แต่งตั้ง 'นายพัน' เดือนเมษา

ต้องร้องเอ๊ะ! หลังฟัง บิ๊กน้อย-พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผบช.สกพ. ในฐานะรองโฆษก ตร. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ที่ นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มานั่งหัวโต๊ะเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ไฟเขียวให้กำหนดตำแหน่งสายงานสืบสวนสอบสวนเป็นตำแหน่งควบ ซึ่งสามารถปรับระดับเพิ่มหรือลดได้ในตัวเอง และการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น 

โดยให้เลื่อนไหลถึงระดับรองผู้บังคับการ รวมถึงการพิจารณาปรับเพิ่มเงินประจำตำแหน่งหรือเงินเพิ่มพิเศษสำหรับพนักงานสอบสวน เพราะตอนหนึ่ง บิ๊กน้อยบอกเสียงดังฟังชัด "คณะทำงานของสำนักงานกำลังพลและสถาบันส่งเสริมงานสอบสวน จะเร่งดำเนินการชี้แจงทำความเข้าใจกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำระบบแท่งพนักงานสอบสวนกลับมาใช้ให้ทันวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้" นั่นแสดงว่าแท่งพนักงานสอบสวนจะมีการแต่งตั้งในวาระเดือนเมษายน

พลิกไปดูกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2567 ข้อ 7 กำหนดให้มีการคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็น 2 วาระ คือ วาระประจำปีและวาระเดือนเมษายน  โดยวาระเดือนเมษายน ตามกฎ ก.ตร. กำหนดแต่งตั้งในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. (ยศ พล.ต.อ.), ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. (ยศ พล.ต.ท.) และผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. (ยศ พล.ต.ต.) นั่นแสดงว่าในการแต่งตั้งครั้งนี้ นอกจาก "นายพลแก้มลิง" แล้ว ก็น่าจะมีการแต่งตั้งระดับ "นายพัน" ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับแท่งพนักงานสอบสวน ก็น่าจะเป็นโอกาสให้ บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้ทำบัญชีแต่งตั้ง "นายพัน" อีกครั้งก่อนเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพราะหากตามไทม์ไลน์ปกติ บิ๊กต่ายจะได้ทำบัญชีแต่งตั้งแค่ระดับ "นายพล" วาระประจำปี ตาม กฎ ก.ตร.ที่ตำแหน่ง "รอง ผบ.ตร.-ผบก."  ต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค.ของทุกปี แต่ "นายพัน" แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พ.ย.ของทุกปี ซึ่ง ผบ.ต่ายเกษียณไปก่อน เมื่อมีแท่งพนักงานสอบสวนมามีแต่งตั้งเดือนเมษายน ผบ.ต่าย ก็เลยได้ทำ "นายพัน" อีกล็อต

ปวดหัวแทน "ผบ.ต่าย" แต่ละมื้อแต่ละเดย์ แวดวง "สีกากี" มีเรื่องฉาวไม่หยุดหย่อน หลัง "ดาบตำรวจ" อักษรย่อ “ช.” เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ พัวพันพฤติกรรมอุ้มกักขัง เรียกรับเงินแลกกับการปล่อยตัวในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ จน พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ ตรวจสอบพบกระทำผิดจริงและมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดทางวินัยร้ายแรงไปไม่กี่วัน ก็มามีคลิปตำรวจระดับ "รอง ผกก." ใช้ขวดฟาดสาวโต๊ะข้างๆ หลังจากไปนั่งทานอาหารร้านอาหารแห่งหนึ่ง และแฟนสาวที่มาด้วยเกิดทะเลาะวิวาทกับสาวอีกโต๊ะหนึ่ง แม้ "รอง ผกก." จะออกมาแก้ต่างและพยายามชี้แจง แต่ภาพที่ปรากฏสังคมต่างก็ตั้งคำถามเหตุใดตำรวจระดับ "นายพัน" ไม่ใช้สติ ไม่ใช้กฎหมาย แทนการใช้กำลัง งานนี้ก็ต้องวัดใจ พล.ต.ต.วุฒิชัย จันโทภาส ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด จะเอาอย่างไร เพราะสังคมจับตาท่าทีผู้บังคับบัญชาของตำรวจอยู่

ทางด้านการจัดทำ “โผโยกย้าย” นายทหารกลางปี ยังคงดำเนินต่อไปภายใต้รัฐบาลรักษาการ ดังนั้นบอร์ดโยกย้ายฯ คนที่นั่งหัวโต๊ะยังเป็น “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม คนปัจจุบัน แม้ช่วงกลางปีมักไม่มีการขยับตำแหน่งหลัก (ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ) แต่ด้วยสถานการณ์แห่งความคับคั่งของนายพลที่กำลังเกษียณแต่ยังไม่ได้รับการเลื่อนยศ ทั้งส่วนของกองทัพบกและกองบัญชาการกองทัพไทย  ตั้งแต่รุ่น 24-25-26 จึงอาจจะมีการขอเปิดอัตราเฉพาะตัวเพื่อขยับพลเอกขึ้นไปเป็นพลเอกพิเศษ  ให้ตำแหน่งที่ปรึกษาฯ หรือผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษว่างลง ซึ่งต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การจัดทำโผลงตัว และตอบแทนนายพลที่รับใช้ชาติ แต่ยังไม่ได้รับการโปรโมตหรือเลื่อนชั้นมานาน

ยังไม่ได้รับสัญญาณใดๆ จากรัฐบาลมาถึง “บิ๊กเล็ก” ในการให้มานั่งในตำแหน่ง รมว.กลาโหม ต่ออีกสมัย โดยการประชุมสภากลาโหมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ณ ตึกแปดแฉก กองบัญชาการกองทัพอากาศ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในเรื่องนี้ไว้ในช่วงที่การเขย่าสมการรัฐบาลยังไม่ลงตัวว่า “ยังไม่มีใครมาทาบทาม” สอดรับกับข่าวที่สะพัดว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ จะควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม เพราะปล่อยโควตา รมช.ไปให้พรรคเศรษฐกิจ ที่มี พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ไปแล้ว ทว่าก็มีกระแสข่าวในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า จะมี “รมว.กลาโหม” คนนอกส่งเข้ามา ซึ่งไม่ใช่ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี อดีต ผบ.ทหารสูงสุด ที่เพิ่งสึกจากการอุปสมบทมา 1 พรรษา เพราะติดเงื่อนไขตาม รธน.จากเงื่อนเวลาหลังเกษียณอายุราชการ แต่กลับมีชื่อของ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. ซึ่งเพิ่งหายจากอาการป่วยผุดเข้ามาใน “โผ” แบบเซอร์ไพรส์

หลังจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ในการสู้รบ 2 ระลอก คณะผู้บัญชาการทางทหาร ซึ่งมี “ผบ.หยอย” พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ เป็นประธานคณะฯ ได้รายงานการจัดตั้งหน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วมกองทัพไทย (Joint Capabilities Command: JCC) ต่อที่ประชุมสภากลาโหม เป้าหมายคือการรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในปัจจุบัน ครอบคลุมการปฏิบัติการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สงครามสารสนเทศ การปฏิบัติการทางอากาศ (อาทิ UAS และ CUAS) การปฏิบัติการทางอวกาศ โดยให้กองทัพไทยมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมในทุกมิติ (Joint All Domain Operations) พร้อมกันนั้นได้รายงานการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) พบข้อจำกัดด้านการประสานงานและการส่งผ่านข้อมูลข่าวสารระหว่างฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงได้มีข้อเสนอให้จัดทำระเบียบปฏิบัติประจำ (SOP) ของ AOT เพื่อให้การนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นกลาง โปร่งใส

เมื่อพูดถึง “คณะผู้บัญชาการทางทหาร” วงประชุมระดับ ผบ.เหล่าทัพกับผู้บัญชาการทหารสูงสุด และเสนาธิการทหาร ซึ่ง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เชื่อว่าจะเป็น “แกนหลัก” ในการสื่อสาร และนำเสนอข้อมูลต่างๆ กับรัฐบาลได้อย่างตรงจุด เพื่อสนองตอบต่อการปฏิบัติของเหล่าทัพ จากบทเรียนในสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมา ในการประชุมสภากลาโหมนัดล่าสุด พล.อ.ณัฐพลจึงได้ฝากฝังกลไกดังกล่าวให้ยกระดับการมองสภาวะแวดล้อมอย่างรอบด้าน และครอบคลุมในทุกมิติ เมื่อนำเสนอเรื่องใดจะมีข้อมูลสนับสนุนอย่างรอบด้าน ทำให้ข้อเสนอหรือข้อแนะนำมีความหนักแน่นและต่อเนื่อง เพราะสถานการณ์ข้างหน้ายังไม่รู้ว่าจะมีการเดินไปสู่การปะทะในรอบต่อไปอีกหรือไม่

ไม่มีอะไรมากไปกว่า “กำลังใจ” ที่ส่งไปให้  พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ ที่ประสบเหตุเหยียบกับระเบิดสังหารบุคคล ภายในฐานปฏิบัติการเอราวัณ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ถือเป็นทหารไทยรายที่ 13 ที่บาดเจ็บจากกับระเบิดที่กัมพูชาวางไว้  แม้จะมีการตรวจเช็กพื้นที่แล้ว แต่ก็มีเล็ดลอดในบางจุด ดังนั้นทหารที่ปฏิบัติหน้าที่มีความเสี่ยงทุกย่างก้าว อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ดูที่เกิดเหตุทันที พบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นทางน้ำ เมื่อเกิดฝนตกทำให้น้ำไหลกัดเซาะหน้าดิน เมื่อกำลังพลเดินผ่านตรงนั้นน้ำหนักที่วางเท้าลงไปในจุดดังกล่าวทำให้ระเบิดทำงาน จากนี้การตรวจเช็กพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดยังต้องเข้มข้น และละเอียดขึ้นอีกหลายเท่าตัว เพื่อปกป้องกำลังพลอย่างดีที่สุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ติ่ง-กองเชียร์-IO'จากเวทีประวัติศาสตร์สู่เวทีรำวง

ไม่ว่าจะ ผสม กันในรูปไหน? ลักษณะไหน? น้ำเงิน-แดง-เขียว น้ำเงิน-แดง-ฟ้า ไปจนถึง น้ำเงิน-แดง-ช้ำเลือดช้ำหนอง (พรรคเล็ก) หรือบางราย มโน ไปไกล ถึงขั้น ส้ม-ฟ้า-เขียว ผนึกกำลังโค่น น้ำเงิน

วิธีการรับมือพระเสาร์ตามแนวของโหรสมัครเล่น

ตามที่ได้เขียนคาดหมายผลของพระเสาร์จร (7) ย้ายจากราศีกุมภ์เข้าเดินในราศีมีนที่จะมีผลต่อคนทุกลัคนาราศี ด้วยหลักและจากปูมโหรที่รวบรวมมาไปเรียบร้อยแล้วนั้น

'รู้-รัก-สามัคคี' ภายใต้'กฎแห่งป่า'

ไม่ว่าจะต้อง เลือกตั้ง กันใหม่...กันอีกกี่หน่วย กี่เขต กี่จังหวัด หรือไม่ว่าบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด มันจะถูกอธิบายขยายความไปในแนวไหนต่อแนวไหน

ชายแดน 'ไทย-กัมพูชา' ยังอ่อนไหว

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศตำรวจและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้

เจเนอเรชันที่โง่ที่สุดในประวัติศาสตร์!!!

เมื่อไม่กี่วันมานี้...มี ข่าวต่างประเทศ อยู่ชิ้นหนึ่ง ที่แม้จะไม่ได้ดังระเบิดระเบ้อ ได้รับความสนใจเหมือนข่าวอื่นๆ แต่ต้องถือเป็นเรื่องที่น่าคิด น่าสะกิดใจ เอามากๆ นั่นคือเรื่องของ อดีตครู ชาวอเมริกันที่ผันตัวเองไปเป็นนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ด้านประสาทวิทยา ผู้มีนามว่า Dr. Jared Coomey Horvath