‘แบให้เห็น’ จะเลือกใคร?

นี่...เราคุยกันเป็นเรื่อง-เป็นราวซักวันเป็นไง?

ก็เรื่อง “เลือกตั้ง ๘ กุมภา.” นั่นแหละ

อยากจะบอกว่า เลือกตั้งครั้งนี้ จะเน้น “เอามัน-เอาสตางค์-เอาพวก-เอาคนดี ชนิดคลอดออกมาก็เป็นชี-เป็นพระ” อย่างนั้นไม่ได้เป็นอันขาด

เพราะโลกนี้มันเป็นโลกของมนุษย์โสมม ทั้งกำลังเข้าสู่ยุค “ใครใหญ่-ใครอยู่”

กฎ-กติกา, ความผิด-ความถูก มีเหมือนกัน แต่ขึ้นอยู่กับ “อำนาจ” และ “เกมต่อรอง”

ประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ในภูมิภาค “อินโด-แปซิฟิก” สำคัญทั้งด้านความมั่นคงและด้านเศรษฐกิจโลก

เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อ “มหาสมุทรอินเดีย” และ  “มหาสมุทรแปซิฟิก” เรือบรรทุกสินค้าและน้ำมัน จากตะวันออกกลาง จะไปออกทะเลจีนใต้ ก็ต้องมาลอดที่ช่องแคบมะละกา

ไทยจึงเป็นประเทศเดียวที่ “คุม ๒ อ่าวยุทธศาสตร์” เป็นที่หมายปองของ ๒ มหาอำนาจโลก

ดังนั้น ใครจะมาเป็นรัฐบาล-เป็นนายกฯ ตอนนี้ ต้องเป็นคน ๕๘ เหลี่ยม มีประสบการณ์ มีลีลาวาทะอ่อนน้อม แต่ไม่อ่อนแอ

การเจรจาต่อรอง แม้ ๒ มหาอำนาจไม่ได้ดังใจ ก็ต้องใช้วจนะสุนทร ไม่ทำให้เขาโกรธ

เหตุนั้น อาทิตย์ที่ ๘ กุมภา. การเลือกตั้ง โปรด “รักคน-รักพรรค” ให้น้อยกว่า “รักชาติ”!

ถ้าเลือกโดยไม่ลืมตาดูโลก บอกได้คำเดียว

“อันตราย” ต่อชาติ!       

๓ พรรคใหญ่ ที่แข่งขันจะได้ สส.มากเป็นที่ ๑ เพื่อเป็นพรรคแกนจัดตั้งรัฐบาล คือ

-พรรคภูมิใจไทย นายกฯ อนุทิน เป็นแคนดิเดตนายกฯ

-พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ

-พรรคเพื่อไทย นายยศชนัน เป็นแคนดิเดตนายกฯ

พรรคระดับกลาง ก็มีพรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ

พรรคกลางย่อส่วน ก็มี พรรคไทยภักดี พรรครักชาติ พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคโอกาสใหม่  และ ฯลฯ

แต่ละพรรค “ใคร-เป็นใคร” คอการเมืองทั้งหลายก็คงทราบ โดยเฉพาะ ๓ พรรคใหญ่ ซึ่งพรรคใด-พรรคหนึ่ง ใน ๓ พรรคนี้

จะต้องได้เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล!

“พรรคส้ม-ประชาชน” ทุกคนก็ทราบแนวทางและเป้าหมายของพรรคนี้กันแล้ว ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ ชนิด “ถอนราก-ถอนโคน” ทุกระบบของประเทศ

แม้กระทั่ง “สถาบันพระมหากษัตริย์” รวมไปถึง การเปลี่ยน “ราชอาณาจักรไทย” ไปเป็น “สาธารณรัฐ”

เมื่อเพลงชาติไทยดังขึ้น ทุกคนยืนตรงในท่าให้ความเคารพ แต่หัวหน้าพรรคประชาชน-ณัฐพงษ์ กลับยืนเอามือไพล่หลัง บอกให้รู้ “I don't care”

กับนโยบายต่างประเทศ สนับสนุนให้ เขมร พม่า โรฮิงญา  คนต่างชาติที่หลบหนีเข้าเมือง ได้รับสิทธิเสรีภาพ ได้รับการดูแลเช่นเดียวกับคนไทย

ต้องการให้เปิดด่านชายแดนไทย-เขมร จนเป็นที่ชอบอก-ชอบใจของฮุน เซน สนับสนุนให้พรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล

ส่วนพรรคแดง-เพื่อไทย ผู้นิยมประชานิยมตลอดกาล ครั้งนี้ก็จะสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ ๙ คน โดยเอาเงินหลวงแจก

พรรคเพื่อไทย สายพันธุ์ตระกูลเดียวกับส้ม

ได้ชื่อว่าเป็นพี่น้องท้องติดกันกับเขมรฮุน เซน เจ้าของพรรคกับฮุน เซนมีผลประโยชน์ซ่อนเร้นร่วมกันยาวนาน

แต่ด้วยผลประโยชน์ขัดกัน ฮุน เซนเอาคลิปสนทนากับอดีตนายกฯ ลูกเจ้าของพรรคเจรจาในลีลาขายชาติมาแฉ

จนเรื่องบานปลาย....

อังเคิลสั่งทหารยิงถล่มไทย เกิดสงครามชายแดนทั้งทหารทั้งชาวบ้านบาดเจ็บ-ล้มตายเป็นจำนวนมาก

นี่คือบทบาทและธรรมชาติของพรรคเพื่อไทย บทบาทที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้ว “ยึดประโยชน์ส่วนตนเหนือกว่าประโยชน์ชาติ”

เรียกว่า มีอำนาจเมื่อไหร่ เผลอไม่ได้ ที่จะร่วมต่างชาติ “แปลงชาติ” เป็นสมบัติตระกูล!

“น้ำเงิน-ภูมิใจไทย” การกระทำของเขา “แทนคำตอบ” ว่าซื่อสัตย์-ภักดี ต่อชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชน ขนาดไหน

กว่า ๔๐ ปี ที่เขมรรุกล้ำเอาแผ่นดินไทยไปจากอีสานใต้ยันตราด ไม่มีรัฐบาลไหน-นายกฯ คนไหน-กองทัพยุคไหน ใส่ใจที่จะเอากลับคืนมา

มียุครัฐบาล ๒ เดือน ภายใต้การบริหารของนายกฯ อนุทินนี่แหละ เอาแผ่นดินไทยกลับคืนจากเขมรมาได้ ชนิด ๙๙.๙๙%

ยุครัฐบาลอนุทินนี่แหละ กำราบ-ปราบปรามเขมรที่กำแหงหาญ จนตาลานหนีตายถึง ๒ ครั้ง ๒ ครา

และยุครัฐบาลอนุทินนี่แหละ ด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศสีหศักดิ์ผู้เก๋าเกมเวทีโลก ทำให้ไทยที่หลุดหายจากจอเรดาร์กลับคืนมาอีกครั้ง

และสามารถ “ถลกหนัง” เขมรช่างฟ้อง-ขี้ปด ให้สังคมโลกรู้เช่นเห็นสันดานแท้ของชาติพันธุ์ลิ้นสองแฉก!

และไม่แค่แผ่นดินและปราสาทต่างๆ ที่ได้คืนมาเท่านั้น  ตอนนี้ รำไรๆ เดินแต้มดีๆ อาจได้ “ปราสาทพระวิหาร” มาอยู่ในความดูแลของไทยด้วยซ้ำ

เลี้ยงหมายังเชื่อง แต่เลี้ยงเขมรไม่เคยเชื่อง รัฐบาลอนุทิน “ปิดตาย” ด่านชายแดนทั้งหมด เป็นการ “ดัดสันดาน” ให้เข็ด

เกมนี้ของไทยที่ไม่ราข้อให้เขมร

ทำให้ ๒ มหาอำนาจโลก ทั้งจีน-ทั้งสหรัฐฯ ต้องยื่นมือเข้ามา กล่อมแกมบังคับให้ไทยอย่าเอาเขมรถึง “แห้งตาย” ทั้งประเทศเลย

เป็นรัฐบาลอื่น....

คงหมอบราบกราบกราน สหรัฐฯ-จีน สั่งอย่างไร ต้องลนลานสนองอำนาจตามนั้น

นายกฯ อนุทิน ไม่...คือ “ไม่ปฏิเสธอำนาจเขา”

แต่ เคร่งครัดตาม MOU 43 ที่ระบุว่า มีปัญหาให้เป็นเรื่อง“ทวิภาคี” คือให้ ๒ ประเทศ ไทย-เขมร จะตกลงกัน

คนอื่นห้ามยุ่ง-ห้ามเกี่ยว!

นี่....

ผมก็ “แยกธาตุ” ทั้ง ๓ พรรคพอให้รู้กันแล้ว ท่านก็พิจารณาดูก็แล้วกัน ว่าสมควรจะฝากอนาคตชาติ ซึ่งเท่ากับอนาคตเราทุกคนไว้กับพรรคไหน?

ชอบแยกประเทศ ล้มสถาบัน และเปิดประตูบ้านรับเขมร พม่า โรฮิงญา เข้ามาเลี้ยงดู ก็เลือกพรรคประชาชน

จะได้ “เท้ง-ณัฐพงษ์” คนที่ยืนมือไพล่หลังขณะที่คนอื่นๆ ยืนเคารพธงชาติเป็นนายกฯ

ถ้าอยากเป็นเศรษฐีเงินล้าน วันละ ๙ คน อยากเป็นญาติกับอังเคิล อยากให้เปิดด่าน-เปิดกาสิโน เปิดพนันออนไลน์ และคืนแผ่นดินไทยให้เขมร

ก็เลือก “พรรคเพื่อไทย” จะได้ลูกเจ๊แดง-หลานทักษิณ ที่ชื่อ “ยศชนัน” เป็นนายกฯ

ถ้าเอาชาติ เอาศาสนา พระมหากษัตริย์ และซื่อสัตย์-ซื่อตรงต่อผลประโยชน์ของชาติและประชาชน

ไม่เปิดด่านชายแดน จนกว่าเขมรจะยอมทำตามเงื่อนไขให้เป็นที่ประจักษ์

และต้องการเห็นมิติใหม่ของไทยในเวทีโลก ทั้งการเมือง เศรษฐกิจการค้า การคลัง รวมทั้งการลงทุนด้านอุตสาหกรรมนวัตกรรม

ก็เลือกพรรคภูมิใจไทย จะได้นายกฯ อนุทิน ที่นิ่มนวลแบบ “ฟองน้ำหิน” กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง

สำหรับพรรคที่จะเลือกมาเคียง ผมสนับสนุนให้พิจารณา พรรคประชาธิปัตย์-คุณอภิสิทธิ์ พรรคพลังประชารัฐ-คุณตรีนุช พรรครวมไทยสร้างชาติ-คุณพีระพันธุ์

พรรคไทยภักดี-หมอวรงค์ พรรครักชาติ-ดร.เจษฎ์ พรรคไทยก้าวใหม่-ดร.สุชัชวีร์ พรรคโอกาสใหม่-จตุพร บุรุษพัฒน์ เป็นต้น

ในจำนวนพรรคระดับกลางนี้....

เท่าที่ติดตามดูการเดินสายหาเสียง ที่โดดเด่นที่สุด ไปที่ไหนแฟนๆ เกรียวกราวแทบเหยียบกันตายที่นั่น

คือพรรคประชาธิปัตย์ ในยุค “มาร์ค คัมแบ็ก”!

ยิ่งที่ภาคใต้ด้วยแล้ว...

ประชาธิปัตย์ ยุคอภิสิทธิ์ คัมแบ็ก เหมือนจิตวิญญาณประชาธิปัตย์ที่นอนนิ่งอยู่ในสายเลือดคนใต้มาเป็นทศวรรษ

พลันเหมือนภูเขาไฟใต้น้ำที่สะสมพลังมานาน

พลันระเบิดตูมๆๆๆๆ!

ลงลึกรายเขต-รายจังหวัด ผมไม่รู้หรอก แต่ดูภาพรวม “อภิสิทธิ์ตลาดแตก” พรรคคู่แข่ง “หนาว” เหมือนกัน

“ขี้หมู-ขี้หมา” คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เที่ยวนี้ ประชาธิปัตย์ก็น่าจะล้านขึ้นแน่ๆ ส่วนจะกี่ล้าน ขึ้นอยู่กับยกสุดท้าย ว่าพรรคจะปล่อยหมัดเด็ดอย่างไร?

 ดูตัวอย่างเมื่อวาน (๓ ก.พ.) ที่ปะเหลียน ตรัง ณเดชน์ไป แฟนก็คงไม่มากเท่า ณ มาร์ค แฟนๆ แห่ห้อมล้อมหน้าล้อมหลัง จนอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ต้องแซวแควนๆ ชาวตรังว่า

พอเอาดอกไม้มาให้ ก็ไม่ยอมปล่อยมือ

พอเอาผ้าขาวม้ามามัดเอวให้ ก็กอด ไม่ยอมปล่อย​

พอเอาผ้าขาวม้ามาคล้องคอ ก็โน้มคอไป จะหอมให้ได้​

แฟนๆ ฟังแล้วก็กรี๊ดดดดสลบกันไปคนละสามยก-สี่ยก ผมว่าเคราะห์ดีนะท่านอดีตนายกฯ ที่ชาวปะเหลียนเอาผ้าขาวม้ามามัดเอว

ถ้าเอามา “มัดคอ” ท่านละก็ ไม่กระแด่วไปแล้วรึนั่น!

“เมารถ-เมาเรือ” ไม่ถึงตาย

แต่ถ้า “เมาเสียงเชียร์” ต้องระวัง ตายเอาได้ง่ายๆ มากรี๊ดเรา แต่ตอนเข้าคูหา ไปกาให้คนอื่น-พรรคอื่น อย่างนี้มีให้เห็นบ่อยๆ

ไม่ว่าภาคไหน ธรรมชาติของคนต่างจังหวัดน่ะ เขาไม่สนใจหรอกว่าพรรคไหนดี-ไม่ดี

เพราะเขาจะเลือกคนที่รู้จัก พึ่งได้ งานบวช งานแต่ง งานศพ ไม่ขาด อีกอย่าง เลือกตามเจ้าพ่อ-มาเฟียเขาสั่ง เพราะรับตังค์ค่าหัวคิวมาแล้ว

มีแต่การเลือกตั้งใน กทม. ๓๓ เขตนี่แหละ ซื้อขายกันน้อยหน่อย เว้นจากพวกที่ถูกล้างสมองและถูดยัดชุดความคิดเข้าไปแล้ว

นอกนั้น เขามีความคิดแยก-แยะในการเลือก!

ฉะนั้น ตอนนี้ คุณอภิสิทธิ์กลับจากใต้ลงมากรุงเทพฯ ได้แล้ว มาทำหน้าที่พรีเซนเตอร์สินค้ารุ่นใหม่ “แกะกล่อง” ของพรรค ๓๓ คน ๓๓ เขต

ให้แฟนๆ ชาวกรุงที่อยากเลือกคนของประชาธิปัตย์แต่ละเขตเข้าไปทำหน้าที่ สส.ในสภา ให้รู้จักสรรพคุณและเห็นหน้าค่าตากันชัดๆ บ้าง

นอกจากใต้แล้ว ก็ กทม.นี่แหละคือ “มรดกของประชาธิปัตย์”

ผมอยากเห็น สส.ประชาธิปัตย์ใน กทม.

และ สส.ของประชาธิปัตย์ใน กทม.นี่แหละ ด้วยเลือดใหม่ ถ้าประชาธิปัตย์ได้ร่วมรัฐบาล

ตายก็ตายตาหลับ

เพราะได้ “เลือดใหม่” สืบสายโลหิตประชาธิปัตย์ให้ยืนยาวแล้ว.

-เปลว สีเงิน

๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

 

คนปลายซอย

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์

“อีก ๖ วัน”.... ตัดสินชะตา “อนาคตประเทศไทย” ว่าจะเป็น “ดอกไม้ในอุ้งมือโจร” หรือจะเป็น “เพชรในมือช่างที่เจียระไนได้ถึง ๕๘ เหลี่ยม”?

‘รางวัลเจ้าฟ้ามหิดล’

“มกราคม” เดือนแรกของปี ๒๕๖๙ ผ่านไป ผมนี่ “บุญมา-วาสนาส่ง” ทั้งต้นเดือนและท้ายเดือนโดยไม่ได้คาดหมายมาก่อน

'ปราสาทตาควาย'

วันนี้...“๓๑ มกรา.๖๙” วันสุดท้าย “เดือนแรก”ของปี พรุ่งนี้ ๑ กุมภา.๖๙