วิกฤตน้ำมัน!บีบภาวะ‘ผู้นำ’ เร่งเรียกความ‘เชื่อมั่น’ด่วน

น้ำมันไทยวิกฤตถึงขั้นไหนแล้ว? หลายคำถามจากประชาชนที่แห่กันไปเติมน้ำมันจนล้นปั๊ม ถึงขั้นปั๊มน้ำมันต้องจำกัดการเติม ในหลายปั๊มทั่วประเทศประสบภาวะน้ำมันหมด ติดป้าย "รอการขนส่ง" ส่งผลกระทบประชาชนเดือดร้อนทั่วหน้า ทั้งประชาชนทั่วไป เกษตรกร ภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง แม้แต่รถกู้ชีพยังน้ำมันหมดกลางทางเพราะหาปั๊มที่มีน้ำมันเติมไม่ได้

ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลประกาศยืนยันประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอใช้มากกว่า 95 วัน เกือบถึง 100 วันด้วยซ้ำ ไม่ขาดแคลนแน่นอน แต่กลับสวนทางกับสถานการณ์จริงที่ประชาชนได้เจอเมื่อไปถึงหน้าปั๊มและไม่มีน้ำมันให้เติม

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากความกังวลของประชาชน เกิดความไม่เชื่อมั่นในรัฐบาล แม้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รวมถึงทีมรัฐมนตรีขุนคลังและเจ้ากระทรวงพลังงาน จะออกมายืนยันสถานะการสำรองน้ำมันของไทยมีเพียงพอตั้งแต่วันแรกๆ และสามารถจัดหาได้จากแหล่งอื่นนอกเหนือภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่นั่นไม่สามารถคลายความวิตกกังวลของประชาชนลงไปได้

เวลานี้สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ความ “เชื่อมั่น” ของรัฐบาล ที่ นายกฯ อนุทิน ต้องเร่งสร้างให้ได้ และต้องใช้อำนาจในการแก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาด ให้ประชาชนได้เห็นและวางใจ ซึ่งนายอนุทินกล่าวยอมรับในการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นัดล่าสุดว่า สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน

"ความกังวลของประชาชนส่วนหนึ่งเกิดจากข่าวสารที่แพร่กระจายในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประเทศอาจขาดแคลนน้ำมัน ทั้งที่แท้จริงเป็นเพียงแนวทางการบริหารจัดการภายในของบริษัท พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชน"

สมทบกับคำยืนยันของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ที่ยืนยันในที่ประชุมว่าน้ำมันดิบเรามีแน่นอน น้ำมันเอามากลั่น 90 วันสบายๆ กระทรวงพลังงานเล่าให้ฟังวันนี้ยังเหลืออีกเยอะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เกิดในเรื่องของการบริหารจัดการในเรื่องของการขนส่ง การทำให้หน้าปั๊มประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันเพียงพอ พร้อมเปรียบเทียบเหมือนตู้เอทีเอ็มที่เงินไม่หมดแน่นอน 

ขณะที่ประชุม ศบก. ยังได้มีแนวทางดำเนินการแก้ไขปัญหา 3 ประการ ได้แก่ 1.การสื่อสารสร้างความมั่นใจกับประชาชนว่าน้ำมันมีเพียงพอ 2.การบริหารจัดการระบบขนส่งและโลจิสติกส์เพื่อกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการอย่างมีประสิทธิภาพ และ 3.การจัดระบบแยกช่องทางจัดหาน้ำมันสำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อไม่ให้มาใช้บริการร่วมกับประชาชนที่สถานีบริการน้ำมัน ซึ่งจะช่วยลดความแออัดและความกังวลของประชาชนได้

แม้รัฐบาลจะออกมาย้ำหลายครั้งเพื่อคลายกังวลของประชาชน แต่ยังไม่เป็นผล เพราะน้ำมันหน้าปั๊มยังหมดอยู่ ประชาชนยิ่งตระหนกมากขึ้นกว่าเดิม กระทั่งภาคประชาชนเริ่มออกมาเคลื่อนไหว อย่าง นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ขอเป็นตัวแทนประชาชนที่เดือดร้อนจากกรณีสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศไม่มีน้ำมันให้บริการหรือจำกัดการขายน้ำมันให้ โดยมองว่าย้อนแย้งต่อคำพูดของนายกรัฐมนตรีว่าน้ำมันไม่ขาดแคลน แสดงว่ามีการกักตุนน้ำมันกันเพื่อรอปรับราคาหลังพ้นกำหนด 15 วัน ที่รัฐบาลควบคุมราคาใช่หรือไม่ พร้อมขอให้ควบคุมค่าการกลั่นให้ลดจาก 6.06 บาท มาไม่เกิน 2 บาทต่อลิตรด้วย

โดยบุกกระทรวงพลังงาน ร้องเรียนให้ รมว.พลังงาน ใช้อำนาจตามกฎหมายในการปรับโครงสร้างน้ำมันทั้งระบบ และเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็ว

นอกจากนี้ยังมีเสียงจากนักวิชาการออกมาวิเคราะห์ด้วยว่า น้ำมันมีพอ แต่หาซื้อไม่ได้ เมื่อกลไกตลาดสั่งให้หยุดขาย เพราะการบริหารราคาที่ผิดจังหวะ เนื่องจากรัฐบาลประกาศล่วงหน้าว่าจะอุดหนุนราคาแค่ 15 วัน และหลังจากนั้นราคาจะปรับขึ้น ทำให้ผู้ค้าอาจกักตุน ส่วนผู้ซื้อพอรู้ว่าราคาจะพุ่งขึ้นก็แห่ซื้อกักตุนไว้ก่อนเช่นกัน พร้อมเสนอทางแก้คือ รัฐบาลต้องกล้าปรับราคาให้สะท้อนความจริงทันที เพื่อทำลายแรงจูงใจในการกักตุน

สอดรับกับวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา เพิ่งครบกำหนด 15 วัน การตรึงราคาน้ำมันดีเซล 29.94 บาทต่อลิตร ซึ่งจะต้องมีมาตรการออกมาเพื่อให้มีผลบังคับใช้วันที่ 17 มีนาคม นายอนุทิน ได้เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจและทีมพลังงานทันที เพื่อวางมาตรการและแนวทางการปรับขึ้นราคาน้ำมัน 

ขณะที่ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ได้เรียกตัวแทนกลุ่มผู้ค้าน้ำมันและผู้แทนจากโรงกลั่นน้ำมันเข้าร่วมการประชุมด่วนที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเข้ารายงานนายกฯ โดยเป็นการหารือประเมินสถานการณ์ร่วมกันอย่างใกล้ชิด และวางมาตรการรับมือเพื่อแก้ไขปัญหาการกระจายน้ำมันที่ล่าช้า

ภายหลังการประชุม กระทรวงพลังงานและผู้ค้าน้ำมันได้ข้อสรุปและแนวทางปฏิบัติในการเร่งระบายน้ำมันสู่สถานีบริการ เช่น การระดมเพิ่มจำนวนรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน การเพิ่มรอบและปริมาณการกระจายน้ำมันออกจากคลังไปยังพื้นที่เป้าหมายให้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนบูรณาการการทำงานร่วมกัน

โดยเชื่อมั่นว่าจากมาตรการเร่งด่วนทั้งหมดนี้ จะช่วยเติมเต็มปริมาณน้ำมันในสถานีบริการที่ขาดแคลน และทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมขอให้ประชาชนคลายความกังวลและมั่นใจในเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศ

ส่วนที่มีการถามถึงการออก พ.ร.ก.กู้เงินชดเชยกองทุนน้ำมัน เพื่อมาใช้ในการรับมือวิกฤตพลังงานนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้ โดยขุนคลังได้ระบุว่า ยังเป็นรัฐบาลรักษาการ ไม่สามารถออกกฎหมายอะไรได้

ภายหลังออกมาตรการเพิ่มเติมแล้วนั้น คงต้องจับตาผลลัพธ์ จะสำเร็จเป็นที่พอใจของประชาชนหรือไม่ ทว่าหากคลายความเดือดร้อนไม่ได้ งานนี้ได้สะเทือนไปถึงภาวะผู้นำของ “นายกฯ หนู” ในสายตาประชาชนคนไทยเป็นแน่!.  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม

กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

พีทีที สเตชั่น เปิดตัว Super PowerX 99 น้ำมันออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในไทย

OR เปิดตัว Super PowerX 99 น้ำมันเกรดพรีเมียมสูตรใหม่ล่าสุดจาก พีทีที สเตชั่น น้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่มาพร้อมค่าออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในประเทศไทย พลิกโฉมมาตรฐานน้ำมันพรีเมียมครั้งใหม่ ภายใต้แนวคิด “ที่สุด” ของน้ำมันตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานของไทยสู่เวทีระดับสากล

ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว

ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท

นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่

การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”