
ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net แค่เปิดฉากก็เข้มข้น! "นายกฯหนู" ร่าย 1 ชั่วโมง 8 นาที 42 วินาที แถลงนโยบายรัฐบาล "อนุทิน 2" ต่อรัฐสภา ชูแก้ปัญหาเร่งด่วน 5 ด้าน เศรษฐกิจ การต่างประเทศและความมั่นคง สังคม ภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และการบริหารภาครัฐการปฏิรูปกฎหมาย "ความท้าทายและความผันผวนที่ประเทศกำลังเผชิญในวันนี้ และอนาคตอันใกล้เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับ หากเราหยุดนิ่งจะยิ่งทำให้ประเทศถดถอย โดยรัฐบาลพร้อมที่จะเติมเต็มและทุ่มเทสรรพกำลังที่มีอยู่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนและนำพาประเทศไทยก้าวสู่การพัฒนาที่เต็มศักยภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วม และเป็นพลังขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของประเทศในระยะยาว
กระผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ และโลกเชื่อมั่นประเทศไทย” ถึงเป็นยุคที่รัฐบาลเข้มแข็ง แต่ก็ไม่ง่ายที่ต้องเจอกับฝ่ายค้านมืออาชีพ "ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" หัวหน้าพรรคประชาชน ลงดาบคนแรก ภายใต้ธีม "พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว" ตราหน้ารัฐบาล 5 คลัสเตอร์ เริ่มต้นจากดีลของกลุ่มอำนาจต่างๆ ไม่มีประชาชนอยู่สมการ "พอได้แล้วกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วกับการเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน”
๐ ดุดันไม่แพ้กัน "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะร้างเวทีสภาไปหลายปี แต่ยังคมกริ๊บเหมือนเดิม "นโยบายฉบับนี้ ไม่มีความรู้สึกจิตใจและหัวใจของประชาชนอยู่ในการเขียน... นอกเหนือจากการบริหารผิดพลาดตรงนี้แล้ว ที่ผมใช้คำว่าหัวใจท่านไม่อยู่กับประชาชน ขนาดคนไปทำงานกับท่านสัปดาห์เดียวออกมาต่อว่าฝ่ายค้านว่า พูดเรื่องราคาน้ำมันเป็นเรื่องเชย ผมจะเชยต่อไป และเชื่อว่าคนทั้งประเทศก็จะเชยกับผม เพราะยุคนี้ไม่คาดหวังจะเก๋ไก๋หรูหราอีกต่อไปแล้ว" ก่อนจะขยี้ตบท้าย "ถ้าท่านเห็นประชาชนเป็นเพียงทางผ่านสู่อำนาจ เห็นประชาธิปไตยเป็นแค่พิธีกรรม เห็นประเด็นเรื่องความมั่นคง จริยธรรม เป็นเพียงการหาเสียง หรือเครื่องมือทางการเมือง ท่านจะไม่ได้ปฏิบัติตามคำปฏิญาณตนที่ท่านให้ไว้ต่อหน้าพระพักตร์ และทุกคนในประเทศจะบอกว่า พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว" นี่แค่น้ำจิ้ม ชิมลางฝ่ายค้านก่อนรัฐบาลทำงานจริง
๐ เริ่มนับถอยหลัง 44 อดีต สส.ส้ม โดยเฉพาะ 10 สส.พรรคประชาชน นำโดย "เท้ง ณัฐพงษ์" แม้ปากจะบอกว่าไม่หวั่นไหว แต่รู้อยู่เต็มอกถึงชะตากรรมในอนาคตอันใกล้ ลองไล่ดูคดีที่เคยขึ้นศาลฎีกา ยังไม่มีนักการเมืองที่ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงรอดสักราย อาทิ "ปารีณา ไกรคุปต์" อดีต สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีรุกที่ดินป่าสงวนและที่ดิน ส.ป.ก. "อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์" อดีต สส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย กรณีตบทรัพย์ 5 ล้าน จากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล "กนกวรรณ วิลาวัลย์" อดีต รมช.ศึกษาธิการและอดีต สส.พรรคภูมิใจไทย รุกป่าเขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี "ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์" อดีต สส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กรณีเสียบบัตรแทนกัน "พรรณิการ์ วานิช" อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ กรณีโพสต์ภาพและข้อความในเฟซบุ๊กพาดพิงสถาบัน ที่สำคัญคดีนี้ข้อหาหนักกว่าเยอะ "การกระทำของผู้คัดค้านทั้ง 44 คนจึงเป็นการกระทำอันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง" ขั้นตอนต่อจากนี้ เมื่อประธานศาสฎีกาได้รับเรื่อง จะมีการตั้งองค์คณะไต่สวน ไม่ต่ำกว่า 3 คน จากนั้นองค์คณะจะมีการประชุมหารือกันว่ารับคำร้องหรือไม่ รวมถึงคำสั่งให้ สส. หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งปกติจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ แต่ช่วงต้นสัปดาห์หน้าติดวันหยุดสงกรานต์ จึงคาดว่าศาลฎีกาอาจจะนัดฟังคำสั่งว่ารับคำร้องหรือไม่ในสัปดาห์ถัดไปจากหลังสงกรานต์ ในขณะที่ ปชน. ก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว จะจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อเปลี่ยนผู้นำและกรรมการบริหารพรรคพอดิบพอดี.
ลี้คิมฮวง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ไม่แข่งยิ่งแพ้! บรรดา FC สีฟ้า แทบไม่ต้องลุ้นแล้ว แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ที่พรรคประชาธิปัตย์นัดเปิดตัวในวันเสาร์นี้ เผยโฉมล่วงหน้า ในงาน "AI Demo Day : Bangkok Build AI" เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทีแรกฮือฮาหลายคนคิดว่า ปชป. น่าจะส่งหน้าใหม่กิ๊กที่ไม่ใช่นักการเมืองมาลงสนาม เหมือนสมัยที่ส่ง "หล่อเล็ก" อภิรักษ์ โกษะโยธิน นักบริหารที่เชี่ยวชาญด้านการตลาด สามารถเอาชนะใจคนกรุงได้สำเร็จ ชนิดทิ้งห่างคู่แข่งหลายแสนคะแนน ทำให้สปอตไลต์หลายดวงจับจ้องไปที่ "ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา" ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plus อดีตซีอีโอ LINE
บันทึกหน้า 4
ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และสร้างความปีติแก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะเกษตรกร เมื่อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2569 ณ
บันทึกหน้า 4
ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลบังคับใช้แล้ว รัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการช่วยเหลือเยียวยา 2 แสนล้านบาท และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาทได้เลย
บันทึกหน้า 4
การกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าของ ทักษิณ ชินวัตร หลังได้รับการพักโทษและเข้ารับทราบเงื่อนไขคุมประพฤติจากกรมคุมประพฤติ ทำให้บรรยากาศการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้งทันที
บันทึกหน้า 4
11 พฤษภาคม 2569 นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกจำคุกจากคดีโกงบ้านกินเมือง จะได้รับการพักโทษ กลับไปนอนบ้านจันทร์สองหล้า ติดกำไล EM ที่ขา ขอให้สังคมไทยจดจำเป็นบทเรียน นักการเมืองจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม หากคดโกงจุดจบคือคุก บางคนกรรมตามทันเป็นติดจรวด บางคนได้ใจเพราะคิดว่า โกงมานานไม่เห็นมีใครทำอะไรได้ ก็โกงต่อเนื่อง จดชื่อใส่บัญชีหนังหมาไว้เลยคนพวกนี้อนาคตมีแต่ทุกข์ ไม่โดนเข้ากับตัวเองก็โดนกับครอบครัว ชีวิตหาความสุขมิได้ ...๐
บันทึกหน้า 4
คิดช้า! พรรคประชาชนเพิ่งเคาะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ "พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน" หรือชื่อเต็มๆ ว่า ร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.

