ถอดบทเรียนแบรนด์ดังดันยอดขายด้วยData

ในยุคที่ “ข้อมูลลูกค้า” คือหัวใจในการเอาชนะความท้าทายที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยต้องเผชิญ ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่เข้มข้น การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเข้าใจลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “กลยุทธ์หลัก” ของธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ที่จะเห็นหลายๆ แบรนด์เลือกใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนแบรนด์มากขึ้น และหลายแบรนด์ก็เลือกที่จะใช้ LINE เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง

อย่างแบรนด์แรกเลยคือ Tao Bin แบรนด์ตู้กาแฟและเครื่องดื่มอัตโนมัติ 24 ชม. จาก Fort Corporation ใช้ตู้ขายน้ำกว่า 8,000 จุดทั่วประเทศเป็นแหล่งเก็บรวบรวมข้อมูลลูกค้า โดยเชื่อมต่อผ่าน LINE Login เพื่อผูกบัญชีสมาชิกเข้ากับ LINE OA และเก็บ first-party data เช่น เพศ อายุ ประวัติการซื้อ และพฤติกรรมใช้งาน ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อออกแบบ Personalized Promotion และสื่อสารกลับไปยังลูกค้าแต่ละคนได้ตรงจุด ผ่านทั้งการบรอดแคสต์และแสดงผลริชเมนูแบบ Personalize บน LINE OA เพื่อเพิ่มการซื้อซ้ำ เสริมด้วยการใช้ LINE Official Notification สำหรับแจ้งเตือนลูกค้าแบบเรียลไทม์ ทั้งในเรื่องการชำระเงิน คะแนนสะสม เช่น เตือนคะแนนใกล้หมดอายุ เพื่อเพิ่มโอกาสการขายและช่วยเพิ่ม engagement บน LINE OA ไปด้วยในตัว ผลลัพธ์คือจำนวนเพื่อนบน LINE OA จาก 1.9 ล้าน เป็น 2.8 ล้านคน โต 48% และอัตราการเปิดอ่านข้อความสูงกว่าการสื่อสารแบบแมสถึง 3 เท่า

ต่อด้วยแบรนด์ บาร์บีคิวพลาซ่า ผ่าน GON member ยกระดับ LINE OA ของแบรนด์ให้กลายเป็นหน้าร้านดิจิทัลครบวงจร โดยร่วมมือกับ BeTask และ HatoHub สร้าง Seamless Customer Journey ตั้งแต่ก่อนเข้าร้านจนจบมื้ออาหาร ครอบคลุมตั้งแต่ระบบจองคิวอัจฉริยะ เช็กสถานะเรียลไทม์ การสั่งอาหารผ่าน QR Ordering ไปจนถึงระบบชำระเงินด้วยตนเอง ช่วยลดความยุ่งยากในกระบวนการบริการ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้พนักงาน และเพิ่มความสุขให้ลูกค้าที่เข้ารับบริการ โดยสามารถลดเวลารออาหารลง 46% ลดเวลาชำระเงินถึง 87% และเพิ่ม Conversion Rate ถึง 2 เท่า อีกทั้งยอดขายสินค้าใหม่สูงกว่าสาขาปกติ 57% โดยใช้การวิเคราะห์ฐานข้อมูลสมาชิกเพื่อเสนอโปรโมชันที่ตรงใจ ผลลัพธ์ที่ได้คือลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่น สร้าง loyalty และยอดขายที่เติบโตอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมา Lay’s ฉลองครบรอบ 30 ปีในไทยด้วยแคมเปญ “All Gen Enjoy” บน LINE OA “Lay's & Friends” เปลี่ยน Generation Gap ให้เป็นโอกาสทางการตลาดครั้งใหญ่ เริ่มจากการปล่อย Mission Sticker x BT21 เพื่อเก็บอินไซต์ผู้บริโภค แล้วนำมาออกแบบคอนเทนต์และโปรโมชันแบบ Personalized ให้ตรงใจแต่ละกลุ่มตามพฤติกรรม ต่อยอดด้วยการทำแคมเปญสะสมแต้มผ่านเทคโนโลยี LIFF และสร้างเกม AR บน LINE เสริมประสบการณ์ความสนุก เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง Gen ทำให้ CTR ของแคมเปญพุ่งสูงถึง 10.2% (จาก 1% ในปี 2567) ยอดดาวน์โหลดสติกเกอร์เกิน 500,000 ครั้ง ยอดขายโต 1.2 เท่า และมีผู้ใช้กลับมามีส่วนร่วม Re-engage กับแบรนด์กว่า 120,000 คน

ส่วน Starbucks ยังคงเดินหน้าต่อยอดพฤติกรรมการแชตของผู้บริโภคสู่โอกาสทางธุรกิจผ่านบริการ LINE GIFT ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าและ E-Voucher เพื่อส่งเป็นของขวัญผ่าน LINE ได้ โดยมีการออกแบบและปรับแต่งหมวดหมู่สินค้าให้หลากหลายตามข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกสินค้าตามโอกาสหรือโมเมนต์พิเศษที่ต้องการได้ เช่น วันเกิดหรือเทศกาล กระตุ้นโมเมนต์การซื้อรูปแบบใหม่นอกเหนือจากการซื้อเพื่อตัวเอง จนดัน Starbucks ติดอันดับแบรนด์ยอดนิยมบน LINE GIFT ที่ผู้ใช้ถึง 1 ใน 3 เลือกซื้อ Starbucks ส่งเป็นของขวัญ สะท้อนพลังการใช้ Social Gifting ช่วยสร้างยอดขายและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในช่วงเวลาสำคัญได้อย่างลงตัว

จากความสำเร็จของ 4 แบรนด์ดังกล่าวพิสูจน์ให้เห็นว่า ความสำเร็จในยุค Data-driven ไม่ได้เกิดจากการมีข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่คือการนำข้อมูลมาสร้าง “ประสบการณ์” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง.

 

รุ่งนภา สารพิน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจาะกลไกพยุงราคา‘ก๊าซหุงต้ม’

ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ

ทำความรู้จัก Financial Optionality

เคยไหม...รายได้เข้าทุกเดือน แต่เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิตกลับรู้สึกว่า “ยังทำไม่ได้” เพราะรายได้ในอนาคตส่วนหนึ่งถูกผูกไว้กับค่าบ้าน ค่ารถ และภาระผ่อนต่างๆ นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไม “มีรายได้” จึงไม่ได้แปลว่า “มีอิสระทางการเงิน” เสมอไป

อายุยืนบนโจทย์‘เงินออม’ที่ยาวขึ้น

การมีอายุยืนยาวขึ้นสะท้อนความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต แต่ในอีกด้านหนึ่งกำลังเปลี่ยนโจทย์สำคัญของการใช้ชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่รายได้จากการทำงานลดลงหรือสิ้นสุดลง เมื่อช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจกินเวลายาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ การวางแผนอนาคต จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีเงินเพียงพอสำหรับวันหยุดทำงาน แต่เป็นการออกแบบความมั่นคงให้สอดคล้องกับระยะเวลาของชีวิตที่ยืดยาวขึ้น

แรงงานไทยหาตัวเองให้เจอ

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจที่ต้องการแรงงานที่มีความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความทันสมัยของเทคโนโลยี และตลาดแรงงานยังต้องการคนที่พร้อมทำงานได้ทันที แต่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่แน่ใจว่าตัวเองถนัดอะไร และอยากเติบโตไปในเส้นทางใด สำหรับเคทีซี การพัฒนาคนไม่ใช่เพียงการสร้างบุคลากรให้กับองค์กร แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

ชูโมเดลจัดการน้ำไม่ท่วมไม่แล้ง

ภาพจำมหาอุทกภัยปี 2554 คือบทเรียนราคาแพงของภาคอุตสาหกรรมไทย แต่ในปัจจุบัน ท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง “พระนครศรีอยุธยา” ได้ก้าวข้ามจากการตั้งรับเฉพาะหน้า ไปสู่ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ 360 องศา เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ให้นักลงทุนมั่นใจว่าโรงงานผลิตจะไม่สะดุด ไม่ว่าธรรมชาติจะเหวี่ยงมาทาง “น้ำหลาก” หรือ “เอลนีโญ”

Gastech 2026 ขับเคลื่อนพลังงานมั่นคง

งาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นมหกรรมนิทรรศการและการประชุมด้านก๊าซธรรมชาติ LNG โซลูชันคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก กำลังจะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่สองในรอบเกือบสองทศวรรษ งานนี้คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ พร้อมบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 ราย และวิทยากรระดับโลกกว่า 800 คน ครอบคลุมทั้งระดับรัฐมนตรี ผู้บริหารซีอีโอ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของกระทรวงพลังงานไทย ร่วมกับพันธมิตรสำคัญอย่าง EGAT ปตท. และ Gulf ในฐานะ National Consortium Partners