพร้อม” แบ่งออกเป็น 3 สี เพื่อแยกตามวัตถุประสงค์การใช้งานอย่างชัดเจน ได้แก่ สีม่วง สำหรับผู้ขับรถแท็กซี่ ใช้ยืนยันตัวตนก่อนเริ่มให้บริการ ติดบริเวณมุมขวาบนของกระจกฝั่งผู้ขับ สีน้ำเงิน สำหรับผู้โดยสาร ใช้ตรวจสอบข้อมูลรถและผู้ขับขี่ คำนวณค่าโดยสารเบื้องต้น ประเมินความพึงพอใจ และร้องเรียน ติดบริเวณกระจกหน้าต่างด้านหลังฝั่งผู้โดยสาร และ สีแดง สำหรับผู้โดยสาร ใช้ร้องเรียนพฤติกรรมการขับขี่หรือการให้บริการ เช่น ปฏิเสธผู้โดยสาร หรือเรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนด
ประชาชนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE ผ่านระบบ iOS และ Android เมื่อใช้บริการรถแท็กซี่ สามารถสแกน QR Code ที่ติดบริเวณกระจกหน้าต่างรถทั้งภายนอกและภายใน ระบบจะแสดงข้อมูลสำคัญ อาทิ ภาพถ่ายผู้ขับขี่ ชื่อ-สกุล ข้อมูลรถ วันสิ้นอายุภาษีรถยนต์ และสถานะใบอนุญาตขับรถ ทำให้ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบได้ทันทีว่ารถคันดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมทั้งสามารถคำนวณค่าโดยสารเบื้องต้น ให้คะแนนความพึงพอใจ และแจ้งเรื่องร้องเรียนได้แบบเรียลไทม์
กรณีพบปัญหา เช่น ขับรถโดยประมาท หรือใช้วาจาไม่สุภาพ ข้อมูลจะถูกส่งตรงเข้าสู่ระบบของกรมการขนส่งทางบกเพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ขณะเดียวกัน ผู้ขับขี่รถแท็กซี่จะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน และสแกน QR Code ประจำรถเพื่อยืนยันตัวตนก่อนเริ่มให้บริการ โดยระบบจะกำหนดให้ยืนยันตัวตนซ้ำทุก 4 ชั่วโมง เพื่อยืนยันว่าบุคคลที่ขับรถในช่วงเวลานั้นเป็นผู้ได้รับอนุญาตจริง
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกขอความร่วมมือผู้ประกอบการ สหกรณ์แท็กซี่ และผู้ขับขี่ ติดตั้งสติกเกอร์ QR Code ลงทะเบียน และยืนยันตัวตนก่อนให้บริการ หากพบการแกะหรือไม่ติดสติกเกอร์ ถือเป็นการไม่แสดงเครื่องหมายตามที่กำหนด มีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และหากไม่ลงทะเบียนหรือไม่สแกนเพื่อยืนยันตัวตนก่อนขับรถ จะเข้าข่ายไม่บันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ หรือไม่ส่งข้อมูลตามที่กำหนด ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทเช่นกัน
กรมการขนส่งทางบกยืนยันว่า ระบบ “Taxi ดีพร้อม” บนแอปพลิเคชัน DLT GPS NOTICE จะช่วยสร้างความอุ่นใจแก่ผู้โดยสารทุกครั้งที่ใช้บริการ สามารถตรวจสอบตัวตนผู้ขับขี่ได้อย่างโปร่งใส พร้อมทั้งเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการและคนขับรักษามาตรฐานการให้บริการ เพื่อให้ได้รับคะแนนประเมินที่ดีจากผู้โดยสาร และร่วมกันยกระดับภาพลักษณ์แท็กซี่ไทยให้มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ และทันสมัยมากยิ่งขึ้นในอนาคต.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พร้อมรับมหกรรมพืชสวนโลก
ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในช่วงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ปี 2569–2570 จะได้รับความสะดวกมากขึ้นจากการเตรียมความพร้อมระบบคมนาคมขนส่งแบบบูรณาการ
อสังหาฯพลิกเกมเพิ่มทางรอด
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาฯ ต้องเผชิญกับปัจจัยลบมากมาย ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น กำลังซื้อถดถอย ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน แม้ว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
Human-madeโอกาสสร้างมูลค่าธุรกิจ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีและ AI เข้ามาเปลี่ยนวิธีการแข่งขันของธุรกิจ ทำให้หลายอย่างเร็วขึ้น สะดวกขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จากการซื้อสินค้าที่เคยต้องเดินทางไปหา สู่การกดสั่งผ่านโทรศัพท์ จากข้อมูลที่เคยต้องใช้เวลาค้นหา สู่คำตอบที่ได้ภายในไม่กี่วินาที จนถึงการสร้างภาพ เขียนข้อความ และผลิตคอนเทนต์ที่ใช้เวลาน้อยลงกว่าที่เคย
‘ละครแนวตั้ง’โอกาสใหม่ศก.ครีเอทีฟ
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังทำให้ ‘อุตสาหกรรมสื่อ’ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ได้ยึดโยงอยู่กับเวลา สถานที่ หรือช่องทางการรับชมแบบเดิมอีกต่อไป
PDP 2026 จุดเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน
แนวทางการปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 กำลังเปลี่ยนกรอบแนวคิดด้านพลังงานของประเทศ จากเดิมที่เน้นเพียงความมั่นคงและราคาถูกบนฐานฟอสซิล ไปสู่การชู "พลังงานสะอาด" เป็นแต้มต่อทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) และคลื่นการลงทุนระลอกใหม่อย่าง Data Center และ AI
โค้งสุดท้ายท่องเที่ยวไทย
สถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดน่าน ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งบริหารจัดการ ทั้งในมิติการช่วยเหลือประชาชน การฟื้นฟูพื้นที่ และการเยียวยาความเสียหาย โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับทุกส่วนราชการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและทำให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำว่า กระบวนการเยียวยาจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมความเดือดร้อน และไม่ปล่อยให้ผู้ประสบภัยต้องรอการช่วยเหลือเป็นเวลานาน

