บันทึกหน้า 4

จะบอกว่ายามนี้เข้าใกล้สุญญากาศทางการเลือกตั้งและการเมืองก็อาจไม่เกินเลยเท่าใดนัก เพราะแม้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติจะผ่านไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แต่การนับคะแนนและสรุปผลรับรองผลการเลือกตั้งยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนความ แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จะมีเส้นตายถึง 60 วันภายหลังการเลือกตั้ง หรือจนถึงวันที่ 9 เมษายน 2569 ก็ตามที ...๐

แต่การยื้อยุดในเรื่องดังกล่าวให้ทอนเวลาออกไป ต้องบอกว่านับวันมีแต่จะน่าเป็นห่วง ดูง่ายๆ ในการเลือกตั้งและออกเสียงใหม่ใน วันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ.2569

ซึ่งประกอบด้วยกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 15 หน่วยเลือกตั้งที่ 9 (แขวงคันนายาว), น่านเลือกตั้งใหม่บางหน่วย, อุดรธานีเลือกตั้งใหม่บางหน่วย และพะเยาออกเสียงลงคะแนนใหม่ในเขต 1 หน่วยที่ 6 นั้น จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้บัตรดรามาฉบับเดิมหรือแบบใหม่ ...๐ คงเป็นไปตามที่ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต.วิเคราะห์ไว้นั่นแล ว่า เป็นทางเลือกที่ยาก เพราะหากใช้บัตรที่มีบาร์โคดเดิม แล้วถูกสายสืบไขปริศนากาใครได้ก็จบเห่ แต่หากใช้บัตรใหม่ก็เท่ากับยอมรับว่าบัตรเก่ามีปัญหา งานนี้จึง เข้าข่าย “ซ้ายก็หมดท่า ขวาก็เสี่ยงคุก” กันเลยทีเดียว ...๐

กกต.ภายใต้บังเหียนที่มี “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” กุมบังเหียนก็คงรู้ดี และเพื่อหลีกเลี่ยงข้อซักถามเรื่องดังกล่าว กกต.เลยงดประชุมสัปดาห์นี้เสียเลย เรียกว่า “ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม” แต่เชื่อหัวไอ้เรืองเถอะว่าสุดท้ายเรื่องบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดจะสั่นสะเทือนไปจนถึง การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ และ กกต.ทั้งหลายต้องเข้าไปนอนซังเตหรือเปล่า ต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ “นครินทร์ เมฆไตรรัตน์” นั่งเป็นประธานวินิจฉัยอยู่นั่นเอง ...๐

ดูเหมือนอาการของนักการเมืองยามนี้ก็เหมือนจะรู้อย่างไรอย่างนั้น เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งปกติมักไม่ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ แต่ตลอดวันพุธกลับเงี่ยบฉี่ และก่อนเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลก็แสดงท่าทางเหมือนเจ็บคอขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น ...๐

ในขณะที่ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ตอนแรกให้สัมภาษณ์ก็ระบุแปลกๆ ว่า ให้โฟกัสไปที่บัตรเขย่งและบาร์โค้ดดีกว่ามาจดจ่อเรื่องจัดตั้งรัฐบาล ต่อมาก็ให้สัมภาษณ์ย้ำอีกครั้งว่ากังวลว่าการเลือกตั้งอาจผิดรัฐธรรมนูญ และอาจต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ...๐

เรียกว่าเป็น “สัญญาณ” หรือลางที่ไม่ดีที่ต้องเกาะติดกันอย่างไม่กะพริบตา เพราะขนาด “เต้ ไดโนเสาร์” ยังบอกว่าพรรคการเมืองที่มีดีลจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องวางเงินมัดจำ 5-10 ล้านบาท ขอให้เลิกมัดจำ และให้รอดูก่อนว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ งานนี้ทั้งระดับบิ๊กและระดับหิวแสงต่างออกอาการแบบไม่ได้นัดหมายกันเลยทีเดียว ...๐

หันมาดูความเคลื่อนไหวของพรรคแดงของตระกูลชินวัตรกันบ้าง เพราะล่าสุด “อ้วน-ภูมิธรรม เวชยชัย” แกนนำพรรคเพื่อไทยออกมาโพสต์เฟซบุ๊กว่าจะเอาเรื่องถึงที่สุด ภายหลังมีเพจหนึ่งไประบุว่า ถ้าได้คุมกลาโหม เขมรมีหนาว เจอของจริงแน่ จัดหนักจัดเต็มเพื่อคนไทย โดย “ภูมิธรรม” ระบุว่า เป็นเฟกนิวส์ชัดเจน เพราะขณะนี้ยังไม่มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง และยังไม่มีการแบ่งโควตากระทรวงแต่ประการใด ซึ่งก็เป็นอย่างที่ “ภูมิธรรม” ประกาศนั่นแลว่าข่าวปลอม เพราะจะไปกล้าจัดหนักจัดเต็มประเทศของอังเคิลได้อย่างไรเล่า แหม! จะกุจะปั้นข่าวทั้งทีไม่ย้อนดูประวัติศาสตร์หรือทำการบ้านกันบ้างเลย ...๐

อีกรายที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย อดีต รมว.ดีอี ที่พยายามผลักดันพนันออนไลน์ให้มาอยู่บนดินแต่รัฐบาลเพื่อไทยไปเสียก่อน ได้ให้การกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ในคดีพิเศษการลงนามเอ็มโอยูระหว่างดีอี กับบริษัท ไพรม์ ออพ พอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วิซีซี จากสิงคโปร์ ในธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่ง “ประเสริฐ” เล่นโยนขี้กองโตแบบพ้นตัว โดยพาดพิงไปยัง 3 ตัวละคร ทั้งได้รับการประสานงานจาก “ร.อ.ธรรมนัส” หรือการมอบให้ “วัลลภ รุจิรากร” เลขานุการรัฐมนตรี รวมถึง “วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ” อดีตปลัดดีอีด้วย เรียกว่าตัวเองลอยตัวแบบหล่อๆ กันเลยทีเดียว ...๐

ทิ้งท้ายด้วย ข่าวศาลฎีกาในคดีมาตรา 112 ที่ต้องบอกว่าจะเป็นบรรทัดฐานต่อไป เพราะล่าสุดในคดีที่ฟ้องพนักงานบริษัทชาวอยุธยา ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์จำคุก 3 ปี 4 เดือน นั้น ศาลระบุตอนหนึ่งว่า “การดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ที่เสด็จสวรรคตไป ...เป็นการตีความตามวัตถุประสงค์ของบทบัญญัติประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มิได้เป็นการตีความเกินขอบเขตหรือขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย” ก็ต้องบอกว่า อาจมีคนหลายคนหนาวสันหลังกันทีเดียวเชียว ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ตื่นขึ้นเช้านี้ คงไม่มีอะไรตื่นเต้น เจี๊ยวจ๊าวเร้าความรู้สึกคนในสังคมไทยได้เท่ากับ การเปิดให้ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” วงเงินรวม 1.76 แสนล้านบาท ที่รัฐบาล "เสี่ยหนู" ระบุว่าจะช่วยประชาชน 43 ล้านคน เป็นเวลา 4 เดือน (มิ.ย.-ก.ย.2569) แบ่งเป็นกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ประมาณ 13 ล้านคน) : ได้เพิ่มเงิน 700 บาท (รวมเป็น 1,000 บาท/เดือน) โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เริ่มใช้สิทธิ 1 มิ.ย. และกลุ่มประชาชนทั่วไป (เป้าหมาย 30 ล้านคน) : รัฐช่วย 60% ประชาชนจ่าย 40% ได้สิทธิเดือนละ 1,000 บาท (จำกัดวันละไม่เกิน 200 บาท

บันทึกหน้า 4

ไส้เดือนถูกขี้เถ้า! ดิ้นทุรุนทุรายอะไรกันหนา กับการที่คณะองคมนตรีเข้าร่วมสังเกตการณ์ ให้คำแนะนำ และข้อห่วงใย ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.)

บันทึกหน้า 4

หลายคนอาจสงสัยคำร้องคดีการเลือกตั้ง 8 ก.พ.ไม่เป็นความลับ เพราะมีการพิมพ์บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำไมเงียบหายไป มีอะไรคืบหน้าหรือไม่ ก็พบว่าคดีนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็อยู่ระหว่างการไต่สวน

บันทึกหน้า 4

ประชุม ครม.เห็นชอบ "โครงการไทยช่วยไทยพลัส" โดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง นำแถลงว่า "เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชนและรักษาไม่ให้กำลังซื้อลดลงมากเกินไป โดยจะช่วยเหลือประชาชนกว่า 43 ล้านคน

บันทึกหน้า 4

หลังการเปิดเวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงภาพของบรรดาเจ้าสัว นักธุรกิจรายใหญ่ และภาคเอกชนที่เข้ามาสะท้อนปัญหาต่อรัฐบาลเท่านั้น แต่คือท่าทีของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ที่สั่งการให้นำข้อเสนอทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุม ครม. พร้อมกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบอย่างชัดเจน เพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

บันทึกหน้า 4

เปิดบันทึกวันนี้ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต 8 ราย บนรถเมล์สาย 206 อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุรถไฟชนบนทางแยกถนนอโศก เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พ.ค. ...0 เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้ จะโทษหรือโยนเป็นความผิดของใคร?!? ฝ่ายใด?!? ระหว่างพนักงานขับรถเมล์โดยสาร พนักงานขับรถไฟ พนักงานควบคุมระบบการจราจรของการรถไฟแห่งประเทศไทย ยังอยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวน แต่ที่แน่นอนและปฏิเสธไม่ได้คือ "ความประมาท" นำมาซึ่งความเสียหาย