บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าปกติวันพุธของรัฐบาลหลายๆ ยุคที่ผ่านมา มักเป็น “พุธสัญจร” แต่ดูเหมือนรัฐนาวาอนุทิน 2 จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มาเล่นบท “เตมีย์ใบ้” โดยไม่ให้สัมภาษณ์หรือตอบคำถามใดๆ ของสื่อเลย ไม่ว่าจะเป็นกรณีสหรัฐอเมริกาหยุดถล่มอิหร่าน 2 สัปดาห์ ราคาน้ำมันที่จะปรับลดลง หรือแม้แต่กรณีการยิง “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ …๐

ก็เล่นเอาบรรดาสื่อต้องตีความไปต่างๆ นานา จากปฏิกิริยาของนายกฯ ในคำถามต่างๆ ทั้งกรณียิ้มหรือกรณีนิ่งเฉย แต่ที่แน่นอนแล้วคือ นายกฯ ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 82/2569 แบ่งงาน 7 รองนายกรัฐมนตรีที่อาจมากที่สุดในประวัติศาสตร์และ 4 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจแต่ประการใด แต่ที่วงกาแฟเขานินทากันอย่างมากคือ กรณี “ศุภมาส อิศรภักดี” ที่ได้กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เพราะ รัฐบาลอนุทิน 1 “มาดามผึ้ง” ก็ดูงานเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ผลงานต้องบอกแทบไม่เคยเห็น แล้วยิ่งในวิกฤตพลังงาน วิกฤตข้าวยากหมากแพงแบบนี้ “กระบอกเสียง” รัฐบาลต้องถือว่ามีความสำคัญในการทำความเข้าใจหรือชี้แจง แต่รัฐบาลก็ยังเลือกคนเดิมมาทำงานอีก ...๐

พอเอ่ยถึงเรื่องวิกฤตพลังงานไม่เอ่ยถึงบรรดาอดีต รมว.พลังงานที่พาเหรดเสนอความคิดเห็นผ่านสื่อโซเชียลหรือให้สัมภาษณ์รายวันไม่ได้ ซึ่งที่ดูๆ แล้วที่เห็นว่า ติเพื่อก่อก็คงมีแค่ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” อดีต รมว.พลังงานเท่านั้น โดยเฉพาะการให้บอกความจริงต่อประชาชน เลิกสื่อสารแบบประคองความรู้สึกเพียงอย่างเดียวได้แล้ว รวมทั้งการเสนอแนะให้รัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ซึ่งต่างจากบรรดาอดีต รมว.พลังงานและอดีต รมว.เศรษฐกิจทั้งหลายที่เรียกร้องให้ลดนู่นลดนี่ เก็บภาษีโน่นภาษีนี่ ทั้งๆ ที่รู้ว่าทำไม่ได้ แต่ก็ต้องการปั่นกระแส หรือเรียกเรตติ้งยิ่งกว่าอินฟลูเอนเซอร์เสียอีก ...๐

แต่ที่หนักหนาที่สุดในห้วงวันพุธปิดปากของนายกฯ ประเทศไทย คือ กรณี “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ที่เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการทหารบก ก่อนที่ “ตี๋เต้” จะมาให้สัมภาษณ์บอกว่า “พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์” ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการเหล่าทัพต่างๆ กำลังหารือถึงการประกาศใช้กฎอัยการศึก ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 เพื่อเข้ามาควบคุมเรื่องน้ำมันและปัญหาปากท้องชาวบ้าน ...๐

 การให้สัมภาษณ์แบบนี้รัฐบาลโดยเฉพาะ “เจ๊ผึ้ง” หรือแม้แต่ “รัชดา ธนาดิเรก” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ต้องรีบออกมาชี้แจงแถลงไขโดยด่วน เพราะ แม้การประกาศใช้กฎอัยการศึก ไม่ใช่การปฏิวัติรัฐประหารแต่ประการใด แต่ก็สร้างความหวาดวิตกโดยใช่ที่ทั้งต่อชาวบ้านและเอกชน โดยเฉพาะนักลงทุนจากต่างประเทศในยุคที่สื่อสารไปไวยิ่งกว่ากะพริบตา ...๐

ดูง่ายๆ ตอนนี้ชาวกระบี่ถึงกับใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ กันอย่างหนัก เพราะ เห็นเครื่องบินรบมะกันทั้ง C-130, MV-22 Ospery, H-60 Seahawk ใช้ท่าอากาศยานกระบี่บินขึ้น-ลงทั้งกลางวันและกลางคืน วันละหลาย 10 เที่ยวบิน จนทำให้คนกระบี่และนักท่องเที่ยวต่างคาดคิดไปไกลว่าสหรัฐจะมาตั้งฐานทัพในไทยเพื่อตั้งเป้าถล่มอิหร่านเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่ง “พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย” โฆษกกองทัพอากาศก็ออกมาชี้แจงทำความเข้าใจแบบทันท่วงทีว่าเป็นเหตุการณ์ปกติ ซึ่งเดิมจะใช้สนามบินอู่ตะเภา หรือสนามบินภูเก็ต แต่ปีนี้สหรัฐขอใช้ท่าอากาศยานกระบี่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เรียกว่าการสับเปลี่ยนกำลังพล และมีเรื่องของการส่งผู้ป่วยมารักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นกําลังพลที่ป่วยอยู่บนเรือที่ลอยลํากลางทะเล พร้อมยืนยันด้วยว่า การนำเครื่องบินขอลงจอดในประเทศไทยต้องผ่านกระบวนการกระทรวงต่างประเทศทุกอย่าง และจะพิจารณาถึงความเหมาะสม ซึ่งทั้งหมดไม่ได้มีการละเมิดข้อบังคับหรือข้อตกลงใด เรียกว่าเป็นการชี้แจงที่กระชับและทันต่อเหตุการณ์อย่างยิ่ง ...๐

ทิ้งท้ายด้วย ข่าวบำนาญ สส. ที่ “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” แห่งพรรคไทยภักดีจุดพลุขึ้นมา โดยล่าสุด “สุรทิน พิจารณ์” สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ก็ออกมาโต้ว่าไม่ใช่บำนาญ แต่เป็นเงินสวัสดิการที่หักกัน เหมือนกับการทำฌาปนกิจสงเคราะห์ พิโธ่! นี่หรือ สส.เมืองไทย ถ้าเป็นฌาปนกิจสงเคราะห์จริงก็จ่ายแค่ตอนตายสิ ไม่ใช่มาจ่ายให้เป็นรายเดือนไปจนตาย จริงไหม เห็นทั่นผู้แทนแค่เรื่องของตัวเองแท้ๆ ยังมั่วนิ่มได้ขนาดนี้ ไม่อยากคิดถึงเรื่องกฎหมายบ้านเมืองเลยว่าจะออกทะเลขนาดไหน ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ตื่นขึ้นเช้านี้ คงไม่มีอะไรตื่นเต้น เจี๊ยวจ๊าวเร้าความรู้สึกคนในสังคมไทยได้เท่ากับ การเปิดให้ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” วงเงินรวม 1.76 แสนล้านบาท ที่รัฐบาล "เสี่ยหนู" ระบุว่าจะช่วยประชาชน 43 ล้านคน เป็นเวลา 4 เดือน (มิ.ย.-ก.ย.2569) แบ่งเป็นกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ประมาณ 13 ล้านคน) : ได้เพิ่มเงิน 700 บาท (รวมเป็น 1,000 บาท/เดือน) โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เริ่มใช้สิทธิ 1 มิ.ย. และกลุ่มประชาชนทั่วไป (เป้าหมาย 30 ล้านคน) : รัฐช่วย 60% ประชาชนจ่าย 40% ได้สิทธิเดือนละ 1,000 บาท (จำกัดวันละไม่เกิน 200 บาท

บันทึกหน้า 4

ไส้เดือนถูกขี้เถ้า! ดิ้นทุรุนทุรายอะไรกันหนา กับการที่คณะองคมนตรีเข้าร่วมสังเกตการณ์ ให้คำแนะนำ และข้อห่วงใย ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.)

บันทึกหน้า 4

หลายคนอาจสงสัยคำร้องคดีการเลือกตั้ง 8 ก.พ.ไม่เป็นความลับ เพราะมีการพิมพ์บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำไมเงียบหายไป มีอะไรคืบหน้าหรือไม่ ก็พบว่าคดีนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็อยู่ระหว่างการไต่สวน

บันทึกหน้า 4

ประชุม ครม.เห็นชอบ "โครงการไทยช่วยไทยพลัส" โดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง นำแถลงว่า "เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชนและรักษาไม่ให้กำลังซื้อลดลงมากเกินไป โดยจะช่วยเหลือประชาชนกว่า 43 ล้านคน

บันทึกหน้า 4

หลังการเปิดเวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงภาพของบรรดาเจ้าสัว นักธุรกิจรายใหญ่ และภาคเอกชนที่เข้ามาสะท้อนปัญหาต่อรัฐบาลเท่านั้น แต่คือท่าทีของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ที่สั่งการให้นำข้อเสนอทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุม ครม. พร้อมกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบอย่างชัดเจน เพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

บันทึกหน้า 4

เปิดบันทึกวันนี้ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต 8 ราย บนรถเมล์สาย 206 อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุรถไฟชนบนทางแยกถนนอโศก เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พ.ค. ...0 เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้ จะโทษหรือโยนเป็นความผิดของใคร?!? ฝ่ายใด?!? ระหว่างพนักงานขับรถเมล์โดยสาร พนักงานขับรถไฟ พนักงานควบคุมระบบการจราจรของการรถไฟแห่งประเทศไทย ยังอยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวน แต่ที่แน่นอนและปฏิเสธไม่ได้คือ "ความประมาท" นำมาซึ่งความเสียหาย