ไม่เคารพ (เพลง) ชาติ

มาว่าเรื่องดรามาปลายสัปดาห์ที่แล้วกันครับ...

ประเด็น “หัวหน้าเท้ง” ยืนเคารพเพลงชาติแบบแกนๆ ที่ต้องบอกว่าแกนๆ แทนคำว่าไม่เคารพเพลงชาติ ก็เพราะ ด้อมส้มแก้ต่างให้ว่า “หัวหน้าเท้ง” ไม่ได้ยืนแข็งทื่อตลอด มีร้องเพลงชาติบ้าง หยุดร้องบ้าง ยืนตัวตรงบ้าง เอามือไขว้หลังบ้าง

แต่ภาพรวม “หัวหน้าเท้ง” มีวิธีเคารพเพลงชาติไม่เหมือนแกนนำพรรคการเมืองอื่นๆ บนเวทีดีเบต ประชันวิสัยทัศน์ "ศึกชิงผู้นำ อนาคตประเทศไทย" จัดโดยสถานีโทรทัศน์ช่อง ๗ สีทีวีเพื่อคุณ เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ที่ผ่านมา

เหมือนมาจากคนละวัฒนธรรม!

ก่อนอื่นต้องเข้าใจตรงกันนะครับว่า การไม่ยืนเคารพธงชาตินั้น ปัจจุบันไม่ผิดกฎหมาย

ต่างจากในอดีตมีโทษถึงจำคุก

ย้อนกลับไปสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เกิดการปฏิรูปวัฒนธรรมอย่างขนานใหญ่ เพื่อให้ไทยมีอารยะอย่างประเทศตะวันตก

พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๔๘๕ มาตรา ๖ บัญญัติว่า วัฒนธรรมซึ่งบุคคลจักต้องปฏิบัติตาม นอกจากจะได้กำหนดไว้โดยพระราชบัญญัติแล้ว ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาได้ในกรณีดังต่อไปนี้

ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการแต่งกาย จรรยาและมารยาทในที่สาธารณสถานหรือที่ปรากฏแก่สาธารณชน

ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการปฏิบัติตนและการปฏิบัติต่อบ้านเรือน

ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการประพฤติตนอันเป็นทางนำมาซึ่งเกียรติของชาติไทยและพระพุทธศาสนา

ความมีสมรรถภาพและมารยาทเกี่ยวกับวิธีดำเนินงานอาชีพ

ความเจริญงอกงามแห่งจิตใจและศีลธรรมของประชาชน

ความเจริญก้าวหน้าในทางวรรณกรรมและศิลปกรรม

ความนิยมไทย

มาตรา ๑๕ ผู้ใดฝ่าฝืนพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามความในมาตรา ๖ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาทหรือจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือทั้งปรับทั้งจำ

ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๔๘๕ ประกาศออกมาบังคับใช้ซึ่งในมาตรา ๖ บัญญัติว่า บุคคลทุกคนจักต้องเคารพตามระเบียบเครื่องแบบหรือตามประเพณีคือ

เคารพธงชาติขณะที่ชักขึ้นและลงประจำวันพร้อมกัน ตามเวลาประกาศของทางราชการ

เคารพธงชาติ ธงไชยเฉลิมพล ธงเรือรบ ธงประจำกองยุวชนทหาร หรือธงประจำกองลูกเสือ เมื่อชักขึ้นหรือลงประจำสถานที่ราชการ เมื่อเชิญมาตามทางราชการ หรืออยู่กับที่ประจำแถวหรือหน่วยทหาร ยุวชนทหาร หรือลูกเสือ

เคารพเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงเคารพอื่นๆ ซึ่งบรรเลงในงานตามทางราชการ ในงานสังคม หรือในโรงมหรสพ

ฉะนั้นบางคนคงเคยเห็นตำรวจตั้งโต๊ะจับปรับคนไม่ยืนเคารพเพลงชาติ ตามสี่แยก ตามตลาดสด

ใน พ.ศ. ๒๕๕๓ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓

สาระสำคัญอยู่ที่ มาตรา ๓ ที่ให้ยกเลิก พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๔๘๕, พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๖, พระราชบัญญัติเครื่องแบบกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๔๘๖, พระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

ส่งผลให้การไม่ยืนเคารพธงชาติไม่มีความผิดอีกต่อไป

ฉะนั้น “หัวหน้าเท้ง” รวมถึง “ธนาธร” ที่ไปยืนท่าเดียวกันช่วงเดินหาเสียงในตลาด ไม่มีความผิดตามกฎหมาย

แต่ในแง่ประเพณีอันดีงาม ร้อนฉ่าครับ บุคคลระดับสูงของพรรคส้มมีทัศนคติต่อธงชาติไทย เพลงชาติไทย ไม่เหมือนประชาชนทั่วไป

เรื่องนี้มิใช่เพิ่งเกิด แต่มีการถกเถียงถึงความหมายของชาติมาหลายปีแล้ว

ปรากฏอยู่ในโพสต์เฟซบุ๊กของ ปิยบุตร แสงกนกกุล มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓

คนกลุ่มนี้มอง “ชาติ” ต่างจากบุคคลทั่วไป

"...คำว่า 'ชาติ' เกิดขึ้นเพราะคนยุคหลังเขียนขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมต้องการสร้างชาติ จึงเขียนประวัติศาสตร์ย้อนหลัง เพื่อบอกว่า สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา รัตนโกสินทร์ เป็นชาติไทยมานานแล้ว ทั้งที่หากย้อนไปในสมัยกรุงศรีอยุธยา คนสมัยนั้นก็ไม่ได้คิดว่าชาติไทยเกิดมาตั้งแต่ตอนนั้น

รูปธรรมที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่นประวัติศาสตร์สกุลแบบกรมพระยาดำรงเดชานุภาพหรือประวัติศาสตร์สกุลอื่นๆ ที่ถูกเขียนขึ้น ซึ่งนักประวัติศาสตร์เห็นร่วมกันว่าจิตสำนึกของคำว่า 'ชาติ' เพิ่งมาเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ หรือรัชกาลที่ ๖ แต่เราคิดว่าชาติไทยมีมาตั้งแต่สมัยก่อน เพราะคนในยุคปัจจุบันต้องการสร้างอดีตร่วมกัน เพื่อสร้างชาติ การเขียนประวัติศาสตร์จึงเขียนในลักษณะร้อยเรียงถึงความเสียสละเพื่อปกป้องชาติ

คำถามต่อมาคือจะทำอย่างไรให้คนในยุคปัจจุบันเชื่อมั่นในอดีตร่วมกัน และฝันถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึงร่วมกัน  ดังนั้นก็ต้องสร้างปัจจุบัน

ความสมัยใหม่ในเรื่องการเมืองการปกครองจะเกิดขึ้นได้ก็คือ Secularization of State คือ การถอดรื้อความศักดิ์สิทธิ์ออกไปจากผู้ทรงอำนาจสูงสุด แล้วสร้างหน่วยใหม่ให้กลายเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดในแต่ละรัฐนั่นก็คือประชาชน

ประชาชนคือคนทุกคน ไม่รู้กี่ร้อยล้านมาร่วมกันเป็น Unit เดียว เพื่อจะได้ใช้อำนาจได้ นี่คือการถือกำเนิดขึ้นมาของประชาชน

หากเราต้องการให้คนในชาติเกิดจิตสำนึกร่วมกัน เราต้องจับข้อเท็จจริงร่วมกันในปัจจุบันให้ได้ เพื่อหวนไปหาอดีต และมองถึงอนาคตร่วมกันให้ได้ จึงจำเป็นต้องสร้าง 'ประชาชน' เพื่อให้ประชาชนมาสร้างชาติ

เมื่อประชาชนเป็นผู้สร้างชาติ คนในชาติที่รวมตัวกันในชื่อประชาชนก็จะเกิดจิตสำนึกร่วมกัน เห็นอกเห็นใจเคารพ เสียสละซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างชาติ

ชาติ = ประชาชน

ประชาชน = ชาติ

ไม่มีประชาชนก็ไม่มีชาติ

ถ้าประชาชนไม่รวมตัวกันติดขึ้นมา ไม่มีจิตสำนึกร่วมกัน ก็ไม่มีวันสร้างชาติได้ ดังนั้นประชาชนและชาติในยุคปัจจุบันจึงเปรียบเสมือนสองด้านของเหรียญเดียวกัน ขาดอะไรไปอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ เป็นหน่อเนื้อทุกอนุร่วมกัน...”

ประวัติศาสตร์ชาติ ทั่วโลกไม่ค่อยต่างกันหรอกครับ

อย่างจีน จะเริ่มนับตอนนี้

ชาวจีนวันนี้นับ จิ๋นซีฮ่องเต้ คือประวัติศาสตร์ชาติจีน

อียิปต์ก็นับเอาอียิปต์โบราณคือประวัติศาสตร์อียิปต์

แล้วจะแปลกอะไรกับการที่ไทยนับสุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ ว่าคือประวัติศาสตร์ชาติไทย

อย่าไปด้อยค่าอดีตตัวเองเลยครับ

ในมุมของอีลิตพรรคส้ม ประเทศ คือชาติ ประชาชน เท่านั้น

แต่ในมุมประชาชนทั่วไป ประเทศประกอบด้วย ชาติ ซึ่งก็คือประชาชน ศาสนา พระมหากษัตริย์

เพลงชาติไทยถูกมองว่าเป็นเพลงเชิดชูสถาบัน เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มอนุรักษนิยม

ไปดูความหมายของเพลงชาติอังกฤษ ที่ชื่อว่า "God Save the King" (หรือ Queen ตามพระมหากษัตริย์ในขณะนั้น) มีเนื้อหาอธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงคุ้มครองพระมหากษัตริย์ ทรงพระเจริญและมีชัยชนะ ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๗๔๕

God save our gracious King,

(ขอพระเจ้าทรงคุ้มครององค์ราชาผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐของเรา)

Long live our noble King,

(ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน)

God save the King!

(ขอพระเจ้าทรงคุ้มครองพระมหากษัตริย์!)

Send him victorious,

(ขอทรงประทานชัยชนะแก่พระองค์)

Happy and glorious,

(ทรงมีความสุขและรุ่งโรจน์)

Long to reign over us,

(ทรงครองราชย์เหนือพวกเราไปนานแสนนาน)

God save the King!

(ขอพระเจ้าทรงคุ้มครองพระมหากษัตริย์!)

ปัจจุบันชาวอังกฤษยังคงยืนตรงเคารพธงชาติในวาระโอกาสสำคัญต่างๆ เช่น งานพระราชพิธี การแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ หรือการประชุมที่เป็นทางการ

แม้ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องยืนตรงทุกครั้ง แต่การยืนแสดงความเคารพถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติและมารยาททางสังคมที่แสดงถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ 

“เท้ง-ทอน” ไม่ได้ยืนอย่างเคารพ จะมีเจตนาอย่างไรมิทราบได้

แต่ถ้าสรุปตามแนวคิด “ปิยบุตร” ชาติคือ การถอดรื้อความศักดิ์สิทธิ์ออกไปจากผู้ทรงอำนาจสูงสุด แล้วสร้างหน่วยใหม่ให้กลายเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดในแต่ละรัฐนั่นก็คือประชาชน

นั่นคือเป้าหมาย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ส้มปั่น' ยกแผง

ส้มเฮลั่นครับ! วานนี้มีผลสำรวจ นิด้าโพล "ยกสอง กระแสเลือกตั้ง ๖๙" ออกมา ตัวเลขน่าตื่นตาตื่นใจมากเลยทีเดียว ส้มมายกแผง

เห็น ‘หมอฮา’ แล้วสงสาร ‘ลุงตู่’

ไม่ทราบว่าเห็นอะไรบางอย่างกันบ้างหรือเปล่า เรื่องจัดซื้อ ATK ช่วงโควิดระบาดหนัก นำไปสู่การปลด "หมอฮา นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ" อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ผู้สมัคร สส. จ.สงขลา เขต ๒ สังกัดพรรคประชาชน ออกจากราชการ มันมีอะไรซ่อนอยู่มากมาย

หมอเล่นการเมือง

เรื่องหมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ถูกไล่ออกจากราชการ ที่จริงไม่น่าจะมีอะไรซับซ้อน เพราะมีหลักฐานกองพะเนินเทินทึก

ตัวประกัน (สังคม) ส้ม

ประกันสังคมมันห่วยครับ... จากใจคนใช้บริการประกันสังคมอย่างผมรู้สึกเป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่ได้เพิ่งห่วย

'ส้ม' ไม่มีอะไรขาย

พรรคส้มโหมเร่งเครื่องในโค้งสุดท้ายอย่างหนัก แม้สารพัดโพลจะยกให้พรรคส้มยังคงได้รับคะแนนนิยมสูงสุด แต่...บรรดาแกนนำแกนนอนในพรรคส้มต่างรู้ดีว่านั่นคือ ภาพลวงตา

'ปัญญาอ่อน' สร้างเศรษฐี

"เติมเศรษฐกิจให้แข็งแรง ทำอะไรกระตุ้นเศรษฐกิจ เอาเงินไปแจกผมว่าปัญญาอ่อน ถ้ามีปัญญาเขาไม่แจก เขาใช้เงินไปสร้างเศรษฐกิจ ให้เศรษฐกิจแข็งแรง ทำเรื่องง่าย หรือยังขายวัคซีนไม่จบ ดังนั้นรีบๆ ทำ เศรษฐกิจจะได้ดี"