
ขานรับนโยบายรัฐบาลทันที บิ๊กแรก-พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งคำสั่ง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้ตำรวจทั่วประเทศปฏิบัติ 5 มาตรการประหยัดพลังงานโดยไม่กระทบประชาชน รับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง 1. มาตรการส่วนบุคคล เช่น การลดการใช้พลังงานในเคหสถาน ยานพาหนะส่วนตัวหรือทางราชการ หากจำเป็นต้องเดินทางให้พิจารณาเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ โดยหลีกเลี่ยงการใช้ยานพาหนะส่วนตัว 2.มาตรการในสถานที่ปฏิบัติราชการ เช่น การ
ใช้แสงสว่างและการเปิดเครื่องปรับอากาศในสถานที่ปฏิบัติราชการเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับจำนวนข้าราชการตำรวจที่มาปฏิบัติราชการ, บูรณาการข้าราชการตำรวจภายในหน่วยโดยให้ปฏิบัติราชการในสถานที่เดียว หรือลดจำนวนห้อง ปิดไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
นอกจากนี้ มาตรการที่ 3 ปฏิบัติราชการในภาพรวมของหน่วย เช่น การงดหรือหลีกเลี่ยงการประชุม สัมมนา ฝึกอบรม หรือเดินทางไปราชการต่างประเทศ, การงดเว้นหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปราชการเพื่อตรวจหน่วย โดยพิจารณาเปลี่ยนเป็นการตรวจหน่วยผ่านระบบออนไลน์เป็นการทดแทน ยกเว้นกรณีที่จำเป็น 4.กรณีสถานศึกษาหรือหน่วยฝึกอบรม ให้ปรับการเรียนการสอน ฝึกอบรมในรูปแบบออนไลน์ เพื่อลดการใช้พลังงานและการเดินทางของข้าราชการตำรวจแต่ละหน่วย รวมทั้งในการประชุม สัมมนาของแต่ละหน่วยด้วย และ 5.กำหนดการแต่งกายของตำรวจ ที่มาปฏิบัติราชการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับแนวทางนี้ ประหยัดพลังงานในการใช้ลิฟต์ กระดาษและวัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ ๐
ส่อง 5 มาตรการ "กรมปทุมวัน" เคาะออกมา หากทำได้อย่างมีประสิทธิภาพก็น่าจะช่วยประหยัดพลังงานได้อักโข โดยเฉพาะมาตรการแรก มาตรการส่วนบุคคล ทั้งการลดการใช้พลังงานในเคหสถาน ยานพาหนะส่วนตัวหรือทางราชการ หากจำเป็นต้องเดินทางให้พิจารณาเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ โดยหลีกเลี่ยงการใช้ยานพาหนะส่วนตัว ถ้าเหล่า "นายพล" ภายในกรมปทุมวันเดินทางมาทำงานย่านพระรามที่ 1 พร้อมใจกันทั้ง ผบ.ต่าย, รอง ผบ.ตร. และ ผู้ช่วย ผบ.ตร. นั่งรถประจำทางหรือรถไฟฟ้า ที่ผ่านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แทนการนั่งรถประจำตำแหน่งมาทำงาน ก็น่าจะเป็นตัวอย่างให้ลูกน้องได้ทำตามอย่างดี จะได้ไม่มีใครกล้าครหา "นาย" สั่งให้ "ลูกน้อง" ทำ แต่ "นาย" ไม่ยอมทำ แล้วคำสั่งจะศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร จริงหรือเปล่าท่าน ผบ.ต่าย ๐
เป็นอีกหนึ่งงานที่จะพิสูจน์ฝีมือ บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี ในการลุ้นชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." ช่วงปลายปีได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อ ผบ.ต่ายมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารและพัฒนางานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศส.ตร.) ขับเคลื่อนแผนบริหารและพัฒนางานสอบสวนให้ครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการให้บริการประชาชน 2.ด้านระบบปฏิบัติงาน และ 3.ด้านบุคลากรและสวัสดิการ เพื่อรื้อฟื้นแท่งพนักงานสอบสวน รวมทั้งการจัดทำตำแหน่งควบ และเพิ่มเงินพิเศษพนักงานสอบสวน หลังจาก ก.ตร.เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 ที่มี นายกฯ อนุทิน นั่งหัวโต๊ะไฟเขียวหลักการในการพัฒนางานสอบสวน หากทำได้ดี ทำเข้าตาผู้บังคับบัญชา รวมทั้งลูกน้อง ที่จะได้มีความเจริญเติบโตในหน้าที่การงานและการดูแลสวัสดิการต่างๆ ปลายปีอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น ๐
ราชกิจจาฯ เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ “โผทหาร” เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตามห้วงเวลาปกติ ภายใต้สถานการณ์ในกองทัพที่ไม่ได้มี "คลื่นใต้น้ำ" หนักเหมือนช่วง 1-2 ปีก่อนหน้านี้ และหลังจาก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ นั่งในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกมาได้ 1 ปีครึ่ง ทำ “โผทหาร” ทั้งระดับชั้นนายพล ผู้การกรม ผู้บังคับกองพัน มาหลายรอบ ผ่านการบัญชาการศึก "ไทย-กัมพูชา" มา 2 รอบ เลยช่วงเวลาแห่งการพิสูจน์ความเป็นเอกภาพภายในมาพักใหญ่ ไม่ปรากฏว่ามี “กล้ามเนื้อนอกบังคับ” ให้น่าหนักใจ อีกทั้งกองทัพภาคที่ 1-2 ก็มีผลการปฏิบัติที่น่าพอใจ โผที่ออกจึงนับได้ว่า “เข้าที่-เข้าทาง" และต่างเห็นทางเดินของแต่ละคนในการเติบโตว่าจะไปกันทางไหน แม้ในวันข้างหน้าสมการอาจเปลี่ยนจนเข้าสู่โหมดการชิงเข้าฮอสตอนปิดเกมสุดท้าย ก็ต้องถือว่าเป็นไฟต์บังคับที่ต้องเผชิญ โดยเฉพาะการขับเคี่ยวระหว่างรุ่น ตท.27-28 แต่นั่นคงเป็นช่วงท้ายอำนาจของ ตท.26 ซึ่งเป็นรุ่นของ ผบ.ทบ.จะกุมบังเหียนใน ทบ.แล้ว ๐
แต่ที่ต้องพูดถึงคือการขยับ “แม่ทัพกอล์ฟ” พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ แม่ทัพน้อยที่ 1 เข้ามาเป็นรองเสนาธิการทหารบก เพราะเหลืออายุราชการถึงปี 2573 และถูกจับตามองว่าจะถูกวางตัวเป็น ผบ.ทบ.ในช่วงปลายปี 2571 ดังนั้นการขึ้นมาในตำแหน่งนี้ช่วงกลางปีอาจถูกมองว่าเร็วเกินไป แต่อีกทางหนึ่งก็เพื่อเปิดทางเพื่อน ตท.28 ที่อยู่ในแผงรองแม่ทัพภาคที่ 1 อย่าง "รองแอ้ม" พล.ต.ณัฐเดช จันทรางศุ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อนรักของ “แม่ทัพไก่” พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 ขึ้นเป็นพลโท ในตำแหน่งแม่ทัพน้อยที่ 1 แทน ในขณะเดียวกันก็ดึง พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร รอง ผบ.รร.จปร. น้องรักของ พล.อ.ธรรมนูญ วิถี กลับเข้าแผงรองแม่ทัพภาคที่ 1 ร่วมกับ "รองลาภ" พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ และ "รองด้วง” พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์
หากนับนิ้วคำนวณเวลาเกษียณอายุราชการแล้ว ก็มีคำถามตามมาว่าทำไม "แม่ทัพกอล์ฟ" ต้องสไลด์ออกข้าง ข้ามมาเป็นรอง เสธ.ทบ.ก่อน และทำไมไม่รอขึ้นเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 ตามไลน์ เพราะก็นั่งในตำแหน่งแม่ทัพน้อยที่ 1 อยู่แล้ว? นั่นเพราะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า "แม่ทัพไก่" พล.ท.วรยส ซึ่งทำหน้าที่ ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 อาจต้องนั่งทำหน้าที่ยาวไปอีก 3 ปี (แม่ทัพไก่เกษียณปี 71) ซึ่งเป็นภารกิจที่ถูกจัดวางไว้แล้ว อีกทั้งโอกาสที่จะไปแคนดิเดตตำแหน่ง ผบ.ทบ.ในช่วงปลายปี 2570 กับรุ่นพี่อีก 2 คน ก็อาจจะมีเงื่อนไขอื่นที่ถูกกำหนดชะตาชีวิตไว้แล้ว ทำให้การขึ้นตำแหน่งแม่ทัพภาค 1 ของ “แม่ทัพกอล์ฟ” เดินไปแบบปกติไม่ได้ การใช้สูตรข้ามมาเป็นรอง เสธ.ทบ. และซอยเท้าอยู่ 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่งเพื่อเข้า 5 เสือ ทบ. ก็ไม่ได้ทำให้เสียจังหวะแต่อย่างใด ซ้ำยังเป็นการ “วิน-วิน” ระหว่างตัวเอง เพื่อน และพี่ๆ ๐
ทางด้านการโยกย้ายในกองทัพภาค มีการเปลี่ยนแปลงในระดับรองแม่ทัพและ ผบ.กกล.ที่สำคัญ โดยเฉพาะในกองทัพภาคที่ 2 พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผบ.พล.ร.6 และ ผบ.กกล.สุรนารี ขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2 และมี "รองเสริม" พ.อ.บุญเสริม บุญบำรุง ขึ้นเป็น ผบ.พล.ร.6 แทน สำหรับ พล.ต.สมภพ ซึ่งถือเป็นสาย พล.ร.6 เนื้อเดียวกับ “แม่ทัพเติ่ง” พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพคนปัจจุบัน ต้องไปชิงแม่ทัพภาคที่ 2 กับ พล.ต.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ รองแม่ทัพฯ เพื่อน ตท.29 และเป็นน้องรัก “บิ๊กกุ้ง” ที่ขยับขึ้นมาในช่วงการโยกย้ายเมื่อปลายปีที่แล้ว ส่วนกองทัพภาคที่ 3 มีการส่ง พล.ต.ไมตรี ชูปรีชา ผบ.พล.ร.4 เป็นรองแม่ทัพ ขึ้นไปแคนดิเดตกับ “รองโจ” พล.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ปาณิกบุตร เพื่อน ตท.28 อีกคนที่ขึ้นรองแม่ทัพก่อนหน้านี้ โดยมี พ.อ.ประสาน เห็นประเสริฐ เป็น รอง ผบ.พล.ร.4 มาคุม กกล.นเรศวร ขณะที่กองทัพภาคที่ 4 มีชื่อ "ต่อติณ" พล.ต.นิติ ติณสูลานนท์ รองแม่ทัพน้อยที่ 4 ขึ้นเป็นแม่ทัพน้อยที่ 4 ด้วยอายุราชการถึงปี 70 จึงมีโอกาสลุ้นแม่ทัพภาคที่ 4 โดยมี "รองคิ้ว” พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ส่งตรงจากรบพิเศษ ลงไป 1 ปีเป็นแคนดิเดตร่วมด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เวรกรรมอะไรของไทย...จึงมีคนจั__รมาเกิด
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอารยธรรม มีความเจริญที่หลายประเทศยกย่อง เป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย หลายประเทศชื่นชม อยากเป็นมิตรกับประเทศไทย
สงครามอิหร่าน...ใครถูก-ใครผิด ใครดี-ใครชั่ว!!!
ว่าไปแล้ว...ประเทศที่กล้าลุกขึ้นมาหยัดยืน ไม่ยอมก้มหัวให้กับการใช้ กฎแห่งป่า ของมหาอำนาจสูงสุดในโลกอย่างคุณพ่ออเมริกา และพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อิสราเอล อย่างประเทศอิหร่านนั้น น่าจะถือได้ว่าออกจะก้าวหน้า ก้าวไกล มิใช่น้อย ไม่ใช่ประเภทหลังเขา หรือถอยหลังลงคู-ลงคลองแต่อย่างใด โดยเฉพาะในแง่ของความพยายามที่จะนำเอา หลักการทางศาสนา มาปรับใช้ ประยุกต์ใช้กับ ระบบการปกครอง ของตัวเอง นับตั้งแต่ได้เริ่มต้น ปฏิวัติอิสลาม เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว...
หลักโหรที่ส่งคุณอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี
หลังการเมืองพลิกผันจนคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศ หลายคนมักจะถามผู้เขียนว่าทำไมมั่นใจถึงข
อนิจจาโลกา ณ ครานี้ช่างเหลือที่ทรหวลปั่นป่วนคลั่ง!!!
ถึงจะเพียรพยายามฝึกจิต ควบคุมจิต ในยามที่เป็น ไม้ใกล้ฝั่ง ยิ่งเข้าไปทุกที เพื่อไม่ให้เกิดอาการซัดๆ ส่ายๆ หรือพอให้เกิดความสงบ ความเย็น ขึ้นมาได้มั่ง แม้แต่เล็กๆ
สัญญาณก่อนเปิด 'สงคราม'
เห็นภาพการฝึกซ้อมเสริมเขี้ยวเล็บของ “ชุดปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี” ในการฝึก “ยุทธวิธีเพื่อพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด” ประจำปีงบประมาณ 2569 หรือ “สยบไพรี 69”
'ติ่ง-กองเชียร์-IO'จากเวทีประวัติศาสตร์สู่เวทีรำวง
ไม่ว่าจะ ผสม กันในรูปไหน? ลักษณะไหน? น้ำเงิน-แดง-เขียว น้ำเงิน-แดง-ฟ้า ไปจนถึง น้ำเงิน-แดง-ช้ำเลือดช้ำหนอง (พรรคเล็ก) หรือบางราย มโน ไปไกล ถึงขั้น ส้ม-ฟ้า-เขียว ผนึกกำลังโค่น น้ำเงิน

