
"ส.ส.วัน" น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. เขตพญาไท-ราชเทวี-จตุจักร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถือเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่ใช้ความถนัดมุ่งทำงานประโยชน์ให้แก่บ้านเมือง มากกว่าเล่นการเมือง
โดยเฉพาะงานทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เธอร่ำเรียนมาจากต่างประเทศ และสามารถนำมาผลักดันในประเทศได้เป็นผลสำเร็จ เช่น การผลักดันเรื่องการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าคนแรกในสภา ตั้งแต่ปี 62-63 ที่เธอก้าวเข้ามา กระทั่งล่าสุด ครม.ได้อนุมัติสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะเห็นชอบแล้ว แต่เธอก็ยังไม่สบายใจ และคอยตรวจสอบมาตรการที่ออกมาพร้อมเสนอแนะเพื่อให้ชาวบ้านได้ประโยชน์สูงสุด
"ส.ส.วัน" เล่าให้ฟังหลังจาก ครม.อนุมัติแล้วว่า “ถือเป็นเรื่องดีที่ประชาชนจะได้ใช้รถในราคาถูกลง เพราะลดภาษีให้ผู้ประกอบการขายรถ อีกทั้งยังช่วยลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องฝุ่น PM 2.5”
ขณะนี้ภาครัฐอยู่ระหว่างการจัดทำมาตรการและเงื่อนไขการส่งเสริมการอุดหนุนให้กับผู้ประกอบการ สำหรับรถยนต์และรถกระบะคันละ 70,000-150,000 บาทต่อคัน และรถจักรยานยนต์ 18,000 บาทต่อคัน ซึ่งเห็นว่าการอุดหนุนรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ายังอยู่ในวงจำกัด
"ขอเสนอให้รัฐขยายการสนับสนุนให้ครอบคลุมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีความจุแบตเตอรี่ไม่เกิน 3 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง (KWh) โดยมีส่วนลดคันละ 5,000-9,000 บาท เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับประชาชนที่นิยมหันมาใช้เป็นจำนวนมากขึ้น ซึ่ง "ส.ส.วัน" เชื่อว่าเป็นกลุ่มคนตลาดใหญ่มากถึงร้อยละ 70 หากสามารถทำราคารถให้ประชาชนสามารถจับต้องได้ง่ายขึ้น ก็เชื่อว่าจะมีคนหันมาใช้มากขึ้น และคุณภาพอากาศและคุณภาพชีวิตพวกเราก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอน"
ส.ส.วันกล่าวและขอเสนอแนะเพิ่มว่า “สำหรับรถแบตเตอรี่ไม่เกิน 3 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงนั้น รัฐควรออกมาตรการเพื่อความปลอดภัยให้วิ่งได้เฉพาะในตรอก ซอย หรือในหมู่บ้านเท่านั้น ไม่ให้ออกมาวิ่งบนท้องถนน เนื่องจากเป็นรถที่มีความเร็วต่ำ และอาจเกิดอันตรายแก่ผู้ขับขี่และผู้ร่วมทางได้ เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ”
เข้าอกเข้าใจชาวบ้านเช่นนี้ อิจฉาแทนชาวพญาไท-ราชเทวี-จตุจักร ที่มีคนทำงานอยู่ใกล้ๆ ตัว.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดินเท้าขอบคุณ
ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก
'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'
ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต
"พักก่อนพี่เต้"
บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง
'อยากดูแลทุกคน'
การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด
โพสต์เดือด!
พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้
‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง
ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย

