บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ ...๐

โดยตุลาการ เสียงข้างมาก 6 คือ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, วิรุฬห์ แสงเทียน, จิรนิติ หะวานนท์, นภดล เทพพิทักษ์, อุดม รัฐอมฤต และ สุเมธ รอยกุลเจริญ เห็นชอบให้รับพิจารณา

ส่วน ตุลาการเสียงข้างน้อย 3 คน คือ อุดม สิทธิวิรัชธรรม, บรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ และสราวุธ ทรงศิวิไล เห็นว่าไม่เป็นการใช้อำนาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทำคำชี้แจง แก้ข้อกล่าวหาต่อศาลภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง และให้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานและวิธีการได้มาซึ่งพยานหลักฐานต่อศาลภายใน 15 วัน ...๐

งานนี้ไม่ใช่พอถึงเดดไลน์ 15 วันแล้วจะจบสิ้น เพราะสามารถขยายเวลาได้เหมือนทุกคดีปกติ แต่ก็ถือเป็นการนับหนึ่งในทางแยกการเลือกตั้งดังกล่าว ซึ่ง อย่างช้าที่สุดก็คงไม่เกิน 1-2 เดือนนับจากนี้ก็จะรู้ว่าการเลือกตั้งปี 2569 จะหมู่หรือจ่า แต่ที่ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นศิษย์ก้นกุฏิของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” กูรูกฎหมายก็ตอกย้ำเรื่องดังกล่าวอีกครั้งว่า “ไม่มีประเทศไหนวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับศาล และขึ้นอยู่กับการนำสืบของ กกต. ซึ่ง กกต.ก็ควรไปนำผู้เชี่ยวชาญมาสาธิตให้ศาลดูว่ามันเข้าถึงไม่ได้ง่ายหรอก” ...๐

ต้องบอกว่า “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาผู้แทนราษฎรประเดิมตำแหน่งไม่สวยเท่าใดนัก ในการแสดงการตอบโต้กรณี “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี เสนอให้ตัดงบค่าอาหารของทั่นผู้แทนฯ หั่นผู้ช่วย สส.จาก 8 คนเหลือ 3 คน และยกเลิกเงินบำนาญ สส. โดยประธานโสภณอ้างว่า การเลี้ยงมีมานมนาน แต่การบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องตลกก็ทำให้ก้อนหินและเสียงก่นด่าลอยมาเป็นกระบุง เพราะในยุคที่ข้าวยากหมากแพง เงินเดือน สส.กว่าแสนบาท ขึ้นเครื่องบินฟรีและสารพัดสวัสดิการ ยังไม่นับเบี้ยเลี้ยงการประชุมการเป็นคณะกรรมาธิการอีก ในขณะที่เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันได 600-1,000 บาท/เดือน ซึ่ง ต้องบอกว่ายิ่งกว่าฟ้ากับเหว เพราะทั่นผู้แทนฯ กินวันหนึ่งเทียบเท่ากับคนเฒ่าคนแก่ต้องใช้ทั้งเดือน งานนี้จึงไม่แปลกที่คนเชียร์ “หมอวรงค์” ส่วน “ประธานโสภณ” ก็เจอก่นด่าและสาปส่ง ...๐

หันมาส่องเรื่องการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มี.ค.นี้ ซึ่งก็คงไม่พลิกโผเหมือนที่ “เทพไท เสนพงศ์” อดีต สส.นครศรีธรรมราชบอกนั่นแลว่า เหมือนเปิดถ้วยแทงไฮโลนั่นแล และยิ่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่แตกฉานซ่านเซ็นจนเหลือ สส.บัญชีรายชื่อแค่ 2 คน และแตะมือเปลี่ยนเก้าอี้จาก “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ไปเป็น “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” ก็แบไต๋ที่จะยกมือให้ “เสี่ยหนู” แล้ว เรียกว่าเป็นอีกพรรคที่เข้าค่ายน้ำเงิน ทำให้รัฐบาลอนุทิน 2 มีทั้งสิ้น 293 เสียง ...๐

ในขณะที่โฉมหน้าของรัฐนาวาหนู 2 นั้น ต้องบอกว่าใกล้สะเด็ดน้ำแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของภูมิใจไทย ซึ่งงานนี้เราจะได้เห็น สส.หน้าใหม่เข้ามารับตำแหน่งเพียบ ไม่ว่า “วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์” สส.สตูล “เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์” สส.อุทัยธานี “พลพีร์ สุวรรณฉวี” สส.นครราชสีมา “สุขสมรวย วันทนียกุล” สส.อำนาจเจริญ “สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” สส.ศรีสะเกษ “ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์” สส.พิจิตร และ “สรรเพชญ บุญญามณี” สส.สงขลา เป็นต้น ในขณะที่ 3 ทหารเสือก็ยังคงอยู่ตามที่ “อนุทิน” ได้ประกาศไว้ ทั้ง “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” และ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” เรียกว่าไม่มีโควตาคนนอกมาเซอร์ไพรส์แต่ประการใด ...๐

ในขณะที่ พรรคเพื่อไทยนั้น “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” ก็กลืนน้ำลายตัวเองที่บอกว่าจะไม่นั่งเก้าอี้ไหนนอกจากนายกฯ มานั่ง “รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษาฯ” แล้วก็ตามมาด้วยตระกูล ส.ตามคาด โดย “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” นั่ง รมว.เกษตรฯ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” นั่ง รมว.แรงงาน “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” นั่ง รมว.ศึกษาธิการ และ “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” นั่ง รมว.การพัฒนาสังคมฯ ซึ่งก็ ชัดแจ้งแดงแจ๋ว่า “เพื่อไทย” ก็ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงในการจัดสรรเก้าอี้ที่ยังคงโควตาให้กับหน้าเดิมๆ ทั้งที่ผลเลือกตั้งที่ออกมาน่าจะทำให้คิดปรับปรุงได้แล้ว ...๐

ในขณะที่ “ประชาธิปัตย์” ยุค “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ก็ประกาศแล้วว่ามีมติงดออกเสียงในการโหวตนายกรัฐมนตรี เพราะที่ผ่านมาพรรคลงมติงดออกเสียงเป็นส่วนใหญ่ แต่หากที่ประชุมให้สมาชิกอภิปรายเรื่องคุณสมบัตินายกฯ ก็จะส่ง “หัวหน้ามาร์ค” อภิปราย แหม! ประเพณีไม่เคยมี แล้ว ปชป.ที่ยึดจารีตประเพณีจ๋าทำไมจะแหกเล่า หรือเพราะคันปากจ๊ะ ใจเย็นๆ ยังมีเวลาโชว์กึ๋นโชว์เสียงกันอีกยาวๆ หากการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.

บันทึกหน้า 4

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ

บันทึกหน้า 4

เลือกกันไปเรียบร้อยตำแหน่งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โผไม่พลิก “โสภณ ซารัมย์” จากพรรคภูมิใจไทยนั่งตำแหน่งประธาน เอาชนะ “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ” จากพรรคประชาชนไปด้วยคะแนน 289 ต่อ 123 คะแนน ที่น่าสนใจคือ มีผู้งดออกเสียงมากถึง 80 เสียง และบัตรเสียอีก 5 ใบ

บันทึกหน้า 4

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯ อีกสองคน ก็ชัดเจนลงตัวแล้ว โดยประธานสภาฯ คือ โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์หลายสมัย สายตรงเนวิน ชิดชอบ

บันทึกหน้า 4

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2569 แล้วโดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2569 เป็นต้นไป ซึ่ง “ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์” เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ระบุว่า

บันทึกหน้า 4

ประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลาป่วย มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ เป็นประธานแทน ต่อมาเวลา 11.45 น. นายกฯ