‘กธ.’ถอยหมดจนติดกำแพง เหลือแค่‘น้ำเงิน’ลิขิตชะตา

จากพรรคที่ใครต่อใครคิดว่า ‘แบเบอร์’ ที่สุดในการจับมือตั้งรัฐบาลร่วมกับ ‘พรรคภูมิใจไทย’ ต้องกลายมาเป็นพรรคการเมืองที่ต้องลุ้นที่สุดว่า จะ ‘ตกขบวน’ หรือไม่ สำหรับ ‘พรรคกล้าธรรม’ อาณาจักรของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค

จนถึงวันนี้ การเลือกตั้งผ่านมา 11 วัน แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะยังไม่รับรองผลการเลือกตั้ง สส. แต่ตัวเลขหน้าตักของแต่ละพรรคชัดเจนหมดแล้ว การที่จนป่านนี้ ‘กล้าธรรม’ ยังไม่ได้รับขันหมากจาก ‘ภูมิใจไทย’ ในฐานะพรรคอันดับ 1 จึงเป็นเรื่องไม่ปกติ

ตรงกันข้าม กลายเป็น ‘เพื่อไทย’ คู่แข่งคนสำคัญในสนามเลือกตั้งของ ‘ค่ายสีน้ำเงิน’ ได้รับการเชื้อเชิญไปคุยจัดตั้งรัฐบาลก่อน ‘กล้าธรรม’ ที่ถูกมองว่า เป็นพันธมิตรทางการเมืองก่อนลงสนาม

ในทางการเมือง การที่ ‘ค่ายสีเขียว’ ยังล่องลอยอยู่ และการเลือกคุยกับ ‘ค่ายสีแดง’ ก่อนของ ‘ค่ายสีน้ำเงิน’ เป็นความจงใจของผู้ที่ทำหน้าที่ ‘กำหนดเกม’ ในกระดานครั้งนี้

โดยเฉพาะการดึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ ‘กล้าธรรม’ ตีตราจองเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง มาอยู่ในอาณัติของ ‘ภูมิใจไทย’ แทน ตามแพลนที่วางเอาไว้ว่า จะให้กระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมดเป็น ‘ทีมสีน้ำเงิน’ เพียวๆ

สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คือ ‘เป้าหมายอันดับ 1’ ของ ร.อ.ธรรมนัสมาโดยตลอด เพราะที่นี่คือ กระทรวงที่ง่ายต่อการนำมาต่อยอดในสนามเลือกตั้ง โดยเฉพาะการผลักดันนโยบายต่างๆ ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของ ร.อ.ธรรมนัส

รัฐบาลชุดที่แล้ว กระทรวงพญานาคแห่งนี้คือ อาณาจักรของกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส ที่เข้าไปคุมแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งตัวรัฐมนตรีว่าการ หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการ

ฉะนั้น การขอโควตานี้คืนจาก ร.อ.ธรรมนัสดีๆ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย มันจึงเกิดปฏิบัติการลดอำนาจต่อรอง ‘กล้าธรรม’ ด้วยการ ‘นิ่ง’ ไม่รีบเชิญมาร่วมรัฐบาล และการดึง ‘ค่ายสีแดง’ ที่มีเสียงมากกว่า ‘ค่ายสีเขียว’ เข้ามาก่อน เพื่อทำให้รัฐบาลมีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง และทำให้ความจำเป็นของพรรคกล้าธรรมน้อยลง

ปฏิบัติการลดอำนาจต่อรองดังกล่าวส่งผลต่อ ‘กล้าธรรม’ เหมือนเป็นการบีบให้ ร.อ.ธรรมนัสแทบไม่มีทางเลือกอื่น

หากไม่ยอมคายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย่อมนำไปสู่การแตกหัก และนั่นจะส่งผลให้ ‘กล้าธรรม’ ถูกผลักไปเป็นฝ่ายค้านโดยอัตโนมัติ

ขณะที่ ‘ภูมิใจไทย’ ไม่มีปัญหาเรื่องตัวเลข พวกเขายังมีออปชัน สามารถดึง ‘พรรคประชาธิปัตย์’ มาเสริมความแข็งแกร่งให้รัฐบาลแทน ‘กล้าธรรม’ ได้

นอกจากเสียกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ยังมีข่าวออกมาว่า ‘ผู้กำหนดเกม’ ยังไม่ต้องการให้ ร.อ.ธรรมนัส นั่งรัฐมนตรีเอง เพื่อลดทอนแรงต้านจากสังคม

เรียกว่า นอกจากต้องยอมคายกระทรวงอันหวงแหน ยังถูกกีดกันจาก ครม.ด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น การที่พรรคภูมิใจไทยเลือกดึงพรรคเพื่อไทยมาก่อน ยังทำให้โควตารัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรมต้องน้อยลงไปอีกหากได้ร่วมรัฐบาล ที่สำคัญ กระทรวงที่ได้จะอยู่ในเกรดไหน

หากจับปฏิกิริยาของแกนนำพรรคกล้าธรรม โดยเฉพาะ ร.อ.ธรรมนัส ตลอดจนนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค ดูเหมือนอยู่ในสภาวะ ‘ไม่มีทางเลือก’ และต้อง ‘จำยอม’ โดยเฉพาะนายไผ่ ที่เป็นฝ่ายเริ่มโทรศัพท์หานายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยก่อน เพื่อยืนยันว่า ไม่ได้ต่อรองกระทรวง และไม่มีเงื่อนไขใดๆ ในการเข้าร่วมรัฐบาล

ขณะที่การประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา รัฐมนตรีในซีกพรรคกล้าธรรมเดินทางมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ขาดเพียง ร.อ.ธรรมนัส และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อแสดงให้เห็นว่า พวกเขาพร้อมให้ความร่วมมือกับพรรคแกนนำอย่างพรรคภูมิใจไทย แม้บรรยากาศในที่ประชุมจะอึมครึมก็ตาม

สถานการณ์ของ ‘ค่ายสีเขียว’ ตอนนี้เหมือนอยู่ในสภาวะ ‘รับสภาพ’ หรือถอยจนหลังติดกำแพงแล้ว ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยจะเอาอย่างไร จะให้อะไร เหมือนยอมทั้งหมด

หากจับท่าทีของ ร.อ.ธรรมนัส ระหว่างพูดเรื่องนี้ จะเห็นการเก็บอาการกล้ำกลืนที่หลุดรอดออกมาให้เห็นอยู่บ้าง เพราะวันนี้มีทางเลือกอยู่แค่ 2 ทางคือ ‘เอา’ หรือ ‘ไม่เอา’

หาก ‘ไม่เอา’ ต้องรับสภาพการเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ ซึ่งนั่นไม่ใช่แนวทางของพรรคที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นฝ่ายบริหารเท่านั้น

ไม่เพียงเท่านั้น หากถูกผลักให้ไปเป็นฝ่ายค้าน ‘กล้าธรรม’ ยังเสี่ยงต่อการเจอสภาวะ ‘เลือดไหล’ หรือ ‘งูเห่า’ เพราะนักเลือกตั้งพวกนี้ต่างหวังจะเป็นรัฐบาลทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ‘ค่ายสีเขียว’ หมดทรัพยากรไปจำนวนมหาศาล พวกเขาไม่ปรารถนาเป็นฝ่ายค้านแน่

ดังนั้น ชะตากรรมของ ‘กล้าธรรม’ ในเวลานี้จึงถูกลิขิตโดย ‘ภูมิใจไทย’

สิ่งที่ต้องจับตาหลังจากนี้คือ เมื่อ ‘ค่ายสีเขียว’ ยอมทุกอย่าง แล้ว ‘ค่ายน้ำเงิน’ จะมีเงื่อนไขอะไรออกมาอีกหรือไม่

เกมนี้จะเป็นเพียงการลดอำนาจต่อรองเพื่อเอากระทรวงคืน หรือมันลึกกว่านั้น นั่นคือ เป็นรัฐบาลที่ไม่มี ‘กล้าธรรม’ รวมอยู่ด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เชือด'ตัวการใหญ่' สยบข่าวร้าว'สีน้ำเงิน'

“ไม่มีควัน ย่อมไม่มีไฟ” หลังเกิดข่าวร่องรอยความขัดแย้งการทำงานของ รัฐบาลสีน้ำเงิน ภายใต้การนำของ “2 น. 1 พ.” คือ “น.หนู” - อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

"ธิวัลรัตน์" ประธาน กมธ.การศาสนาฯ ติดตามเหตุพระธุดงค์ถูกรถชนที่มุกดาหาร มอบรองประธานฯ เยี่ยมผู้บาดเจ็บ

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส. จังหวัดเพชรบุรี เขต 1พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม

'อนุทิน' ปัดรอยร้าว 2 น. ลั่น ภท.ไม่มีใครกล้าทะเลาะกัน

“อนุทิน” สยบกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรคภูมิใจไทย ย้ำไม่จำเป็นต้องอธิบายความสัมพันธ์ “หนู-เน” พร้อมแซวสมัยก่อนถึงขั้นจะเปลี่ยนชื่อเป็น “เนทิน-อนุวิน”

เร่งปิดจ๊อบ‘โกงสอบท้องถิ่น’ป.ป.ช.หวังกู้มือปราบโกง

คดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำลังได้รับการจับตาจากสังคมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในมือขององค์กรปราบโกงอย่าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งมี นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นประธาน ที่เหมือนเป็นเจ้าภาพหลักในการตรวจสอบครั้งนี้

สถานการณ์“ไทย-กัมพูชา”ยังเปราะบาง เช็กการบ้านเตรียมความพร้อมชายแดน

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 "สส.กังฟู" วสวรรธน์ พวงพรศรี

'ไชยชนก' สยบข่าว '2 น.-1 พ.' แตกหัก ยันภูมิใจไทยสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน

ที่อาคารรัฐสภา นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าว