ติดนิสัยชังชาติ

คือ...

ทุกวิกฤตของประเทศมันจะมีคนอยู่จำพวกหนึ่ง

เอาตีนราน้ำเสมอ

ก็ไม่รู้เท่ตรงไหนครับ กับการค้านไปทุกเรื่อง

เริ่มสงครามตะวันออกกลางมาได้ ๕-๖ วัน มันมาอีกแล้วครับ โน่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ดี ไม่รู้จะเอาอะไร เหมือนเด็กเล่นขายของ งอแงไม่มีเหตุผล

ไอ้พวกที่หาช่องให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพราะยังทำใจไม่ได้ที่ส้มแพ้ จู่ๆ ก็ด่ารัฐบาลรักษาการไม่ยอมทำอะไรเลย

เขารบกันโครมๆ รัฐบาลไม่หือไม่อือ

"สว.นันทนา นันทวโรภาส" เป็นเอามากครับ แถลงข่าวมั่วจริงๆ

"...สหรัฐอเมริกา เปิดฉากสงครามกับอิหร่านมาแล้ว ๕ วัน ปฏิบัติการนี้สั่นสะเทือนประเทศต่างๆ ทั่วโลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพลังงานน้ำมัน และแก๊สที่มีจำกัด ราคาแพง และอาจขาดแคลนในที่สุด นี่คือวิกฤตที่เริ่มจากพลังงาน และจะลุกลามไปเป็นวิกฤตเศรษฐกิจในไม่ช้า

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบด้านพลังงานนี้มากที่สุดในอาเซียน เพราะประเทศไทยนำเข้าพลังงานที่คิดเป็น ๔.๗% ของ GDP ในขณะที่คนไทยกำลังตื่นตระหนกกับสถานการณ์นี้อย่างหนัก มีการเข้าคิวเติมน้ำมันกันแน่นทุกปั๊ม

แต่รัฐบาลรักษาการ ยังไม่ขยับอะไรเลย

ขอยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ ที่ได้เปิดมาตรการเชิงรุกในวันที่ ๒ ของสงคราม และประกาศหกมาตรการ

ได้แก่ รัฐบาลได้ออกเตือนประชาชนถึงความผันผวน และความยืดเยื้อของสถานการณ์ ที่ให้ประชาชนทุกคนเตรียมพร้อมรับ แจ้งข้อมูลการรับมือกับภาวะการเงินการคลัง เงินเฟ้อ รวมถึงคาดการณ์ GDP ที่จะเกิดขึ้นด้วย

ประสานงานกับภาคเอกชน ลดต้นทุนการผลิต ปรับแผนการผลิต และวางแผนซัพพลายเชนใหม่

เดินหน้ากระจายฐานแหล่งนำเข้าพลังงานและเพิ่มปริมาณสำรองของพลังงานในประเทศ

เข้าไปดูแลเป็นพิเศษในเรื่องปริมาณและการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคที่อาจจะเกิดความตื่นตระหนกในการกักตุนสินค้า และหน่วยงานด้านเศรษฐกิจพิจารณามาตรการที่จำเป็นล่วงหน้าที่อาจให้ส่วนลดค่าสาธารณูปโภค ช่วยเหลือค่าขนส่ง นี่คือมาตรการที่ประเทศสิงคโปร์ออกมารับมือกับสถานการณ์เชิงรุกแบบรัฐบาลมืออาชีพ

กลับมาที่ประเทศไทย รัฐบาลบริหารแบบพลัสๆ

ขณะนี้คนไทยทั้งประเทศ ยังไม่ทราบเลยว่าปริมาณน้ำมันสำรองในไทยเหลืออยู่กี่วันแน่ เพราะบางคนบอก ๖๐ วัน บางคนบอกมากกว่านั้น ซึ่งข้อมูลไม่ตรงกัน

เรียกว่าอึมครึมแบบพลัสๆ

ท่ามกลางวิกฤตพลังงาน แต่รัฐบาลกลับยืนยันส่งน้ำมันไปยังต่างชาติ รัฐบาลจะหาน้ำมันจากแหล่งใดมาทดแทนการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง ที่จะต้องเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ มาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาลเป็นอย่างไร

จะเริ่มมาตรการเวิร์กฟรอมโฮมเมื่อไหร่ ให้ทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงานเมื่อไหร่

ปัญหาสินค้าราคาสูงขึ้น และขาดแคลน จะมีมาตรการอย่างไร และในระยะยาวการจัดการเรื่องการชะงักงันทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นภาวะที่กำลังจะเกิดขึ้นคือข้าวของราคาแพง และคนก็ไม่มีเงินซื้อ รัฐบาลช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนอย่างไร และช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างไร

เป็นปัญหาใหญ่ที่ประเทศชาติกำลังเผชิญอยู่ แต่รัฐบาลยังนิ่งเฉย เฉื่อยชา จะใช้วิธีการบริหารด้วยปากแบบเดิมๆ เหมือนสมัยที่เคยพูดว่าโควิดกระจอก แล้วเกิดความสูญเสียมหาศาลเช่นนั้นอีกหรือ

ดังนั้น ข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า ให้บริหารสถานการณ์สงครามนี้เชิงรุก โดยตั้งวอร์รูมระดมสมองภาครัฐ ภาคเอกชน หามาตรการในการจัดการพลังงานอย่างมืออาชีพ

อย่าให้ประชาชนต้องตื่นตระหนก ช่วยตัวเอง ด้วยการกักตุนน้ำมัน สินค้า

ต้องวางแผนช่วยเหลือประชาชน และผู้ประกอบการอย่างทันท่วงที วิกฤตนี้ใหญ่หลวงยิ่งนัก รัฐบาลต้องไม่ประมาท ไม่ชะล่าใจ อย่าปล่อยให้ชีวิตคนไทยกลายเป็นผู้ประสบภัยสงครามเอง...”

ถุย!

คุณภาพ สว.ไทย ได้แค่นี้

ติดนิสัยโต้วาทีเอามันไม่เอาสาระ

  ท่าทีเหมือนพวกชังชาติอย่างไรไม่รู้

ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลตอนนี้ ไม่มีใครอยู่นิ่งเฉยหรอกครับ

อย่างน้อยๆ ต้องตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ถ้าแหกตาติดตามข่าวสารบ้านเมืองเสียหน่อย ก็จะเห็นข่าวว่ารัฐบาลทำอะไรไปแล้วบ้าง แต่คงเพราะอคติ ทำให้ตามืดมัว

จะด่าอย่างเดียว

ยังมาย้อนไปเรื่องโควิด โจมตีว่าเกิดความสูญเสียมหาศาล

ช่วยบอกหน่อยมีประเทศไหนบ้างที่ไม่สูญเสียเพราะโควิดมหาศาล

คุณพ่ออเมริกาไม่สูญเสียมหาศาลใช่มั้ย

ยุโรป ญี่ปุ่น รอดใช่มั้ย

มีหัวไว้คั่นหูจริงๆ

เรื่องน้ำมันเรื่องใหญ่ใครๆ ก็รู้ รายละเอียดที่ออกมาจากรัฐบาลก็มากอยู่ เช่นตรึงราคาน้ำมันไว้ ๑๕ วัน

ใครๆ ก็รู้ว่าปั๊มฝรั่งขึ้นราคาก่อนเลย สุดท้ายต้องถอยกลับ เพราะ ปตท.ยังคงราคาเดิม

แต่ สว.นันทนาคงไม่รู้

น้ำมันสำรองกี่วัน?

ที่เป็นข่าวคือ ๖๐ วัน มีพูดต่างไปบ้างคือ ๖๑ วัน

แล้วไง

มันเป็นสาระที่ต้องเอามาโจมตีหรือเปล่า

แต่ สว.นันทนาคงไม่สนใจ

นี่มันวิกฤตระดับโลกนะครับ ไม่เฉพาะไทยเท่านั้นที่อยู่ในช่วงการประเมินสถานการณ์ รัฐบาลทั่วโลกล้วนต้องประเมินสถานการณ์กันทั้งนั้น เพราะไม่มีใครรู้ว่าผลกระทบจะรุนแรง และยาวนานแค่ไหน

ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องทำทันที รัฐบาลไทยก็เริ่มดำเนินการไปแล้ว คือเรื่องคนไทยที่เข้าไปทำงานในตะวันออกกลาง เขาวางแผนอพยพกันแล้ว

และบางส่วนก็อพยพแล้ว

หัวบันไดทำเนียบรัฐบาลตอนนี้เป็นเมือกแล้วครับ เหยียบไปลื่นหัวทิ่ม เพราะมีคนทั้งไทยเทศเข้าออกทั้งวัน ไม่ได้เข้าไปคุยเรื่องบาร์โค้ดให้เลือกตั้งใหม่นะครับ

รัฐมนตรีวิ่งเข้าออกทั้งวัน

พาณิชย์ คลัง ต่างประเทศ วุ่นทั้งข้าราชการและเจ้ากระทรวง

ทูตต่างชาติก็เข้าไปคุย

คุยเรื่องผลกระทบสงครามที่มันเกิด

ทั้งมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง

แต่ สว.นันทนา คงไม่รู้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สันดานดิบ

โลกวันนี้ไร้กติกาแทบจะสิ้นเชิงแล้ว “โดนัลด์ ทรัมป์” เข้าข่ายอาชญากรสงคราม แต่ใครล่ะครับจะจับนายคนนี้เข้าตะแลงแกง เพราะ มหาอำนาจ ทำอะไรก็ถูกไปหมด

ถึงเวลาพิสูจน์ 'ทองแท้'

สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ สงครามอ่าวเปอร์เซียรอบใหม่ กำลังทำให้โลกประสบความยากลำบากกับภาวะเศรษฐกิจเพิ่มเติม

แล้วเขาก็รบกัน

เขาไม่รบกันแล้ว... ยังก้องอยู่ในรูหูเลยครับ ก็ไม่รู้สินะ อะไรที่พิสูจน์ได้แล้วว่าความคิดของคนคนหนึ่งที่เกือบได้เป็นผู้นำประเทศ พูดเอาหล่อเอาเท่ สุดท้ายกลายเป็นความคิดที่เป็นภัยต่อชาติ สามารถจุดชนวนให้กลายเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงในระดับนโยบายรัฐบาล หากคนคนนั้นก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี

'บาร์โค้ด' ที่ระบายอารมณ์

ก็น่าคิดนะครับ... นี่...ถ้าพรรคส้มชนะเลือกตั้งถล่มทลายเกิน ๒๐๐ เสียง บรรดานักวิชาเกิน นักการเมือง มวลชนส้ม จะเอาเป็นเอาตายเรื่องบาร์โค้ด

เลิกเสือกทุกเรื่อง!

ข่าวดี..... วานนี้ (๒๖ กุมภาพันธ์) "หลานอิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร" ไปเยี่ยมพ่อที่เรือนจำกลางคลองเปรม

หนาวแน่! ถ้าเลือกใหม่

ครับ.. กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.ระบบแบ่งเขตเลือกตั้งล็อตแรก เป็นล็อตใหญ่ ๓๙๖ คน