'รัฐบาลภูมิใจไทย'

ก่อนเปิดหีบ ๕ โมงเย็น

ฝนซัดกระหน่ำลงมา “ล้างแผ่นดิน” เป็นนิมิตหมายมงคลว่า ผลการเลือกตั้ง ๘ กุมภา.๖๙

จะได้รัฐบาล “รื้อ-ล้าง-สร้างใหม่” ระบบบริหารราชการงานเมือง โดยไม่แคร์หน้าอินทร์-หน้าพรหม-ยม-ยักษ์ ที่ไหน

มีแต่หน้าประชาชนและความมั่นคงชาติเท่านั้นที่

........ ต้องแคร์!

และพรรคไหนล่ะ.....

ที่ประชาชนเลือกหวังให้เข้ามาเป็นรัฐบาล “รื้อ-ล้าง-สร้างระบบใหม่” ให้ประเทศ?

ก็พรรคนี้ไง.....

พลันที่เปิดหีบนับคะแนน “พรรคภูมิใจไทย” กระโดดนำโด่งจากทั้ง อีสาน กลาง ใต้ ตะวันออก

ที่พลิกคาดหมายบ้างก็ใน กทม. จากที่คาดกันว่า ภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ จะได้ปักธงกันพรรคละเขต-สองเขต

กลับไม่ได้เลย!

เพราะคนกรุงเทพฯ มีรสนิยมในพรรคประชาชนเหนียวแน่น เทคะแนนให้ส้ม พรืดทั้ง ๓๓ เขต!

นี่เป็นการรวมคะแนนเท่าที่นับได้และรายงานเข้า กกต. ณ ตอน ๒๐.๕๐ น.มีดังนี้

“ท็อปไฟว์” คือ ๕ พรรคที่ได้คะแนนสูงสุดไล่เลียงกันลงไป

๑.พรรคภูมิใจไทย สส.เขต ๑๗๘ ปาร์ตี้ลิสต์ ๒๐ รวม ๑๙๘

๒.พรรคประชาชน สส.เขต ๗๑ ปาร์ตี้ลิสต์ ๒๖ รวม ๙๗

๓.พรรคเพื่อไทย สส.เขต ๖๗ ปาร์ตี้ลิสต์ ๑๙ รวม ๘๖

๔.พรรคกล้าธรรม สส.เขต ๕๙ ปาร์ตี้ลิสต์ ๒ รวม ๖๑

๕.พรรคประชาธิปัตย์ สส.เขต ๑๑ ปาร์ตี้ลิสต์ ๑๐ รวม ๒๑

นอกจากนั้น ที่ได้พรรคละ ๕ ที่นั่ง มี ๒ พรรค

-พรรคพลังประชารัฐ

-พรรคประชาชาติ

พรรคที่ได้ ๖ ที่นั่ง ๑ พรรค คือ

พรรคไทรวมพลัง หรือที่เรียกกันว่า “พรรคเสี่ยแป้งมัน”

ส่วนการลงประชามติที่ถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”

ผลการลงคะแนนเบื้องต้น “เห็นชอบ” มากกว่า “ไม่เห็นชอบ” ส่วนจะเป็นกี่เปอร์เซ็นต์นั้น ยังไม่นิ่ง ต้องรอ กกต.แถลง

แต่ค่อนข้างแน่นอนว่า “เห็นชอบ-ชนะ", "ไม่เห็นชอบ-แพ้”!

ย้ำ....

ตัวเลขผลเลือกตั้งและผลประชามติที่ว่านี้ จากการนับคะแนนตอนเปิดหีบช่วงแรกๆ เท่านั้น ยังไม่เสร็จ ๑๐๐%

ก็อย่าเพิ่งทึกทัก เดี๋ยวฉลองเก้อ

ไว้รอให้รวมคะแนนเสร็จครบ ๑๐๐% ก่อน คาดว่าตอนเช้านี้ก็รู้แล้ว

แต่ดูแนวโน้มแล้ว พรรคภูมิใจไทย ชนะขาด เป็นที่ ๑ คาดว่า ทั้ง สส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์ จะกวาดกว่า ๒๐๐ ที่นั่ง!!

ส่วนพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย ก็ต้องบอกว่า

เที่ยวนี้ ถึง “ฝีปากยังดี” แต่ “ฝีมือตก” ไปหน่อยนะ โดยเฉพาะพรรคส้ม

เห็นประกาศยอมรับสภาพด้วยความเป็น “สุภาพบุรุษนักการเมือง” ที่รู้จักแพ้-รู้จักชนะไปแล้ว

เช่นเดียวกับประชาธิปัตย์ “อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์” ออกมาประกาศเป็น “ฝ่ายค้าน” ไปแต่ไก่ยังไม่โห่

ก็เป็นที่สะอาดหมดจดว่า ประชาชนมอบหมายให้พรรคภูมิใจไทย ซึ่งคะแนนมาเป็นอันดับ ๑ เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อดูตามคะแนนแต่ละพรรค

สูตรพรรคที่ภูมิใจไทยจะเชิญมาร่วมรัฐบาล ก็คือพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรม รวมสามพรรค ๑๙๘+๘๖+๖๑ = ๓๔๕ เสียง แน่นปึ้ก

แต่ทั้งแย่งกระทรวง ทั้งนโยบายไปคนละทาง ร่วมรัฐบาล

ยุ่งตายหะ!

ถ้างั้น ไม่เอาเพื่อไทยมาร่วม ต้องการตั้งรัฐบาล ๒ พรรค ก็ไม่มีปัญหา

ภูมิใจไทย + กล้าธรรม = ๑๙๘ + ๖๑ = ๒๕๙

ถ้าให้ชัวร์ขึ้นอีกหน่อย เอาพรรคไทรวมพลัง ๖ เสียง กับพลังประชารัฐ ของคุณตรีนุช อีก ๕ เสียงมาร่วม ก็จะเป็นรัฐบาล ๒๗๐ เสียง

สวย เพียบพูนด้วยเสน่ห์ และ เหลือเพือ!

เท่ากับที่เป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” มาด้วยกัน ได้กลับมาเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากด้วยกัน โดยมี “ไทรวมพลัง” เท่านั้นที่เพิ่มมา

อย่างนี้ การแบ่งกระทรวงจะไม่ยุ่งยาก

สำหรับภูมิใจไทยที่จะเชิญ “พรรคประชาชน” มาร่วมนั้น ถ้าผมเป็นหัวหน้าพรรคส้ม โอเคทันที

แต่นี่เป็น “เท้ง-ร่างทรง ธนาธร” มันเกิดความเหลื่อมล้ำทางอีโก้ โนเคแน่นอน

ยอมไปเป็นฝ่ายค้านกับประชาธิปัตย์ที่คุณอภิสิทธิ์ประกาศไว้แต่วันแรกว่า “จะไม่ร่วมตั้งรัฐบาลที่มีพรรคกล้าธรรม”!

ฉะนั้น ฝ่ายค้านก็น่าจะเป็น ประชาชน ๙๗ เสียง เพื่อไทย ๘๖ เสียง ประชาธิปัตย์ ๒๑ เสียง เท่ากับ ๒๐๔ เสียง

ก็สมน้ำ-สมเนื้อ-สมศักดิ์ศรี กันดีนะ

รัฐบาล ๒๗๐ เสียง

ฝ่ายค้าน ๒๐๔ เสียง!

ถ้าเราเอาแผนที่ประเทศไทยมากาง จากเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ จะเห็นส้มพรืดแซมแดงไปทั้ง ๗๗ จังหวัด

แต่เลือกตั้ง ๘ กุมภา.๖๙ แผนที่ประเทศไทย น้ำเงินจะพรืดทั้ง ๗๗ จังหวัด แต่งแต้มด้วยแดง-ส้มสลับกันไป มองไกลๆ แผนที่ประเทศไทยสลับสีสันสวยงามดี

ก็เข้าใจพรรคประชาชนเขานะ....

มันทำใจยากหน่อย จากที่ส้มทั้งแผ่นดิน เที่ยวนี้ ส้มหล่นจากขั้ว พลิกกลับเป็น “น้ำเงินทั้งแผ่นดิน”!

มีคำพูดอยู่ว่า คนต่างจังหวัด “เลือกรัฐบาล”

คนกรุงเทพฯ เป็นฝ่าย “ล้มรัฐบาล”

ก็พิสูจน์กันดู....

เพราะคนกรุงเทพฯ เลือกส้มทั้ง ๓๓ เขต

ไม่เลือกน้ำเงินหรือฟ้าเลย!

แล้วคนกรุงเทพฯ จะใช้เหตุผลใดไปล้มรัฐบาลที่พี่น้องต่างจังหวัดเลือก ก็ลองตามดูกันไป

ไม่มีเหตุผลลึกลับอันใดที่ประชาชนจะไม่เลือกพรรคภูมิใจไทย เพราะ

๑.เลือกภูมิใจไทย สบายใจ ซื่อสัตย์มั่นคงต่อชาติ ศาสน์ พระมหากษัตริย์

๒.เลือกภูมิใจไทย นายกฯ อนุทินใช้วิสัยทัศน์ “การเมือง+การทหาร+การต่างประเทศ”

สร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศด้วยการเดินเกมการเมืองในเวทีโลกยุค “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” อย่างชาญฉลาดจนสปอตไลต์โลกจับ

๓.การเอาแผ่นดินไทยคืนกลับมาจากที่เขมรรุกล้ำนานกว่า ๔๐ ปี และปิดด่านชายแดนเด็ดขาด จนกว่าเขมรจะประพฤติตัวให้เป็นที่พอใจของไทย เป็นสิ่งที่คนไทยพอใจมาก

๔.การที่นายกฯ อนุทิน นำคนนอกอย่าง "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ” มารับตำแหน่งที่เป็นจุดอ่อนของประเทศ

นั่นสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่า ด้วยการทำงานของศุภจี เอกนิติ สีหศักดิ์

จะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการรักษาประเทศไทยให้พ้นจากการเป็น “คนป่วยของเอเชีย” ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง

๕.ด้วยความเชื่อจากประชาชนว่า นายกฯ อนุทิน “รวยแล้วไม่โกง” นายกฯ จะใช้ฐานศรัทธาประชาชน “รื้อ-ล้าง-สร้างระบบใหม่” ให้กับประเทศ

และระบบที่จะสร้างใหม่นั้น เป็นอนาคตแห่งการ “กินดี-อยู่ดี” ของคนไทย เป็นอนาคตประเทศที่คอร์รัปชันลดน้อยลง ปราบปรามโดยไม่หวั่นเรื่อง “ลูบหน้าปะจมูก”

ถ้าไม่รื้อระบบราชการ

ก็มีหวัง “รัฐบาลภูมิใจไทย” มีโอกาสจะถูก

“คนกรุงเทพฯ” ล้ม!

ก็ดึกแล้ว อย่าต้องคุยอะไรมากเลยครับ เพราะตัวเลขแต่ละพรรคยังขึ้น-ลงได้ ไม่แน่นอน ที่แน่นอนคือ ยังไงๆ  พรรคภูมิใจไทยครองอันดับ ๑ แน่!

หลายอย่างที่คุยกันนี่ อย่าเพิ่งทึกทักเป็นจริง-เป็นจัง ดูตัวเลขนิ่งๆ วันนี้ก่อน ค่อยมาลงรายละเอียดกัน

ก็ขอยินดีกับทุกพรรคที่แสดงสปิริตการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยด้วยอย่างสวยงามในการเลือกตั้ง ๘ กุมภา.๖๙

ถามว่า ผลเลือกตั้งครั้งนี้ “พลิกล็อก” มั้ย?

คำตอบ ขึ้นอยู่กับว่า “คุณคาดหวังจากพรรคไหน?”

สำหรับผม “ไม่พลิกล็อก”

เพราะผมเป็นชาวบ้านและภูมิใจไทยเขาก็ใช้เวลาที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แค่ ๒ เดือน

“พลิกประเทศ” ให้มองเห็นอนาคตที่ “จับต้องได้” ถึงขนาดนี้

นั่นคือคำตอบว่า

พรรคไหน-ใครก็ตามบริหาร “ซื่อสัตย์ต่อชาติ-ประชาชน”

ประชาชนก็เลือก “พรรคนั้น-คนนั้น”

นี้คือ “หลักแห่งเหตุและผล” ที่จับต้องได้!

-เปลว สีเงิน

๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

 

คนปลายซอย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วันนี้ดิบ-พรุ่งนี้สุก'

๖ โมงเย็นวันนี้ ก็...จบแล้ว! จบหน้าที่ของพรรคและผู้สมัคร สส.หาเสียง พรุ่งนี้ อาทิตย์ ที่ ๘ กุมภา.๖๙ เป็นหน้าที่ของประชาชนจะตัดสิน!

เลือกตั้ง ‘ฉบับนั่งทางใน’

เอาอีกแล้วนะ...มึง! เขมรใช้อาวุธยิงลูกระเบิด ขนาด ๔๐ มม.เข้ามาที่ฐานทหารไทย เป็นครั้งที่ ๒ ตอนเช้าวาน (๕ ก.พ.) ครั้งนี้ ยิงเข้ามาที่ “พลาญหินแปดก้อน” กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ