รัฐบาลที่เป็นไม่ใช่ที่เชียร์

ไปต่อไม่รอแล้วครับ...

มาว่ากันเรื่องตั้งรัฐบาล ส่วนเรื่องนับคะแนนใหม่ ให้ส้มคลั่งไปอีกสักพักแล้วจะรู้ว่า ที่ปั่้นกันนั้น ขาข้างหนึ่งเข้าไปอยู่ในคุกแล้ว

ที่จริงพวกบิ๊กๆ ในพรรคส้มก็รู้ครับว่าอะไรเป็นอะไร

แต่เด็กอยากกินลูกอมจะทำไงได้ ปล่อยให้นอนแถกสีข้าง ดิ้นพราดๆ ร้องไห้ขี้มูกโป่งหน้าร้านโชห่วยไปสักพัก สาแก่ใจแล้วเดี๋ยวก็เงียบไปเอง

ส่งคนไปเฝ้าหน้าคูหาตอนเขานับคะแนนแล้วแท้ๆ จะมาปลุกเรื่องโกงเลือกตั้งไปทำพระแสงอะไร

แพ้คือแพ้ครับ ตั้งหน้าตั้งตาเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลดีกว่า หากทำหน้าที่ได้ดี คราวหน้าก็เอาใจช่วยให้แลนด์สไลด์ ได้ ๕๐๐ เสียงไม่ต้องแบ่งใคร

การเลือกตั้งมันเป็นศาสตร์ พรรคส้มยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ และต้องปรับตัวเพื่อเอาชนะเลือกตั้งให้ได้ อย่าขายเรื่องเดิมๆ อย่ามองปัญหาประเทศในมิติเดียว

เอะอะปฏิรูปสถาบัน ปฏิรูปกองทัพ เขาปฏิรูปตัวเองกันไปหมดแล้ว เหลือแต่พรรคส้มนี่แหละที่ยังย่ำอยู่กับที่

ฉะนั้นเลือกตั้งครั้งหน้ามองให้ขาดว่าประชาชนต้องการอะไร และไม่ใช่ทำเฉพาะช่วงหาเสียง แต่มันต้องทำต่อเนื่อง

แล้วจะพบว่า คนต่างจังหวัดไม่ได้ต่างจากคนกรุงเทพฯ

คนบ้านนอกก็คิดเหมือนคนในเมืองหลวง

คนไม่เลือกส้ม ไม่ใช่คนแก่ คนจน คนโง่

 หากก้าวข้ามจุดนี้ไปได้ พรรคส้มมีโอกาสได้เป็นรัฐบาลสูงมาก

แต่ถ้ายังไม่ปรับอะไรเลย เลือกตั้งครั้งหน้าต่ำร้อย ถัดไปอีกครั้งก็ต่ำสิบ

มาที่เรื่องตั้งรัฐบาล "อนุทิน ๒"

ที่จริงมีอยู่แค่สูตรเดียวคือ ภูมิใจไทย เพื่อไทย กล้าธรรม และพรรคเล็กพรรคน้อยบางพรรค

พรรค ๑ เสียงเขาจะมาเป็นพวงครับ เพราะจะมีโควตารัฐมนตรีให้ ๑ ที่นั่ง

รวมเสียงแล้วเฉียดๆ ๓๕๐ ที่นั่ง

ตัวเลขขนาดนี้ถือว่ามีเสถียรภาพอย่างมาก

มากจนฝ่ายค้านสามารถไล่ด่าได้ว่าเป็น "เผด็จการรัฐสภา"

ที่นี้มันจะเป็นสูตรที่กองเชียร์อยากให้เป็น

เช่น ภูมิใจไทย กล้าธรรม ประชาธิปัตย์ บวกพรรคเล็กพรรคน้อย ก็ราวๆ ๓๐๐ เสียง

ก็ถือว่ามีเสถียรภาพระดับหนึ่ง

แต่ติดตรงที่ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ประกาศก่อนเลือกตั้งว่า มีประชาธิปัตย์ ต้องไม่มี กล้าธรรม

มีคนไปคิดสูตรให้ว่า ให้ "อภิสิทธิ์" ไปนั่งเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนฯ สิ จะได้ไม่มีภาพว่าไปอยู่ร่วม ครม.กับพรรคกล้าธรรม

คิดแบบนี้ ก็เท่ากับประหารชีวิต "พี่มาร์ค" ของผมสิครับ

ตะแบงไม่ได้ครับ เมื่อประกาศอย่างไรต้องเป็นไปตามนั้น

คำขวัญพรรคประชาธิปัตย์ "สจฺจํ เว อมตา วาจา" คำสัตย์แลเป็นวาจาไม่ตาย ฉะนั้นจะเสียสัตย์เพื่อเก้าอี้ประธานสภาฯ มิได้เด็ดขาด

เว้นเสียว่า "อนุทิน" เลือกประชาธิปัตย์ แทนกล้าธรรม เก้าอี้ สส.รวมก็ราว ๓๐๐ ต้นๆ เหมือนกัน แต่ในชีวิตจริงทางการเมืองไม่ได้ง่าย

ที่จริง "อนุทิน" จะเก็บประชาธิปัตย์ไว้ข้างตัวถือเป็นเรื่องดี เพราะประชาธิปัตย์ขึ้นชื่อเรื่องการทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ดีกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ

กองเชียร์คิดแบบนั้น

แต่นักการเมืองไม่มีใครกลัวใครครับ

ปัจจัยหลักในการตั้งรัฐบาลผสม พรรคที่สามารถคุยกันได้รู้เรื่องมากที่สุดจะถูกเลือกเป็นลำดับต้นๆ เพราะต้องมั่นใจว่าร่วมรัฐบาลแล้วจะไม่มีการสร้างความปั่นป่วน งอแง ขู่จะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล

โดยพื้นฐาน ภูมิใจไทย เพื่อไทย กล้าธรรม เป็นปลาน้ำเดียวกัน รากเหง้าล้วนมาจากไทยรักไทย

เพียงแต่ ภูมิใจไทย ยกระดับตัวเองขึ้นมาอีกขั้น คือการชู "เทคโนแครต" เป็นทีมนำของพรรค

แม้ "ทักษิณ ชินวัตร" เคยใช้วิธีนี้มาก่อน แต่ความต่างคือ เทคโนแครตถูกครอบงำการทำงานทั้งหมด ขณะที่ "อนุทิน" ให้อิสระในการทำงาน และไม่ต้องกังวลการเมืองภายในพรรค

ประชาธิปัตย์ที่ต่อสู้กับระบอบทักษิณมาอย่างต่อเนื่องยาวนานจึงไม่เข้าพวก

คำพูดของ "อนุทิน" เรื่องหน้าตารัฐบาลที่จะออกมาน่าสนใจครับ

"...ต้องมีแต่ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา

ถ้าประชาชนเชื่อว่าบุคลากรที่มีอยู่ในรัฐบาลปัจจุบันมีความสามารถเป็นที่ชื่นชมของพวกท่าน ผมจะถอยให้กลับมาแย่กว่านี้ไม่ได้ มีแต่ทำให้ดียิ่งขึ้นไป ถือเป็นความตั้งใจของผมอยู่แล้ว

คะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนให้มาขนาดนี้ ผมทำอะไรเล่นๆ เอาแต่ใจตัวเองไม่ได้ เพราะผมมีคะแนนเสียงเหล่านี้คอยกดหัวบ่าอยู่

ต้องตอบสนองต่อความมั่นใจและความเมตตาของประชาชน..."

ถือเป็นสัญญาประชาคม

อย่างน้อยต้องไม่แย่กว่าเดิม

แน่นอนครับ ๓ ทหารเสือ

ศุภจี สุธรรมพันธุ์

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

๓ คนนี้อย่างน้อยต้องอยู่ในตำแหน่งเดิม เพิ่มเติมคือพ่วงเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรี

ถ้าต่ำกว่านี้นับถอยหลัง!

หลายๆ คนอาจยี้ "ธรรมนัส พรหมเผ่า"

ถ้าเอาตามคำพูด "อนุทิน" ที่บอกว่า "ไม่แย่กว่าเดิม" ก็แสดงว่า "ธรรมนัส" ยังคงกลับไปนั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควบรองนายกรัฐมนตรีได้

ไม่แย่กว่าเดิม!

เพื่อไทยดูเงียบๆ เพราะรอร่วมรัฐบาล คงตั้งเงื่อนไขอะไรมากไม่ได้ เพราะความห่างของคะแนนเสียงกับภูมิใจไทยนั้นมากเกินไป

จะเป็นครั้งแรกในรอบ ๒๕ ปี ที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลโดยเป็นแค่พรรคร่วม ไม่ใช่พรรคหลัก

ไม่มีสิทธิในเก้าอี้รัฐมนตรีเกรดเอเหมือนก่อน

กระทรวงหลักๆ เช่น คลัง พาณิชย์ ต่างประเทศ มหาดไทย กลาโหม คมนาคม พลังงาน หมดสิทธิส่งคนมานั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ

การเป็นรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยจึงเปลี่ยนความรูู้สึกและบทบาทไปเยอะ 

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ การเป็นฝ่ายค้าน คือย่างก้าวในการสร้างความเติบโตให้กลับมายิ่งใหญ่อย่างมั่นคงอีกครั้ง

เป็นความหวังในอนาคต

ส่วนพรรคส้มรอวันตาย

ความดีไม่มี ความชั่วไม่ปรากฏ เพราะไม่เคยเป็นรัฐบาล ใช้กับพรรคส้มไม่ได้อีกแล้ว

เพราะขนาดไม่เคยเป็นรัฐบาล ความดีไม่ปรากฏ ที่เห็นกันสดๆ ร้อนๆ คือ พรรคที่เก่งในการปั่นกระแส ส่งเด็กๆ เข้าคุก

สุดท้ายติดกับดักตัวเอง

จากส้มจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเทาและดำ

เน่า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปลือยธาตุแท้ส้ม

โลกจะไม่สงบสุขไปอีกสักพักครับ... จากแพ้เลือกตั้ง ให้นับคะแนนใหม่ ตอนนี้ไปเรื่องช้าง "สีดอหูพับ" แล้วครับ มันเกี่ยวกันยังไง???

แพ้เขตไหนเขตนั้นโกง

เลือกตั้งครั้งนี้มีโกงมั้ย???? คำตอบคือ มีโกงล้านเปอร์เซ็นต์ และมีการโกงในการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมาโกฏิเปอร์เซ็นต์

รอถึงวันของ ‘ธนาธร’

เลือกตั้งครั้งนี้มีหลากหลายรสชาติ ก่อนอื่นเลยขอแสดงความยินดีกับคุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม สส.หนึ่งเดียวของพรรคไทยภักดี

นับหนึ่ง 'อนุทิน ๒'

แลนด์สไลด์ครับ.... หลังจากนี้ประเทศไทยจะบริหารโดยรัฐบาลอนุทินต่อไป แค่เปลี่ยนโครงสร้างภายใน จะเป็นรัฐบาลภูมิใจไทย เพื่อไทย และกล้าธรรม

อนาคตอยู่ในมือคุณ

ตามหลอนไม่จบจริงๆ "เบน สมิธ"! "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ซื้อเครื่องบินส่วนตัว ต่อจาก "เบน สมิธ" และแจ้งบัญชีทรัพย์สินกับ ป.ป.ช.ว่ามีเครื่องบินส่วนตัว มูลค่า ๓๐ ล้านบาท

เรื่องร้อนใกล้เลือกตั้ง

ร้อนฉ่า... บรรดาพรรคการเมือง นักการเมืองระวังกันให้ดีครับ... ยิ่งใกล้เลือกตั้ง จะมีรายการแฉชนิดแก้ตัวไม่ทันออกมาวันละหลายรอบ