
“ตรุษจีน” ปีนี้ เขาบอกเป็น “ม้าไฟ”
แต่ที่ไหนได้.....
กลายเป็น “ม้านิลมังกร”!
มากับลมพายุอื้ออึงหอบน้ำฝนเม็ดเท่าหัวจุกนม กระแทกใส่ประตูกระจกหน้าสำนักงานไทยโพสต์ซะจนสั่น พั่บๆๆๆ ทำท่าจะปลิวกระเด็น
นักข่าว ๓-๔ คน ต้องช่วยกันยัน-ยึดไว้
ฟาดโครมๆๆๆๆ อยู่พักใหญ่.....
จู่ๆ ทั้งลม-ทั้งฝน พลันหยุดเหมือนมีใครเด็ดเม็ดน้ำฝนนั้นทิ้ง
สถานการณ์ที่ทำเอาผมอกสั่นขวัญสะดิ้ง เพราะกลัวเสียอีกบานละ ๕๐,๐๐๐ ทุกอย่างกลับสู่ปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น!
“ม้านิลมังกร” เขามาคะนองน้ำน่ะ....
มา “ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ อั่งเปาตั่วตั่วไก๊” ให้ “ไทยโพสต์”
แล้วก็ตีฟองคะนองคลื่น
กลับไปหาพระเจ้าตาที่ “เกาะแก้วพิสดาร” โน่น!
สถานการณ์บ้านเมืองก็มีอะไรปุบปับแปลกๆ อย่างนี้แหละ เพราะเป็นช่วงดาวเสาร์เป็นวินาศกับดวงเมือง
ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการเมืองและประชาชนมันก็จะหาเรื่องวินาศ “คลุมๆ เครือๆ” และเคลื่อนไปแบบ “เรือเกลือ” แบบนี้แหละ
แต่เข้าตามสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆ ได้พร้าสองเล่มงาม”!
เลือกตั้งเสร็จ แพ้แล้วตีรวน
จากเรื่องหีบบัตรส่อไม่สุจริต ไปเรื่องบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง กกต.ทำผิดกฎหมาย
นำไปสู่การปลุกระดม นับใหม่ จากนับใหม่ ให้เลือกตั้งใหม่ กกต.ฟ้องนักปลุกระดมบ้าง นักปลุกระดมฟ้อง กกต.บ้าง
ฟ้องศาลปกครอง บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งบ้าง ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยให้เลือกตั้ง ๘ ก.พ.เป็นโมฆะบ้าง
เรียกว่าล่อกันนัว ทำเอา ๗ กกต.ต้องเรียกหา “ยาบวดหาย” มากินแทนข้าว มันอีนุงตุงนัง เรื่องผลเลือกตั้งก็ยังไม่เสร็จ เรื่องถูกฟ้องร้องก็ตามมา
แล้วที่ให้เลือกตั้งใหม่บางเขต ก็เป็นปัญหาโลกแตกอีกว่า จะใช้บัตรเลือกตั้งเจ้าปัญหาเดิมที่มีบาร์โค้ดหรือจะต้องพิมพ์ใหม่ ไม่ต้องมีบาร์โค้ด?
ถ้าพิมพ์ใหม่ไม่มีบาร์โค้ด มันก็เท่ากับ กกต.ยอมรับว่า ที่มีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ๘ กุมภา.นั้น ผิดกฎหมายจริง
ยุ่งเป็นยุงกัดหมี เข้าไปอีก..เฮ้อ!
มันก็เข้าตำราอีกแหละ “ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว” ฝ่ายแพ้แล้วพาล จนเรื่องบานทะโรค แล้วตัวเองก็ถูกเข้าบ้าง
จู่ๆ “อดีต สส.แก้วตา” พรรคส้ม ก็ออกมาแฉแหลก เรื่องพรรคทำไอโอ ตั้งบริษัท Spectre C อยู่บนชั้น ๔ ของพรรคประชาชน!
อ้าว...ฉิบห่ะ...ละซี
เพราะบริษัท “ผลิตสื่อ” นั้น มันมีคนพรรคส้มถือหุ้นอยู่ด้วย ก็เลยถูกขุด-ถูกคุ้ย เอามาแฉกันเต็มพรึ่ดสื่อโซเชียล อย่างเช่น..เนี่ย
...................................
จักรวาลด้อมส้ม
#ทุกคนคะ พรรคส้มชี้แจงด้วยค่ะ
พรรคประชาชนและ Spectre C อยู่ตึกเดียวกันแค่คนละชั้น
ผู้บริหารพรรคส้มเคยเป็นกรรมการ บ. Spectre C
ผู้ช่วย สส.พรรคส้มเป็น กรรมการบริหาร บ. Spectre C
สส.พรรคส้มเป็นคนพาคณะทัวร์ เวลาสื่อมาเยี่ยม บ. Spectre c
เงินภาษีอุดหนุนพรรคส้ม เอามาจ้าง บ. Spectre C
สส. และ ผช.สส. พรรคส้มมาช่วยงาน บ. Spectre C
ราคาผลิตสื่อแรงมาก บางภาพราคา 7,000 บาท
ยังไม่รวมที่ เลขาติ่ง เอา ผช.สส.บัญชีรายชื่อพรรคส้ม มาช่วยงานส่วนกลาง
ไม่รู้ส่งมาช่วยงานที่ บ. Spectre C กี่คน โดยใช้ภาษีชาวบ้านที่จ่ายเงินเดือนให้ ผช.สส.
อดคิดไม่ได้ว่า แหล่งฟอกเงิน อาจไม่ได้อยู่แค่ข้างบ้านคุณ อาจอยู่ในตึกคุณก็เป็นไปได้ค่ะ ถ้าพรรคส้มไม่ชี้แจงให้ชัดเจน
................................
ก็เอามาให้ดูแค่เป็นน้ำจิ้ม
แล้วมันไม่แค่นั้น ผลบุญที่ทำกับ กกต. บุญนั้นพลันสนองซ้ำ ด้วยมีคนเปิดโปงเรื่อง ใบสมัครสมาชิกพรรคส้ม ให้ผู้สมัครต้องกรอก Laser ID ของบัตรประชาชนด้วย!
ก็ไม่ต่างกับเรื่องบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด พรรคส้มว่า กกต.ผิด เพราะการมีบาร์โค้ด เท่ากับใช้ “ล้วงความลับ” ได้
ใบสมัครของพรรคส้ม ให้ผู้สมัครต้องกรอก Laser ID หลังบัตรประชาชน นั่นยิ่งร้ายกว่า เพราะไม่แค่ล้วงความลับเจ้าของบัตรเท่านั้น
สามารถ “ล้วงเงิน” ทั้งหมดในบัญชีแบงก์ของเจ้าของบัตรนั้นได้ ไม่ต่างพวกสแกมเมอร์!!!
ดาวเสาร์อยู่ในภพวินาศของดวงเมือง มันก็เงี้ย ใครทำดี-ดีก็สนองสุดใจ ใครทำชั่ว-ชั่วนั้นพาบรรลัยในพริบตา
เพราะตอนนี้ อยู่ในวาระ “กรรมสนองกรรม”
ผมบอกเป็นครั้งที่ ๙,๙๙๙,๙๙๙ ครั้งแล้ว กะโหลกรั่วกันใช่มั้ยล่ะ จึงมะจำ?!
เรื่องบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดนั่นน่ะ ไม่เท่าไหร่หรอก คนมันจะหาเรื่อง ในทำนอง “กูเลือกตั้งแล้วแพ้ ก็อย่าหวังว่าจะมีใครชนะ” ก็ตีรวนไปเรื่อย
บัตรเลือกตั้ง ๓๐-๔๐ ล้านใบอยู่ในหีบเลือกตั้งทั่วประเทศ ถามจริงๆ เถอะ ใครจะไปส่องบาร์โค้ดหา ว่าใบไหนที่รับเงินกูไปแล้วลงให้หรือเปล่า?
ในความเป็นจริง มันจะค้นหาชื่อคนรับเงินจากในบัตร ๓๐-๔๐ ล้านใบ ให้พบว่า คนนั้น-ชื่อนั้น X ให้ใคร มันทำได้จริงมั้ย?
ถึงจะทำได้หรือทำไม่ได้...
เอาในความเป็นไปได้ จะมี “ใคร-หน่วยไหน” อนุญาตให้ไปส่องค้นหาตามหีบบัตรเลือกตั้งทั้งประเทศ ซึ่งไม่ต่างกับการ “งมเข็มในมหาสมุทร”?
ไอ้พวกนักกฎหมายเลี่ยงบาลี ก็ดัดจริต-ดีดดิ้นอ้าง “ความลับ...ความลับ” ในการเลือกตั้ง!
ตุ๊ยยยยย...ใครเลือกใคร เดินออกจากคูหา กูถามมึง-มึงถามกูว่าเลือกใครให้ว่อนไปหมด ลับ-แล้บ อะไร มันมีที่ไหน
พุทธภาษิตมีว่า "นัตถิ โลเก ระโห นามะ ปาปะกัมมัง ปะกุพพะโต" ขึ้นชื่อว่าที่ลับของผู้ทำบาปกรรม ย่อมไม่มีในโลก
อย่างที่เราเอามาพูดกัน “ความลับไม่มีในโลก” นั่นแหละ
การใช้ อย่าว่าแต่บาร์โค้ดเลย ไม่ว่ามีด หรือปืน การใช้จะเป็นคุณหรือเป็นโทษ มันอยู่ที่เจตนา
เอามีดปอกผลไม้ เป็นคุณ เอาไปฆ่าคน-ฆ่าสัตว์ เป็นโทษ
บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งก็ทำนองนั้น กกต.ทำบนฐานคิดดีเพื่อป้องกันการทุจริต ซึ่งมันเป็นคุณ
แต่พวกที่โวยวาย อ้างโน่น-อ้างนี่ ก็ด้วยคิดบนฐานคิดชั่ว มันก็มุ่งไปในทางเป็นโทษ!
อยากรู้จริงๆ ว่า มันจะมีไอ้หมา-ไอ้แมวตัวไหน จะคิดทำในทางชั่วร้าย ถึงขั้นไปสแกนหาบัตร ๓๐-๔๐ ล้านใบ
ว่าใบไหนของคนที่มันซื้อเสียงไว้ ลงคะแนนใคร?
ถ้าทำงี้ได้ ปีนี้ ไทยคะแนนทุจริตอยู่อันดับที่ ๓๓ ปีหน้า ติดอันดับขี้โกงทั้งประเทศ ติดอันดับ ๑ แน่ๆ!
คนเรามันจะหาเรื่อง-หาเหตุ ก็อ้างไปได้ทุกเรื่อง ไปอินกะมันมาก ปวดหัวตายห่ะ
แล้วเนี่ย แพ้แล้วไปพาลกับ กกต.เขา กรรมนั้น ก็เลยสนองตัว ทีเดียว ๒ เรื่องซ้อน ทั้งเรื่อง Laser ID และเรื่อง Spectre C
ฟังผมไม่รู้ ต้องฟังคนชื่อ “Tuksin” เขาพูด อ่านดูนะ
...........................................
Tuksin B. Shinkrubwat แหลมา แฉกลับ!!!
จะไปบวกกับ กกต.ทั้งให้นับใหม่ ทั้งเลือกตั้งใหม่ ทั้งร้อง ม.157 เค้า แต่พรรคตัวเอง โดนคนในแฉยับอยู่เนี่ย
เรื่อง IO Spectre C ยังไม่จบ มาเรื่องเลเซอร์ ID อีกแล้ว พรรคห่านไรวะ ขยันหาเรื่องมาก
ในเว็บไซต์พรรคประชาชน ในช่องการสมัครสมาชิกพรรคนั้น มีการให้ประชาชนที่สนใจสมัครเป็นสมาชิกพรรค กรอกข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ
เเละสิ่งที่น่าสนใจคือขอให้ประชาชนกรอกเลขรหัสประจำตัว “บัตรประชาชน 13 หลัก” (เลขด้านหน้าบัตร )เเละรหัส Laser ID (รหัส 12 หลักด้านหลังบัตร) ด้วย
ทั้งๆ ที่ Laser ID เป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” ที่กฎหมายคุ้มครอง (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562)
จะเปิดเผยได้เมื่อมีคำสั่งศาล/เจ้าของบัตรประชาชนยินยอม
เมื่อพรรคประชาชน ขอข้อมูล Laser ID นี้ จากสมาชิกพรรคนั้น มีข้อสังเกตว่า พรรคใช้อำนาจ “กฎหมายฉบับใด” ดำเนินการ
เเม้เว็บไซต์พรรคประชาชนได้เเจ้งข้อความในการให้ผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคระบุ Laser ID ว่า
“คำชี้แจงกรณี ขอข้อมูล Laser code หลังบัตรประจำตัวประชาชนในการสมัครสมาชิกพรรคและการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรค”
ด้วยเหตุที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560
กำหนดให้สมาชิกพรรคการเมืองต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด
ในกรณีเป็นผู้มีสัญชาติไทย โดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี (มาตรา 24 ประกอบมาตรา 9 (1))
และการรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด พรรคการเมืองห้ามรับบริจาคจากบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย (มาตรา 74)
ดังนี้ วิธีการตรวจสอบข้อมูลบุคคลที่มีสัญชาติไทย ตามระบบฐานข้อมูลของ “กรมการปกครอง” กระทรวงมหาดไทย
จำเป็นต้องยืนยันด้วย....
“รหัสกำกับบัตรประจำตัวประชาชน” (Laser code) เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว
จึงขออภัยในความไม่สะดวกอันเนื่องมาจากความจำเป็นทางกฎหมายฝ่ายทะเบียนสมาชิกพรรคประชาชน”
...............................................
เรื่องบริษัท Spectre C
“เว็บไซต์ฐานเศรษฐกิจ” ให้ข้อมูลว่า บริษัทมี “นายศรายุทธิ์ ใจหลัก” เลขาฯ พรรคประชาชน เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ
จากการนำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 29 เม.ย.66 นายศรายุทธิ์เป็น 1 ใน 25 ผู้ถือหุ้น
แต่สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) วันที่ 8 ส.ค.67 ในจำนวน 24 คน ไม่ปรากฏชื่อ “นายศรายุทธิ์ ใจหลัก” เป็นผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด
ทั้งนี้ บริษัท สเปกเตอร์ ซี เคยรับผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของพรรคก้าวไกล ในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เมื่อปี 66
โดยได้รับเงินอุดหนุนจาก “กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง” 1 ชิ้น 3,000 บาท ผลิตเมื่อวันที่ 29 ม.ค.66
.ข้อมูลจากเว็บไซต์ภาษี ระบุ บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด เคยมีโครงการ จัดซื้อ-จัดจ้าง จำนวน 1 โครงการ ได้แก่ จ้างผลิตสื่อโฆษณา
และเช่าพื้นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในเขตพื้นที่เทศบาลฯ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ของเทศบาลตำบลทากาศเหนือ ต.ทากาศ อ.แม่ทา จ.ลำพูน
วงเงินงบประมาณ 32,100 บาท เมื่อวันที่ 14 ก.ย.65
.ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด
จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 14 ม.ค.63 ทุนจดทะเบียน 1.43 ล้านบาท มีนายพุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล นายศุภชัย เสียงจันทร์ และนางสาวกัลยกร ศรีวารีรัตน์ เป็นกรรมการบริษัท
ประเภทธุรกิจตอนจดทะเบียน กิจกรรมทางกฎหมาย วัตถุประสงค์ ประกอบกิจการรับเป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความ
ตลอดจนการให้บริการทางกฎหมายแก่บุคคลหรือนิติบุคคลใดๆ ทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร
ส่วนประเภทธุรกิจ ที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด การจัดพิมพ์จำหน่ายหรือเผยแพร่งานอื่นๆ ผ่านทางออนไลน์
วัตถุประสงค์ การบริการตัดต่อภาพและเสียง ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ 167 ชั้น 5 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ที่ตั้งเดียวกับ สำนักงานใหญ่ “พรรคประชาชน”
เอาเท่านี้พอนะ แล้วคอยตามดู ระหว่าง กกต.กับพรรคส้ม
ใครจะ “เป็นหมู่-เป็นจ่า” กันแน่?!
-เปลว สีเงิน
๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
คนปลายซอย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทิน “ยิ่งตื้น-ยิ่งลึก”
แพ้แล้วก็เปิดคอก... ปล่อยสัตว์การเมืองฝูงเดิมๆ ออกมาเห่า “นับใหม่...เลือกตั้งใหม่” พันแข้ง-พันขา ดูน่ารำคาญ!
เรื่อง 'สาวๆ พรรคส้ม'
วุ้ย.....สาวๆ “พรรคส้ม” นี่ เค้าหยอกกันด้วยความเป็นคนที่ “ทัดเทียมกัน” น่ารักดีจัง
🔴 LIVE ‘แก้วสรร’ ขีดเส้นใต้ โจทย์หิน ‘อนุทิน’ ดักคอ ‘ส้ม’..จุดไฟ 6 ตุลา!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
‘แก้วสรร’ ขีดเส้นใต้ โจทย์หิน ‘อนุทิน’ ดักคอ ‘ส้ม’..จุดไฟ 6 ตุลา!! อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : : วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569
‘เริ่มตั้ง-เริ่มเห็นปัญหา’
ผมเพิ่งหายสงสัยวันนี้เอง ว่า.....“เพราะเหตุใดประเทศไทยจึงมีกฎหมายมากที่สุดในโลก?!” แต่คนไทยกลับ “รู้กฎหมาย” น้อยที่สุดในโลก ขณะเดียวกัน คนไทยกลับ “หลบเลี่ยงกฎหมาย” ได้เก่งที่สุดในโลก!?
ใครจะ ‘ลองของ กกต.’?
ประธาน กกต.ท่านนี้.... “นายณรงค์ กลั่นวารินทร์” ผมอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ เพราะชอบ “ความนิ่ง” ของท่านท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน
'ส้มเสี้ยม' จะจบยังไง?
ช่วงนี้ ชาวบ้านมี ๒ อารมณ์ คือ ถ้าไม่เครียด ก็รำคาญ! จากเรื่องที่พรรค “แพ้แล้วพาล” ใช้บริการเด็กแก๊ง “วอนนอนคุก” ปลุกม็อบ ให้นับคะแนนใหม่ ไปจนถึงให้เลือกตั้งใหม่ทั้งหมด

