
“ปัจจุบันที่ประชาธิปไตยของเราถูกบีบให้อ่อนแอ อํานาจของประชาชนมีความอ่อนล้า เสียงของประชาชนถูกบีบให้เบาลง”
นี่..คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ที่ลงแข่ง “ประธานสภาฯ” แต่แพ้ให้กับคุณโสภณ ซารัมย์ เป็นคนพูด ซึ่งผู้ที่ไม่ได้เป็น “ด้อมส้ม” ก็ย่อมจะขมวดคิ้วสงสัย..
มือใครที่ไหนกัน (วะ) ที่ “บีบ” ให้ประชาธิปไตยของไทยเราอ่อนแอ?
และแน่นะ-จริงหรือ? เพราะจากที่ประจักษ์ ปัจจุบัน ประชาธิปไตยเราดูจะแข็งแรงเสียจนแทบจะเรียกได้ว่า..
ใครมีปาก มีมือ ก็สามารถที่จะพูด-จะเขียนแสดงความคิดเห็นอะไร-แบบไหนก็ได้!
ส่วนอำนาจประชาชนมีความอ่อนล้านั้นก็เช่นกัน ไม่รู้คุณพริษฐ์จะหมายถึง “ประชาชนทั่วไป” หรือ “พรรคประชาชน” กันแน่?
เพราะถ้าเป็นประชาชน-คนไทย ก็มองไม่เห็นอีกล่ะว่าจะมีความอ่อนล้าตรงไหน-อย่างไร ตรงกันข้าม ปัจจุบัน “อำนาจ” ของประชาชนดูจะเข้มแข็ง-ยิ่งใหญ่เกินเบอร์..
สามารถที่จะบีบ-บังคับ หรือต่อกรกับ “อำนาจรัฐ” แบบไม่หวั่นและเกรงกลัวใดๆ!
สอดรับ..ว่า “เสียงประชาชน” ไม่ได้ถูกบีบให้เบาลง มีแต่จะดังขึ้น-หนักขึ้น จนสังคมอื้ออึง ไม่รู้เสียงใครเป็นเสียงใคร!
แต่..ถ้าคุณพริษฐ์จะหมายถึง “เสียงของพรรคประชาชน” อันนี้ก็ต้องบอกว่า “เบาลง” จริงๆ ด้วยแหละ และไม่ได้ถูกบีบจากมือ (ลึกลับ) ที่ไหนดอก..
หาก.. “สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน” ทำให้เสียงที่เคยดังหนักแน่น ได้ค่อยๆ แผ่วลงๆ จนเวลานี้ก็อย่างที่คุณพริษฐ์รู้สึก..
มันเบาหวิวเสียกระทั่งด้อมส้มเองก็แทบจะไม่ได้ยิน!
เออ..ส่วนนั่นคงได้ยินเต็ม 2 หูแล้ว ก็ที่ สส. คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้เสนอกลางที่ประชุมสภาเมื่อวันก่อนนั่นแหละ
หรือหากเป็นจังหวะที่คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ลุกเดินเข้าห้องน้ำ อาจได้ยินไม่ถนัด ผมก็ใคร่ขออนุญาตคัด (บางช่วงตอน) จากข้อความที่ รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล โพสต์นำมาย้ำ..
“ในช่วงหลาย 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยใช้จ่ายเงินเกินตัว กล่าวคือ มีการขาดดุลงบประมาณอย่างต่อเนื่อง เช่น ปีงบประมาณ 2568
มีวงเงินงบประมาณการใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ที่จัดเก็บได้ถึง 865,700 ล้านบาท และ 860,000 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2569
ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องประหยัดงบประมาณแผ่นดินซึ่งมาจากภาษีอากรของประชาชน
เพื่อให้ประเทศมีงบประมาณเหลือในการรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจที่ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว
โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุด
จึงควรนำเรื่องการลดค่าใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น ให้เป็นนโยบายเพื่อแถลงต่อรัฐสภา ได้แก่
การลดจำนวนผู้ช่วยงานส่วนตัวของสมาชิกรัฐสภาให้เหลือไม่เกิน 3 คนต่อสมาชิกรัฐสภา 1 คน ตัดค่าอาหารกลางวัน ค่าอาหารว่าง
และยกเลิกเบี้ยประชุมของกรรมาธิการฯ ที่มาจากสมาชิกรัฐสภา เนื่องจากสมาชิกรัฐสภาแต่ละคนมีเงินเดือนและเงินเพิ่มรวมเป็นเงินในแต่ละเดือนมากกว่า 110,000 บาท
ทั้งนี้ ไม่นับรวมค่าเดินทางมาประชุมสภา/กรรมาธิการ ที่สามารถเบิกได้เต็มจำนวน..
การปฏิรูปนี้จะสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุด ว่าจะตัดสินใจนำพาประเทศจากยุคนักการเมืองไร้สปิริต
สู่ยุคใหม่ที่นักการเมืองเป็นความหวังของประชาชน ด้วยการเสียสละยกเลิกสิทธิประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง
ในสถานการณ์ที่ประเทศเข้าใกล้วิกฤต ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า...หรือไม่ เช่นใด!?”
ครับ..เป็นนโยบายง่ายๆ สบายๆ แต่ถ้าทำได้ จะประทับอยู่ในใจประชาชนไม่แพ้..
30 บาทรักษาทุกโรคเลยนะ..จะบอกให้!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จะเปิดประเด็นทำไม?
ได้แรงอก! ถ้าเป็นคนปักษ์ใต้ก็จะพูดคำนี้ แต่กับคนภาคอื่น หรือคนทั่วไปจะรู้สึกอย่างไรไม่แน่ใจ เพราะข้อความจากนี้ไม่ได้ (โพสต์) หลุดจากสาวชาวบ้านธรรมดา..
‘สรพงศ์’กลับบ้านแล้ว
“ข่าวดรามาดาราที่ไม่มางานศพแม่ ทำให้กลับมาคิดอีกครั้ง... “ความกตัญญูไม่มีคำว่ารอเวลา” พ่อแม่ทุกคนรักลูกเสมอแต่ลูกบางคน...กลับลืมรักคนที่ให้ชีวิต
ลงมือทำคือคำตอบ
ลดแอร์ ถอดสูท! เนี่ย..แม้จะไม่ได้อยู่ในช่วง “น้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ” อย่างที่ “สรวง สันติ” ร้องเอาไว้เมื่อหลายสิบปีก่อน
ต้องปกป้องกันเอง?
ได้ออกแน่นะ? ที่ถาม เพราะเห็นเพจเพื่อไทยพังงาเขาโพสต์ประกาศ.. “นับถอยหลัง# 9 พฤษภา รวมพลแดงทั้งแผ่นดิน ไปรับคนที่เรารัก ขอเสียง#คนรักนายก “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นมั่นเป็นเหมาะน่ะ!
เรื่องเล่าจากคุณหมอ
นอกจอจะมีจริงรึเปล่า..ไม่เคยเจอ! แต่ในจอ ที่ได้ดู-ได้ชมซีรีส์สัญชาติอเมริกาเรื่อง “The Good Doctor” ทางเน็ตฟลิกซ์อยู่ ณ เวลานี้ ต้องบอก..ขอชื่นชมผู้กำกับ ผู้เขียนบท..
จุดยืน ‘กัลยาณมิตร’
“ไม่หวัง! จะไปหวังได้ไง ลูกเทพทำอะไรเป็นบ้างอะมานั่งเป็นรัฐมนตรี อย่างลูกเนวิน ถามจริงทำอะไรเป็น หรือซาบีดาก็โชว์เป็นภาพลักษณ์ได้ แต่ทำอย่างอื่นก็ไม่แน่ใจ”

