
ไม่น่าเชื่อ...
เขียนเรื่องน้ำมันทัวร์ลงเยอะเหมือนกัน
ราวกับว่าโลกใบนี้มีความจริงคู่ขนาน
แต่ก็คงต้องเขียนอธิบายกันต่อไป
เติมน้ำในแก้วไปเรื่อยๆ ก็ยังปั่นกันต่อไปครับ...ถ้าจะให้พูดถึงแบบสุภาพๆ ก็ "ความเห็นต่าง" แต่ถ้าวิจารณ์กันตรงๆ อวิชชา พูดเรื่องเท็จไปวันๆ
ล่าสุดที่เอาไปปั่นกันคือเรื่อง น้ำมัน เป็น "สินค้าควบคุม" ทำไมกระทรวงพาณิชย์ไม่คุมราคา
ก็เข้าใจครับว่าเดือดร้อนเพราะราคาน้ำมันแพงกันทุกคน แต่ข้อเท็จจริงก็ต้องเป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่เอาความเท็จมาปั่นให้กลายเป็นความจริง
สถานการณ์แบบนี้ทุกคนมีอารมณ์โกรธ ฉุนเฉียว เพราะที่้เคยเติมน้ำมันเต็มถังก็แค่พันบาท บวกลบนิดหน่อย มาวันนี้ปาเข้าไปพันกลางๆ แล้ว
แต่...นี่คือปัญหาระดับโลกครับ ไม่ใช่ปัญหาที่ปากซอย
ย้ำอีกครั้งไม่ว่าใคร พรรคไหนมาเป็นรัฐบาล ไม่มีใครทำให้ราคาน้ำมันถูกลงได้ ไม่ว่าจะเฉือนจากตรงไหน ก็ล้วนลดราคาลงได้นิดหน่อย
ไม่กี่บาท!
แต่สถานการณ์มันไปไกลเกินกว่าน้ำมันราคาแพงแล้วครับ
จากนี้ไม่นานทั้งโลกอาจจะเจอปัญหา น้ำมันไม่พอ
ก็...น้ำมันขาดแคลนนั่นแหละครับ
บทพิสูจน์ความสามารถของรัฐบาล จะอยู่ตรงที่สามารถไปเจรจาหาน้ำมันมาให้คนไทยได้ใช้อย่างเพียงพอหรือไม่
ยกตัวอย่างกรณี เรือน้ำมันไทย สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้ นั่นคือฝีมือของกระทรวงการต่างประเทศ
แต่ลำเดียวไม่พอครับ หลังจากนี้จะมีอีกหลายบทพิสูจน์ กระทรวงการต่างประเทศโดย "สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว" จะสามารถเจรจาให้เรือไทย ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ต่อเนื่องหรือไม่
ถ้าทำได้ก็สอบผ่าน
ถ้าไม่ได้ก็ต้องไปดูว่าเพราะอะไร อย่าลืมว่าสงครามตะวันออกกลางเป็นปัญหาที่อยู่เหนือการควบคุมของรัฐบาลไทย
ขณะที่โลกต้องเผชิญกับความจริงที่โหดร้าย ไม่มีใครรอดผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ยังคงมีการสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ "น้ำมัน" ไม่หยุดหย่อน
น้ำมันเป็น "สินค้าควบคุม"!
จะได้ยินประเด็นนี้มากขึ้่นเรื่อยๆ บนความคาดหวังว่ารัฐบาลจะหาทางทำให้น้ำมันราคาถูกกว่าที่เป็น
มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่
เคยมีคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น คดีที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๘ ละเลยต่อหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒ กรณีไม่ควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิง
คำพิพากษาศาลปกครองระบุว่า
แม้จะมีการกำหนดให้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นสินค้าและบริการควบคุมตามข้อ ๓ (๑๕) ของประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เรื่อง การกำหนดราคาสินค้าและค่าบริการควบคุม ปี ๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๕ ซึ่งใช้บังคับขณะที่มีการฟ้องคดี
เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการครองชีพของประชาชนและเป็นสินค้าที่ใช้เป็นปัจจัยการผลิตต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาของสินค้าชนิดอื่นตามมาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๘ มีอำนาจตามมาตรา ๒๕ และมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ในการกำหนดมาตรการต่างๆ
เช่น การกำหนดราคาซื้อหรือราคาจำหน่ายสินค้าหรือบริการควบคุม ให้ผู้ซื้อซื้อสินค้าและบริการในราคาไม่ต่ำกว่าราคาที่กำหนดให้ผู้จำหน่ายจำหน่ายสินค้าและบริการในราคาไม่สูงกว่าราคาที่กำหนด
ตรึงไว้ในราคาใดราคาหนึ่ง
กำหนดอัตรากำไรสูงสุดต่อหน่วยของสินค้าที่ผู้จำหน่ายจะได้รับ เป็นต้น
แต่เนื่องจากคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๓๔ อนุมัติให้ดำเนินการยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมัน เชื้อเพลิง ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปตามกลไกตลาดเสรี และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ประกอบกับมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลสินค้าน้ำมันเชื้อเพลิงรวมถึงพลังงานอื่นในประเทศโดยเฉพาะอยู่แล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๘ จึงไม่มีหน้าที่กำหนดราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแต่อย่างใด
ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้น
นั่นคือคำพิพากษา และกรณีน้ำมันเชื้อเพลิงก็มีกฎหมายเฉพาะกำกับดูแลอยู่แล้ว ซึ่งตามหลักกฎหมาย นั้นกฎหมายเฉพาะ มีผลบังคับเหนือใช้กว่ากฎหมายทั่วไป
แต่ กกร.ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ยังมีการกำกับดูแลน้ำมันเชื้อเพลิงในกรณีอื่นๆ อีก ๔ กรณี
๑.มาตรการในการ ควบคุมการปฏิเสธการจำหน่าย ตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒
๒.มาตรการในการแสดงราคาจำหน่าย (ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า) ตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน
๓.ตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ ติดตามตรวจสอบให้สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้ครบถ้วนถูกต้องตรงตามปริมาณที่มีการซื้อ
๔.มาตรการบริหาร กรมการค้าภายในโดยขอความร่วมมือให้ผู้ค้าน้ำมัน (พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓) แจ้งการเปลี่ยนแปลงราคาจำหน่ายปลีกให้ทราบล่วงหน้า และกำหนดราคาจำหน่ายไม่เกินราคาที่แจ้งให้กรมการค้าภายในทราบ ตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓
"พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" บอกว่า...
"...ต้องบอกให้เข้าใจก่อนว่าคำพิพากษาศาลปกครองคดีใดจะมีผลผูกพันเฉพาะคู่กรณีในคดีให้ต้องถือปฏิบัติ เว้นแต่จะต้องด้วยมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ถึงจะมีผลต่อบุคคลภายนอก
ดังนั้น คำพิพากษาศาลปกครองย่อมไม่อาจยึดถือหรือนำมาใช้บังคับกับคดีหรือกรณีอื่นได้ในทันทีโดยปริยายเสมอไป เพราะอาจมีข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีที่แตกต่างกัน..."
ก็ถือเป็นความรู้ใหม่ครับ เพราะเข้าใจมาตลอดว่าคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดสามารถใช้เป็นบรรทัดฐาน ในการปฏิบัติราชการและการตีความกฎหมายได้
แม้ไม่ใช่กฎหมายลายลักษณ์อักษรที่ตายตัว
แต่ศาลปกครองจะยึดหลักกฎหมายทั่วไปมาวินิจฉัย บรรทัดฐานนี้ช่วยให้หน่วยงานรัฐมีแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง และส่งผลให้คดีในอนาคตมีแนวทางเดียวกัน
ถ้าจะเอาตามที่ "พีระพันธุ์" ว่า กกร.สั่งให้ควบคุมราคาน้ำมันห้ามเกินลิตรละ ๓๐-๔๐ บาท ขณะที่ราคาตลาดโลกมันทะลุไปถึงไหนแล้ว
ก็มองไม่ออกว่าสถานการณ์น้ำมันในประเทศไทยจะเป็นอย่างไร
ที่แน่ๆ จะขาดแคลนเร็วกว่าที่คิด
ในมุมเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น...
ขายของขาดทุนยับใครจะเอามาขาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นี่คือมหาวิกฤต
วันก่อน...ไต้หวันเจอเฟกนิวส์เรื่องไต้หวันจะประสบปัญหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หมดภายใน ๑๑ วัน และจะเผชิญกับไฟฟ้าดับเนื่องจากอิหร่านจำกัดการผ่านของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
วิธีลดราคาน้ำมัน
เรื่องน้่ำมัน มีคำถาม มีข้อสงสัยกันเยอะครับ ไอ้ที่ด่ารัฐบาลก็ด่ากันไป ที่ปั่นกระแสก็ปั่นกันสนุก แต่เรื่องข้อเท็จจริง ไม่ค่อยจะพูดถึงกันเท่าไหร่
เพราะคนไทยโง่
"...ช่วยไม่ได้ครับ เลือกกันมาเอง ผมก็พูดทุกที ใครมาถามก็บอก ช่วยไม่ได้ครับ เลือกกันมาเอง..."
มิตรสหายของเรา
เป็นการเริ่มต้นที่ดี... สารจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านประจำประเทศไทย ได้เห็นแล้วใจชื้นครับ
แก้วิกฤตด้วยความจริง
เห็นโผ ครม.ล่าสุด น่าจะเป็นหยดสุดท้ายแล้ว แต่...ก็ไม่มีอะไรให้เซอร์ไพรส์! จะมีที่แปลกใจนิดหน่อยก็ชื่อ "ปกรณ์ นิลประพันธ์" นี่แหละครับ ทิ้งเก้าอี้เลขาธิการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มารับตำแหน่งรองนายกฯ
จะพังกันทั้งโลก
สถานการณ์ย่ำแย่ครับ อเมริกา อิสราเอล กับ อิหร่าน ขู่กันไปมา จะบอมบ์โรงงานไฟฟ้า โลกก็ฉิบหายเพิ่ม หุ้นตก ราคาน้ำมันพุ่ง มีเสียงเตือนจาก "ฟาติห์ บิโรล" หัวหน้าสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ ว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับ "ภัยคุกคามครั้งใหญ่"

