บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว “ศุภมาส อิศรภักดี” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะแม่ทัพใหญ่ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานครของพรรคภูมิใจไทย ก็ได้ออกมาตีปี๊บให้เลือกข้าง พร้อมขุดวลี “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” มาปัดฝุ่นอีกครั้ง ซึ่งไม่แปลกใจที่ “มาดามผึ้ง” ต้องงัดกลยุทธ์ดังกล่าว เพราะดูเหมือนคะแนนจะตกน้ำและแตกแถวอย่างมาก เพราะบรรดาสีต่างๆ ในฟากฝั่งเดียวกันมีมากกว่ายิ่งกว่าผึ้งแตกรัง ...๐

ในขณะที่อีกฟากหนึ่ง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชนก็เริ่มออกหมัดฮุกว่า “ถ้าไม่กาเรา สีเทามาแน่” เป็นการต่อยอดจากวลี “มีเราไม่มีเทา” ที่หวังจะเอามาขายฝันให้ประชาชนอีกครั้ง หลังจากที่ปลุกไม่ขึ้น เพราะมีอดีตผู้สมัคร สส.โดนหมายจับเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ ...๐

ไม่น่าแปลกใจอีกเช่นกันที่แม้ “พรรคส้ม” จะโหมเรื่องมีเราไม่มีเทา แต่ไม่มีใครเชื่อ หนึ่งในนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คนที่เคยเชียร์อย่าง “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” เองยังออกมาอัดมาแฉไม่มีชิ้นดี โดยเฉพาะพฤติกรรมของผู้ช่วยหาเสียงดาวเด่นของค่ายส้ม ไม่ว่า จะเป็น “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ...๐

งานนี้ถ้าพูดกันตรงๆ แบบกลางก็ต้องบอกว่า “เฮียชู” พูดถูกต้อง เพราะการบอกไม่มีเทา ไม่ใช่แค่เรื่องของเว็บพนัน, สแกมเมอร์ หรือยาเสพติดเท่านั้น เพราะนักการเมืองย่อมต้องมีเพดานความรับผิดชอบสูงกว่าทั้งในเรื่องส่วนตัวและส่วนรวม โดยในส่วนของ “ทิม-พิธา” นั้น ยังไม่นับวลีด้อยค่าทหารที่แม้ภายหลังจะมาพลิ้วแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ไปสองระลอกแล้วก็ตามที พฤติกรรมที่มีการใช้ความรุนแรงกับแม่ของลูก ที่แม้ศาลจะยกฟ้องก็ตามที ก็เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เพราะครอบครัวคือพื้นฐานของประเทศ ในขณะที่ การถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปีนั้นก็เป็นเรื่องของพฤติการณ์ล้มล้างการปกครอง จากนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ถามว่าแบบนี้เทาไหมต่อระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ...๐ ในขณะที่ “เสี่ยเอก” นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีคดีความทั้งจบไปแล้วและรออยู่อีก โดยคดีที่จบไปแล้วของธนาธรก็มีทั้ง ครอบครองหุ้นสื่อจนทำให้สิ้นสภาพ สส. คดีปล่อยเงินกู้ให้พรรคอนาคตใหม่ 191 ล้านบาท ทำให้ถูกยุบพรรคและตัดสิทธิ์ 10 ปี คดีที่ดินป่าสงวนแม้เจ้าตัวจะครอบครองโดยสุจริตก็ตามที และคดีมาตรา 112 ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งแบบนี้จะเรียกว่าขาวก็คงไม่สะดวกปากเท่าใดนัก ที่สำคัญยังมีคำตัดสินและคำพิพากษายืนยัน แต่พรรคส้มของ “เท้ง” กลับเชิดชูยิ่งกว่าวีรบุรุษให้เป็นผู้ช่วยหาเสียงที่มีคุณค่าและราคามากกว่าหัวหน้าพรรคด้วยซ้ำไป วลีที่ว่า “มีเราไม่มีเทา” หรือล่าสุดคือ “ไม่กาเรา เทามาแน่” นั้น จึงยิ่งสะท้อนชัดเจนว่าเป็นการถ่มน้ำลายรดฟ้าก็เท่านั้นเอง ...๐

ดูเหมือนงานนี้แม้จะมีการแบ่งค่ายและแบ่งขั้วชัดว่าค่ายน้ำเงินและค่ายส้ม แต่ คนที่จะเป็น “ตาอยู่” งานนี้คือ ค่ายแดง เพราะแค่การจับเบอร์ สส.บัญชีรายชื่อก็ได้เลขตัวเดียว ซึ่งก็ถือว่าเฮงแล้ว ยังมีนโยบายขายฝันล่าสุดที่ปล่อยออกมาคือ “เศรษฐีวันละ 9 คน” ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ไม่ได้มีการท้วงติงในการใช้นโยบายประชานิยมสิ้นคิดแบบนี้แต่ประการใด ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะการแจกเงินหมื่นให้แก่คนอายุ 16 ปีขึ้นไปทั่วประเทศก็ไม่เคยห้ามปรามมาแล้ว แค่เศรษฐี 1 ล้านวันละ 9 คนตลอดปี ที่ใช้งบต่างกันลิบลับจะไปยี่หระแต่ประการใด จริงไหม ...๐

หันมาดูความเคลื่อนไหวทางสังคมกันบ้าง โดยเฉพาะปฏิบัติการของหมาต๋าไซเบอร์ที่เมื่อวันพุธต้องเรียกว่ามีข่าวใหญ่ต่อเนื่อง ไล่มาตั้งแต่การแถลงเส้นทางการเงิน และ การออกหมายจับ “ปฐนัญ จันดอน” หรือ “สจ.เนย์” และภรรยาที่เกี่ยวกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ในภาคอีสาน เครือข่าย “Banhuay98พร้อมระบุว่าจะมีการออกหมายจับผู้อยู่เบื้องหลังในสัปดาห์นี้อีก และต่อมาตำรวจไซเบอร์ก็ยังเข้าค้นบ้านเจ้าแม่เว็บพนันมินนี่ เว็บไซต์พนันออนไลน์ เครือข่าย “Ufanance 11” ซึ่งพบพี่สาวมินนี่มีส่วนเกี่ยวข้องอีก ส่วนตำรวจสอบสวนกลางก็ไม่น้อยหน้าเข้าทลายเครือข่ายขายแก๊สหัวเราะรายใหญ่กลางกรุง รวบ 5 จีนเทา ยึดของกลาง 1,770 ถัง งานนี้ต้องยกนิ้วให้ สตช. ในยุค “พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์” ผบ.ตร. คนที่ 15 จริงๆ ว่ามีผลงานด้านบวกมากกว่าด้านลบ ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"ประชาธิปัตย์ Never die" เมื่อ “นิด้าโพล” เปิดเผยผลสำรวจ “เลือกตั้ง 69 ของคนนครศรีธรรมราช” บุคคลที่คนนครฯ จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 51.45 ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ เกมการเมืองไม่ได้วัดกันแค่จำนวนที่นั่ง หากแต่วัดกันที่จังหวะ การวางตัว และความชัดเจนของแต่ละพรรค โดยเฉพาะ พรรคประชาชน ที่วันนี้กำลังเดินอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างการกู้คะแนนนิยมกับการเพิ่มภาระทางการเมืองให้ตัวเอง

บันทึกหน้า 4

บันทึกในวันที่เกมการเมืองศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 เข้มข้นดุเดือดขึ้นตามวันเวลาที่เหลือน้อยลงสำหรับการหาเสียงของแต่ละพรรคการเมือง ท่ามกลาง "สารพัดโพล" ที่มีการปล่อยออกมาทั้งในที่รโหฐานและที่แจ้งออกสื่อ ...0 ดูเหมือนแน่ชัดขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการชิงชัยของ "น้ำเงิน-ส้ม-แดง"

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลัง 16 วัน ทุกพรรคยกทัพลงพื้นที่ลุยหาเสียงกันหนักหน่วง ท่ามกลางกระแสซื้อเสียงหนักไม่แพ้กันถึง 2 แสนล้านบาท แบงก์ร้อยแทบไม่เห็น มีแต่แบงก์เทาปลิวว่อน เรียกว่าเปิดตัวเลขรายภาค "กทม." ค่าตัวแพงสุดหัวละ 7.5 พัน

บันทึกหน้า 4

.... ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง 8 ก.พ.เข้ามา ก็ทำให้แกนนำพรรคการเมืองต่างๆ ต้องเร่งลงพื้นที่หาเสียงอย่างหนัก อย่างในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังไล่เบียดสู้กับพรรคประชาชนอย่างเข้มข้น พบว่าเมื่อวันพุธที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา

บันทึกหน้า 4

กระแสข่าวมีการใช้เงินซื้อเสียงเลือกตั้งสูงถึงหัวละ 7,500 บาท ทำเอา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ต้องย้อนถามว่า “หัวละ 7,500 บาท