บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน ...๐

งานนี้ หวยเลยไปลงที่ “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต.กันเป็นเป้าหลัก ในขณะที่ กกต. อีก 7 ราย ภายใต้บังเหียนของ “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธาน กกต.นั้น ต้องบอกว่าแทบไม่ระแคะระคาย

ก็เพราะพี่แหวงแกออกสื่อมากสุด และในฐานะนายทะเบียนเลยโดนเข้าไปเต็มๆ แล้วล่าสุดยังเพิ่งมาประกาศถอนชื่อ 28 รายชื่อผู้สมัครอีก แม้จะบอกว่าไม่กระทบเลือกตั้ง  เพราะเป็นผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อก็ตามที แต่ก็เป็นเหมือนที่ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต.ระบุไว้ว่า “เรื่องขาดคุณสมบัติไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดในการวินิจฉัยของ กกต. เปิดคอมพ์เช็ก 5 วินาทีก็ได้คำตอบ กกต.ต้องใช้เวลากว่าเดือนกว่าจะเสนอเข้าที่ประชุม … เจริญจริงๆ ...๐

นี่ยังไม่นับรวมเรื่องของการชี้แจงนโยบายหาเสียง ที่ “แสวง” ได้ออกมาบอกว่าได้เตือนให้พรรคทางเลือกใหม่ที่มี ตี๋เต้ “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” เลขาธิการพรรค นำเสนอสารพัดโครงการพิเรนทร์แล้ว คำถามคือ เตือนในอีกไม่ถึง 4 วันจะไปทันกินอะไร เพราะป้ายหาเสียงก็ติดพรึ่บไปทั่วแล้ว ที่สำคัญการเตือนก็ไม่ได้บอกว่าจะมีบทลงโทษอะไร ใครต่อใครจึงบอกว่าการส่งนโยบายต่อ กกต.ตรวจสอบตามมาตรา 57 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 จึงเป็นแค่พิธีกรรม และ กกต.ก็ตอกย้ำในเรื่องดังกล่าวทั้งที่มีบทเรียนมาแล้วในการเลือกตั้งปี 2566 โดยเฉพาะในส่วนของพรรคเพื่อไทยในเรื่องการแจกเงินหมื่นให้แก่ผู้ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งก็ไม่สามารถทำได้ และล่าสุดก็มาตกชาวบ้านชาวช่องที่ซื่อใสอีกครั้งในนโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คนอีก ...๐

ว่าด้วยหวยเงินล้าน 9 คนทุกวันนั้น จริงๆ แล้วต้องบอกว่าเป็นแค่ประชานิยมฉาบฉวยเท่านั้น แต่ที่น่าวิตกซึ่ง “สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์” ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และคณะได้ตีแผ่ออกมาเมื่อต้นสัปดาห์ แต่ ดูเหมือนบรรดาสื่อโซเชียลและสื่อหนังสือพิมพ์แทบไม่ให้ความสนใจและความสำคัญ คือ นโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ที่ใช้งบประมาณ 3.1 หมื่นล้านบาทต่อปี ที่ในความเป็นจริงงบประมาณอาจสูงมาก ที่สำคัญเป็นการบิดเบือนกลไกตลาดอย่างรุนแรง โดยทีดีอาร์ไอมองว่า รุนแรงมากกว่านโยบาย “จำนำข้าว” ในยุคที่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ครองเมืองเสียอีก เพราะเล่นบอกสินค้าเกษตรทุกตัวจะกำไร 30% นี่ยังไม่นับรวมนโยบายปลูกป่าด้วยต้นยางพารา 1 ล้านไร่ ซึ่ง สนับสนุนกล้ายางให้แก่เกษตรกร และนโยบายคูปองซื้อปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์ ที่ในอดีตเคยมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชันทั้งงาบปุ๋ย งาบเมล็ดพันธุ์มาแล้วมากมาย ซึ่งพรรคนี้ในเรื่องของทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งทางนโยบายและโครงการก็เป็นของแสลงอยู่แล้ว ยังผุดโครงการแบบนี้ออกมาอีก แต่ดูเหมือน กกต.ก็มิได้ส่งหนังสือเตือนแต่ประการใด แต่กลับไปเตือน “ตี๋เต้” ที่ในความเป็นจริงแทบไม่มีโอกาสเข้าไปทำงานในสภาด้วยซ้ำไป ต่างจากพรรคเพื่อไทยที่อาจกลายเป็น “ตาอยู่” ในการบริหารประเทศ ...๐

มิใช่มีเพียงแค่ กกต.ที่เรียกว่าเรื่อยๆ มาเรียงๆ เท่านั้น “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ” ในยุค “สุชาติ ตระกูลเกษมสุข” ประธาน ป.ป.ช.ก็เช่นกัน เพราะล่าสุดเพิ่งรายงานว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีมติชี้มูล “ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์” อดีต สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่ปัจจุบันลงสมัคร สส.พรรคเดิมลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตภายในห้องทำงาน สส. (อาคารรัฐสภา) เป็นความผิดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ทั้งที่เรื่องเกิดตั้งแต่ปี 2566 พระเจ้าจอร์จ! จึงไม่น่าแปลกใจที่เจ้าตัวจะประกาศเมื่อทราบข่าวว่า “นึกอยู่แล้วว่าน่าจะมีข่าวในช่วงนี้ ซึ่งวันเลือกตั้งจะรู้ว่าชาวบ้านรักแค่ไหน เท่านั้นก็พอใจแล้ว” ...๐

ทิ้งท้ายด้วยข่าวน่าปริวิตก คือเหตุซุกระเบิด “ห้องน้ำคนพิการ” ในปั๊มน้ำมันตะลุโบะ ริมถนน “ปัตตานี-ยะลา” แล้วเจ้าหน้าที่อีโอดีที่เข้าเก็บกู้ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ซึ่งการข่าวบอกว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อความไม่สงบรุ่นใหม่ที่ได้รับการฝึกฝนจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วนี่ก็เป็นการส่งสัญญาณว่าโจรใต้รุ่นใหม่นั้นไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่แยกแยะแต่ประการใด เพราะซุกบึ้มในห้องน้ำคนพิการ ก็หวังว่ารัฐบาลใหม่ไม่ว่าใครก็ตามจะแก้ปัญหาไฟใต้ให้สะเด็ดน้ำเสียอีก เพราะไม่เห็นมีพรรคไหนที่หาเสียงในเรื่องนี้เลย ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว

บันทึกหน้า 4

"ประชาธิปัตย์ Never die" เมื่อ “นิด้าโพล” เปิดเผยผลสำรวจ “เลือกตั้ง 69 ของคนนครศรีธรรมราช” บุคคลที่คนนครฯ จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 51.45 ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.