
หลังพรรคภูมิใจไทยคว้าชัยเลือกตั้งปี 2569 และกำลังเดินหน้ารวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่
เกมอำนาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ฝ่ายบริหาร เพราะอีกตำแหน่งที่ถูกจับตามองไม่แพ้กัน คือ "ประธานสภาผู้แทนราษฎร" ซึ่งทำหน้าที่เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ และเป็นประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง
ชื่อที่ถูกดันขึ้นมาเป็นตัวเต็งทันทีจากแวดวงการเมือง และสื่อมวชน คือ "โสภณ ซารัมย์" สส.หลายสมัย นักการเมืองรุ่นใหญ่สายบุรีรัมย์ ผู้มากประสบการณ์ และถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของพรรคสีน้ำเงินมายาวนาน
“โสภณ” เริ่มต้นชีวิตจาก “ครูบ้านเกิด” ก่อนก้าวเข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติในปี 2544 ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.บุรีรัมย์ และผ่านการเปลี่ยนผ่านหลายพรรค ตั้งแต่พรรคชาติไทย, พรรคไทยรักไทย, พรรคพลังประชาชน จนมาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของพรรคเรื่อยมา
เส้นทางกว่า 2 ทศวรรษของเขา ผ่านทั้งบทบาทรัฐมนตรีช่วยคมนาคม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงประธานกรรมาธิการสำคัญในสภา ทำให้ชื่อของ “โสภณ” ถูกมองว่า “เก๋าเกม” และรู้จังหวะการเมืองในสภาเป็นอย่างดี
ล่าสุด ภายใต้รัฐบาล "อนุทิน 1" ที่มีเวลาทำงานประมาณ 3 เดือนก่อนยุบสภา "โสภณ" ได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบเรื่องการแก้ปัญหาสังคม โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด และหากมี ครม.อนุทิน 2 เขาจึงถูกจับตาว่าอาจถูกส่งขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อคุมเกมฝ่ายนิติบัญญัติให้ราบรื่น
เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าว เจ้าตัวตอบแบบถ่อมตัวว่า “ยังไม่มีการทาบทาม ต้องรอ กกต.รับรองก่อน” พร้อมย้ำว่า “อยู่ตำแหน่งไหนก็ทำเต็มที่”
ประโยคที่สะท้อนมุมคิดชัดที่สุดคือ “คนจะสรรเสริญหรือนินทา อยู่ที่การกระทำ…ผมท่องโลกธรรม 8 ทุกวัน เพราะสักวันหนึ่งเราไม่ได้เป็นเจ้าของ”
ตัวเต็งประธานสภาคนนี้ จึงไม่ใช่แค่เพราะความเก๋าการเมือง แต่เพราะความไว้วางใจ ประสบการณ์ และการยืนระยะในพรรคภูมิใจไทยมาอย่างยาวนาน อาจส่งให้ได้เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต.ดินแดนแห่งแสง
เก็บตกควันหลงมหกรรมเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา บรรยากาศที่หน้า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ดูจะคึกคักเป็นพิเศษจนแทบไม่มีที่ให้สื่อมวลชนได้วางขาตั้งกล้อง
‘Happy V Day!’
เพิ่งผ่านพ้นการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา หลายคนมีทั้งสมหวังและผิดหวัง แต่มีคนหนึ่งจาก “พรรคเพื่อไทย” ที่รักษาแชมป์ได้ นั่นคือ “น้ำ” จิราพร สินธุไพร ว่าที่ สส.ร้อยเอ็ด
ได้ทั้งรักได้ทั้งวิตามิน
ควันหลงวันแห่งความรัก วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่มีคู่รักคนดังออกมาเปิดตัวและบ้างควงกันออกหวานโชว์สื่อ อย่างคู่รักการเมือง เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ควงภริยา “คุณจ๋า-ธนนนท์ นิรามิษ” จดทะเบียนสมรสชื่นมื่น ส่วนที่ฮือฮาอีกคู่คือการเปิดตัวของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่เปิดตัวหวานใจสวยเก่ง “ก้อย-อรัชพร โภคินภากร” ดารานักแสดง จนสาวๆ อกหักกันเป็นแถว
เดินเท้าขอบคุณ
ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก
'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'
ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต
"พักก่อนพี่เต้"
บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง

