อาหารยอดฮิตที่ได้ไปต่อในปี2026

ต้องบอกว่าในยุคนี้ร้านอาหารมีให้ผู้บริโภคได้เลือกกันหลากหลายอย่างมาก และค่อนข้างสะดวกสบายเพราะมีหลายสาขาเปิดให้บริการ รวมถึงการสั่งผ่านแอป ก็เป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยม โดยหนึ่งในนั้นคือ แกร็บฟู้ด ที่ได้มีการรายงาน “เจาะลึกธุรกิจและเทรนด์ร้านอาหารปี 2026” รวบรวบเมนูยอดฮิตและความน่าสนใจในแวดวงอาหาร เลยอยากมาแชร์ข้อมูลเผื่อเป็นไอเดียแก่ผู้ประกอบการนำไปต่อยอดกับธุรกิจตัวเองได้

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปี 2568 ถือเป็นปีทองของ “มัทฉะ'” ที่ได้รับความนิยมทั่วบ้านทั่วเมืองและยังคงเป็นกระแสต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ ในขณะที่อีกสองรสชาติที่มาแรงไม่แพ้กันคือ “พิสตาชิโอ” ซึ่งกลายเป็นวัตถุดิบดาวรุ่งที่อยู่ในเมนูของหวานและเบเกอรีสุดฮิต

อีกรสชาติที่น่าจับตามองคือ “เผือก” ซึ่งมาแรงมากในหมวดเครื่องดื่ม โดยในปีที่ผ่านมาเมนู “ชานมเผือก” กลายเป็นไฮไลต์ไอเทมที่หลายร้านเพิ่มขึ้นมา ทั้งยังมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวบน GrabFood โดยทั้งสามรสชาติสะท้อนรสนิยมของผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มฟู้ดดี้ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ “เรียบง่ายแต่หรูหรา” และยังคงได้ไปต่อในปีนี้

และแน่นอนยุคนี้เมนูเบเกอรีทั่วไปอาจไม่พอ เมื่อผู้บริโภคมีความต้องการที่ “พิถีพิถัน” มากขึ้น โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับคุณภาพของแป้งและเนื้อสัมผัสของขนมปัง จนทำให้ “คราฟต์เบเกอรี” กลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่เฉพาะกลุ่มนิชหรือสายสุขภาพ สะท้อนผ่านกระแสความนิยมของ “ซาวโดวจ์” (Sourdough) หรือขนมปังหมักยีสต์ธรรมชาติที่โดดเด่นด้วยเปลือกกรอบ เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม และมีรสเปรี้ยวปลายลิ้นอันเป็นเอกลักษณ์ ขณะเดียวกัน เทรนด์การจับคู่เลเยอร์รสชาติซับซ้อนที่เรียกว่า “Flavor Profile Pairing” ก็กำลังมาแรง

  ปัจจุบันเครื่องดื่มหนึ่งแก้วเป็นมากกว่าแค่ตัวช่วยดับกระหาย แต่ยังต้องช่วยสะท้อนไลฟ์สไตล์และเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่เพิ่มขึ้น จึงเริ่มเห็นเทรนด์ของ “เครื่องดื่มคัสตอมไมซ์” ได้รับความนิยมมากขึ้น นอกจากนี้ “รูปลักษณ์” ยังกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้รสชาติ เพราะในยุคโซเชียลมีเดีย เครื่องดื่มในมือทำหน้าที่เสมือน “เครื่องประดับ” ที่ช่วยคอมพลีตลุกส์สะท้อนรสนิยมของผู้บริโภค อย่างเมนู “ทอฟฟี่คอฟฟี่ลาเต้” จากร้าน 1:2 Coffee หรือสมูทตี้เลเยอร์สีสวยหลากหลายเมนูจากร้าน Oh! Juice และ PLANTIFUL ที่ฮิตติดลมบนไปทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าเครื่องดื่มยุคใหม่อร่อยอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้อง “ถ่ายรูปสวย” เพื่อช่วยสร้างคอนเทนต์และสะท้อนตัวตนของผู้ดื่มไปพร้อมกัน

วัฒนธรรมจากประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ยังคงแผ่ขยายอิทธิพลมายังประเทศไทยผ่านซอฟต์พาวเวอร์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ศิลปิน ภาพยนตร์หรือดนตรี รวมไปถึง “เมนูอาหาร” ทั้งคาวและหวานที่ตบเท้าเดินหน้าเข้ามาสร้างกระแสไวรัลให้กับผู้บริโภคชาวไทยแบบไม่มีพัก เห็นได้จากความนิยมของเมนูอย่าง “โอซาก้าครีมพัฟ” จากญี่ปุ่น ของร้าน The Pastry&Co ที่นำเสนอแป้งพัฟอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่น มาพร้อมไส้ครีมคัสตาร์ดทะลักเนื้อเนียนละมุน

หรือเมนูสุดไวรัลภาคต่อของช็อกโกแลตดูไบอย่าง “ดูไบชิววี่คุกกี้” จากร้าน Holiday Pastry คุกกี้เนื้อหนึบสอดไส้เส้นคูนาฟ่าและพิตาชิโอเข้มข้นที่ส่งตรงเทรนด์มาจากเกาหลี ฟากจีนคงหนีไม่พ้น “เค้กไก่หยอง” เมนูคิวยาวจากเซี่ยงไฮ้ที่ผสมผสานความนุ่มฟูของเค้กเข้ากับความเค็มมันของไก่หยอง จนหลายแบรนด์ไม่พลาดตกขบวน พากันสร้างสรรค์และนำเสนอเพื่อเอาใจคนไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ชอบตามเทรนด์และพร้อมลิ้มลองความแปลกใหม่ ส่งผลให้คาเฟ่และร้านอาหารในยุคปัจจุบันต้องเร่งพัฒนาเมนูให้ทันกระแสเพื่อตอบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มองหาทั้งความอร่อยและภาพลักษณ์ที่ทันสมัยในเวลาเดียวกัน

การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากประเทศมุสลิม โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยทำให้ตลาดอาหารฮาลาลเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยมีความชื่นชอบในเมนูของหวาน อาหารรสชาติเข้มข้น และนิยมทานอาหารช่วงกลางคืน ทำให้ร้านอาหารหลายแบรนด์เห็นโอกาสและพยายามปรับแผนธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตของ “ฮาลาลอีโคโนมี” โดยเฉพาะการพัฒนาบริการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล รวมถึงการนำเสนอเมนูให้ตอบโจทย์ความชื่นชอบของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

ในยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้มองอาหารเป็นแค่เพียง “สินค้า” แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ “สะท้อนตัวตน” ความสำเร็จของธุรกิจร้านอาหารยุคนี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเมนูหรือสาขาอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์เหล่านั้น “มีความหมายต่อชีวิตและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า” มากแค่ไหน และนี่คือโจทย์ใหม่ของผู้ประกอบการร้านอาหารที่ยังคงต้องจับตามองกันต่อไป.

 

รุ่งนภา สารพิน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

5โจทย์นโยบายศก.มหภาคปี69

ในไตรมาสที่ 4/2558 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจตลอดทั้งปีอยู่ที่ 2.4% ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่หลายฝ่ายได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า การฟื้นตัวดังกล่าวสะท้อนถึงแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ตลอดจนการฟื้นตัวบางส่วนของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน

สร้างเกราะป้องกันไซเบอร์ระดับสากล

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกเพิ่งเรียนรู้บทเรียนสำคัญข้อหนึ่งพร้อมกัน ว่าประเทศอาจไม่ได้พังจากระเบิด แต่พังจาก “ข้อมูล” ก็ได้ ตั้งแต่การแฮ็กหน่วยงานรัฐในยุโรปตะวันออกช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน การเจาะระบบโครงสร้างพื้นฐานในสหรัฐ

ลุยบูสต์ตลาดนทท.จีนเต็มสูบ

จากวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ที่สงขลา ทำให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าฟื้นฟูและกระตุ้นการท่องเที่ยวในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568

ฝากการบ้านรัฐบาล

โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69

การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น

ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’

ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%