ชุดไทยพระราชนิยม

ต้องบอกว่า..สะอาดตา-สบายใจที่ได้เห็น..

ผมหมายถึง “ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด” และจอดิจิทัลที่มีสาวงามสวม “ชุดไทย” เป็นนางแบบของกระทรวงวัฒนธรรมที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ในขณะนี้น่ะ!

แรกเห็น..ก็ไม่รู้-ไม่เข้าใจหรอกว่าเป็นป้ายโฆษณาขององค์กร-บริษัทใด ต่อเมื่อได้อ่านพบใน “ไทยโพสต์ออนไลน์” วานนี้ จึง..อ๋อ..

“นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินหน้าประสานความร่วมมือ ผลักดัน “ชุดไทยพระราชนิยม”

ผ่านแคมเปญ “ชุดไทย” (CHUD THAI) สู่สายตาชาวโลกอย่างสง่างาม ภายใต้พระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ต่อการสืบสาน ต่อยอด

และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมไทย อันมีรากฐานจากพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ล่าสุดได้รับการร่วมมือกับภาคเอกชน อย่าง Plan B (แพลน บี มีเดีย) ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์

เผยแพร่ “ชุดไทย” สู่สาธารณะ ผ่านป้ายโฆษณาบิลบอร์ดทั่วกรุงเทพมหานคร ตามแนวทางที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

จะผลักดัน “ชุดไทย” สู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (UNESCO)

โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์ และสร้างการตระหนักรู้ถึงคุณค่าของสิ่งที่พวกเราคนไทยทั้งชาติ กำลังจะผลักดัน

ก่อนที่ยูเนสโก (UNESCO) จะพิจารณา “ชุดไทยพระราชนิยม”  ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ในช่วงปลายปี 2569 นี้

 ดังนั้นขอเชิญชวน สื่อทุกแขนง หน่วยงานทุกภาคส่วน และประชาชนทุกคน ร่วมกันมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับความภาคภูมิใจนี้ ด้วยการสนับสนุนความเป็นไทย

ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสวมใส่ชุดไทย และงานหัตถศิลป์ ในชีวิตประจำวัน การบอกเล่าเรื่องราวผ่านโซเชียลมีเดีย ประกาศศักดิ์ศรีงานฝีมือไทยสู่สายตาชาวโลก”

ครับ..เรื่อง “ความเป็นไทย” เป็นสิ่งที่ควรภาคภูมิใจ ช่วยกันสนับสนุนส่งเสริม และไม่ว่ายูเนสโกจะพิจารณามองเห็นเป็นอย่างไร..

“ชุดไทยพระราชนิยม” ก็ยังคงเป็นมรดก-ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของคนไทยที่จะสืบสาน ต่อยอดด้วยความภาคภูมิใจต่อไป!

เออ..แล้วนั่นก็ดูจะภูมิใจนักภูมิใจหนากับแคมเปญ “การเมืองสุจริต” ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งก็ไม่รู้ว่า “สุจริต (ทุกเขต)” จริงหรือไม่?

แต่ก็ได้ทำให้คุณสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล้าที่จะนำภาพรถต่อคิวยาวเพื่อเติมน้ำมันประกอบข้อความโพสต์..

“ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคแกนนำรัฐบาลตอนนี้ ภาพและเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้น

-น้ำมันดีเซลถูกลง ประมาณ 9 บาทจะช่วยตรึงราคาหน้าปั๊มให้ยังไม่เกิน 30 ก็ได้ และกองทุนน้ำมันไม่ติดลบมาก

-เมื่อไม่มีส่วนต่างของการอุดหนุนจากรัฐ ไปที่หน้าปั๊ม กับจ๊อบเบอร์ทั่วไปน้ำมันดีเซลภาคอุตสาหกรรมก็ไม่ต้องไปแย่งเติมน้ำมันจากประชาชนทั่วไป 

-ใช้วิกฤติเป็นโอกาส ทลายทุนผูกขาดพลังงาน ด้วยการสนับสนุน พลังงานทางเลือก พลังงานสะอาดต่างๆ โดยรัฐจูงใจซับซิไดซ์ค่าใช้จ่ายบางอย่างแก่ผู้ผลิตรายย่อย รายกลาง หรือภาคประชาชน 

ที่ทำได้เพราะ ไม่ต้องเกรงใจ ทุนต่างๆ ที่มีประโยชน์จากห่วงโซ่ธุรกิจพลังงานต่างๆ เช่นโรงกลั่นน้ำมัน เป็นต้น

เนื่องจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา เน้นเรื่องการเมืองสุจริต นโยบายชัดเจนไม่ให้ สส.ซื้อเสียง เงินที่พรรคใช้ในการหาเสียง ก็เป็นไปตาม กฎหมายกำหนด

จึงทำเรื่องนี้ได้อย่างจริงจัง โดยไม่คิดเรื่องการถอนทุนที่ใช้ไปในการหาเสียง คิดทำเพื่อประชาชนอย่างเดียวเต็มที่ เพราะคะแนนเสียงที่ได้ ไม่มีราคาต้นทุน 

จะเร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน ในสถานการณ์สงคราม ให้เข้าใจยอมรับ ช่วยกันประหยัด แต่รัฐจะเข้ามาดูแลอย่างเต็มที่ให้มีผลต่อประชาชนให้น้อยที่สุด”

ก็..น่าจะเป็นความปรารถนาดีปนเหน็บแนมในท่ามกลางสถานการณ์ “น้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ” ณ ตอนนี้

ซึ่งในส่วนของความปรารถนาดีนั้นก็อยากให้รัฐบาลได้นำมาคิดใคร่ครวญ หากสามารถแก้ปัญหาและทำได้จริง ก็บอกนายทุน (พลังงาน) ให้ยอมขาดทุนกำไรเพื่อรัฐบาลจะได้ไม่ถูกด่า!

ส่วนข้อเหน็บแนม ก็อย่าได้ถือสา ปล่อยวาง และคิดเสียว่า..

ประชาธิปัตย์ก็..พรรค์นี้แหละ!.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลดแล้วให้ตั้งใคร?

แวะไปเยี่ยม-ไปหามาอีกรอบ.. ก็..บอกเพื่อให้รู้ ตลกชั้นครู “คุณเด๋อ ดอกสะเดา” หน้าตาสดใส มีกำลังใจดี ทำกายภาพทุกวันด้วยความมุ่งมั่น หวังว่าอีกไม่นานก็น่าจะพยุงตัวยืนเองได้!

ไม่เข็ดหลาบ!

องค์ประชุมสมาชิกรัฐสภารวม 498 เสียง โหวตเห็นชอบให้ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนน 293 เสียง เห็นชอบให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกฯ 119 เสียง และงดออกเสียง 86 เสียง

ตั้งรัฐบาลเสร็จ..ลุยเลย!

พรุ่งนี้-20 มีนา. วันสุดท้าย.. หลังจากขนบูธกลับกันมาก็คอยฟังข่าว (อีกที) จากนางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แหละว่า..

ไม่เห็นจะต้องขำ!

จะ “ตลก” หรือ “ซีเรียส” ..ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองแต่ละคน! สำหรับผม..ไม่ขำและไม่ได้จริงจังอะไรมากมายกับข้อเสนอให้ยกเลิกอาหาร สส.ของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ด้วยคิดเอาว่า..ไม่มีทางเป็นไปได้!

‘ทำได้’จะอยู่ในใจตลอดกาล!

“ปัจจุบันที่ประชาธิปไตยของเราถูกบีบให้อ่อนแอ อํานาจของประชาชนมีความอ่อนล้า เสียงของประชาชนถูกบีบให้เบาลง”

จะเปิดประเด็นทำไม?

ได้แรงอก! ถ้าเป็นคนปักษ์ใต้ก็จะพูดคำนี้ แต่กับคนภาคอื่น หรือคนทั่วไปจะรู้สึกอย่างไรไม่แน่ใจ เพราะข้อความจากนี้ไม่ได้ (โพสต์) หลุดจากสาวชาวบ้านธรรมดา..