
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ‘เทคโนโลยี’ ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกใช้ประเมินศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ถูกนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างโมเดลธุรกิจใหม่อย่างก้าวกระโดด องค์กรที่สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีกลยุทธ์และเห็นผลชัดเจน มักได้รับความสนใจและความเชื่อมั่นจากตลาดทุนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไม่ได้ถูกพิจารณาเพียงในมิติของผลประกอบการเท่านั้น นักลงทุนยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว
ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านจริยธรรม ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ความคาดหวังของผู้ลงทุนจึงขยายจาก การใช้ AI เพื่อสร้างมูลค่า ไปสู่ การใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ ด้วยเหตุนี้ องค์กรจึงถูกคาดหวังให้เปิดเผยกลยุทธ์ นโยบาย และกรอบการกำกับดูแลด้าน AI อย่างโปร่งใสและเป็นรูปธรรม เพื่อสะท้อนถึงความพร้อมในการบริหารจัดการทั้งโอกาสและความเสี่ยง
รายงานผลสำรวจ 2025 Global Investor Survey ของ PwC ระบุว่า นักลงทุนมากกว่าสามในห้า (61%) กล่าวว่า เทคโนโลยีมีแนวโน้มจะได้รับเงินลงทุนมากกว่ากลุ่มธุรกิจอื่นสองถึงสามเท่า โดยการบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่งตามมาเป็นอันดับสองที่ 25% รองลงมาคือ กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคที่ 24% และภาคการธนาคารและตลาดทุนที่ 19% และผลสำรวจจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจำนวน 1,074 คนใน 26 ประเทศและอาณาเขต พบว่า การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วในปัจจุบันทำให้นักลงทุนมากถึง 92% ต้องการเห็นบริษัทที่พวกเขาลงทุนเพิ่มงบประมาณเพื่อการพัฒนาและยกระดับเทคโนโลยีให้ทันสมัย ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในอนาคต
กระแสสนับสนุนการลงทุนด้านการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างท่วมท้นนี้เกิดขึ้นในขณะที่นักลงทุนเห็นว่าบริษัทต่างๆ เริ่มได้รับผลตอบแทนจากการนำ AI มาใช้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนก็ต้องการความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลมากขึ้นเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน โดยมีเพียง 37% ที่เห็นว่าบริษัทต่างๆ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกลยุทธ์และนโยบาย AI ได้เพียงพอแล้ว
คาซี อิสลาม หัวหน้าการตรวจสอบด้านกลยุทธ์และการเติบโตระดับโลกของ PwC สหรัฐ กล่าวว่า นักลงทุนเริ่มเห็นหลักฐานที่จับต้องได้จากการดำเนินงานและผลประกอบการทางการเงินที่ดีขึ้นจากการนำ AI มาใช้ แม้พวกเขาจะเข้าใจว่าการได้รับผลตอบแทนจาก AI จำเป็นต้องมีการลงทุนเริ่มต้นล่วงหน้า แต่สิ่งที่พวกเขาคาดหวังคือความมีวินัยในการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นตัวชี้วัดที่ใช้ประโยชน์ต่อการตัดสินใจ ระบบกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ รวมถึงหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า AI สามารถช่วยปรับลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างรายได้ได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง
รายงานของ PwC ชี้อีกว่า นักลงทุนเรียกร้องข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ฝ่ายบริหารจะสร้างการเติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอน โดยประเด็นที่ได้รับการเรียกร้องให้เปิดเผยมากที่สุด ได้แก่ กลยุทธ์นวัตกรรม 47%, ผลตอบแทนและการลดต้นทุนจาก AI 42%, การลงทุนใน AI 42%, จุดแข็งด้านการแข่งขัน 37% และกลยุทธ์ด้านความยืดหยุ่น 29%
สำหรับประเทศไทย พิสิฐ ทางธนกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท PwC ประเทศไทย ระบุว่า แนวโน้มการลงทุนสะท้อนความต้องการของทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแค่การปรับปรุงประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสในการกำกับดูแล AI อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าบริษัทที่กล้าปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจและนำ AI มาใช้อย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนและเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม จะเป็นผู้ได้รับความสนใจและการสนับสนุนจากนักลงทุนในยุคใหม่นี้
อย่างไรก็ดี แม้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์จะเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกใช้ประเมินศักยภาพการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันขององค์กร แต่ความคาดหวังของผู้ลงทุนได้ขยายไปไกลกว่าผลลัพธ์ทางธุรกิจ องค์กรจึงจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงการมีกลยุทธ์และนโยบายด้าน AI ที่ชัดเจน โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ ครอบคลุมทั้งการกำกับดูแล และการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นระบบไม่เพียงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวของธุรกิจอีกด้วย.
ครองขวัญ รอดหมวน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจาะกลไกพยุงราคา‘ก๊าซหุงต้ม’
ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
ทำความรู้จัก Financial Optionality
เคยไหม...รายได้เข้าทุกเดือน แต่เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิตกลับรู้สึกว่า “ยังทำไม่ได้” เพราะรายได้ในอนาคตส่วนหนึ่งถูกผูกไว้กับค่าบ้าน ค่ารถ และภาระผ่อนต่างๆ นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไม “มีรายได้” จึงไม่ได้แปลว่า “มีอิสระทางการเงิน” เสมอไป
อายุยืนบนโจทย์‘เงินออม’ที่ยาวขึ้น
การมีอายุยืนยาวขึ้นสะท้อนความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต แต่ในอีกด้านหนึ่งกำลังเปลี่ยนโจทย์สำคัญของการใช้ชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่รายได้จากการทำงานลดลงหรือสิ้นสุดลง เมื่อช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจกินเวลายาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ การวางแผนอนาคต จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีเงินเพียงพอสำหรับวันหยุดทำงาน แต่เป็นการออกแบบความมั่นคงให้สอดคล้องกับระยะเวลาของชีวิตที่ยืดยาวขึ้น
แรงงานไทยหาตัวเองให้เจอ
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจที่ต้องการแรงงานที่มีความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความทันสมัยของเทคโนโลยี และตลาดแรงงานยังต้องการคนที่พร้อมทำงานได้ทันที แต่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่แน่ใจว่าตัวเองถนัดอะไร และอยากเติบโตไปในเส้นทางใด สำหรับเคทีซี การพัฒนาคนไม่ใช่เพียงการสร้างบุคลากรให้กับองค์กร แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ชูโมเดลจัดการน้ำไม่ท่วมไม่แล้ง
ภาพจำมหาอุทกภัยปี 2554 คือบทเรียนราคาแพงของภาคอุตสาหกรรมไทย แต่ในปัจจุบัน ท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง “พระนครศรีอยุธยา” ได้ก้าวข้ามจากการตั้งรับเฉพาะหน้า ไปสู่ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ 360 องศา เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ให้นักลงทุนมั่นใจว่าโรงงานผลิตจะไม่สะดุด ไม่ว่าธรรมชาติจะเหวี่ยงมาทาง “น้ำหลาก” หรือ “เอลนีโญ”
Gastech 2026 ขับเคลื่อนพลังงานมั่นคง
งาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นมหกรรมนิทรรศการและการประชุมด้านก๊าซธรรมชาติ LNG โซลูชันคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก กำลังจะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่สองในรอบเกือบสองทศวรรษ งานนี้คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ พร้อมบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 ราย และวิทยากรระดับโลกกว่า 800 คน ครอบคลุมทั้งระดับรัฐมนตรี ผู้บริหารซีอีโอ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของกระทรวงพลังงานไทย ร่วมกับพันธมิตรสำคัญอย่าง EGAT ปตท. และ Gulf ในฐานะ National Consortium Partners

