วิกฤตตะวันออกกลางป่วนท่องเที่ยวไทย

ความขัดแย้งและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน การค้าระหว่างประเทศ หรือเสถียรภาพทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตน้ำมันที่สำคัญของโลก เมื่อเกิดความไม่สงบจึงมักนำไปสู่ความผันผวนของราคาน้ำมันและต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจต่างๆ รวมถึง อุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว ที่ต้องพึ่งพาการเดินทางระหว่างประเทศเป็นหลัก

สำหรับ ประเทศไทย ซึ่งมีรายได้จากภาคการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจ ย่อมได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากสถานการณ์ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวที่อาจลดลงจากความกังวลด้านความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มขึ้น หรือความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งล้วนแต่มีผลกระทบต่อภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดย ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ได้ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา การโจมตีทางอากาศที่รุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้หลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้า และเที่ยวบินในเส้นทางตะวันออกกลางถูกยกเลิกทันที ด้วยพื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการบินสำคัญของโลก มีสัดส่วนผู้โดยสารราว 10% ในปี 2568 และจากข้อมูลของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA) จึงยิ่งส่งผลต่อการเดินทางระหว่างประเทศของคนทั่วโลก

แม้สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นจากที่สายการบินตะวันออกกลางเริ่มทยอยเปิดให้บริการในบางเส้นทาง รวมถึงไทย แต่วิกฤตดังกล่าวสร้างผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทยผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1.จำนวนเที่ยวบินที่เดินทางมาไทยมีโอกาสลดลงจากเที่ยวบินของหลายสายการบินที่ยังเปิดบริการในบางเส้นทาง และจากความเสี่ยงในการเข้าสู่ภาวะวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันอากาศยานในหลายประเทศ 2.ต้นทุนการเดินทางที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกที่เร่งตัว และ 3.ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เปราะบางมากขึ้น ทั้งในด้านความปลอดภัยและภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว

ทั้งนี้ SCB EIC ได้ประเมินว่า หากวิกฤตตะวันออกกลางที่คาดว่าจะยืดเยื้อไปอย่างน้อย 8 สัปดาห์ อาจกดดันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยชะลอตัวลงมาอยู่ที่ราว 33.2 ล้านคน จากประมาณการเดิมในเดือน ธ.ค.2568 ที่ 34.1 ล้านคน แม้ว่าจำนวนผู้โดยสารต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยโดยรวมจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้น หลังผู้โดยสารต่างชาติทางอากาศหดตัวต่อเนื่องในช่วง 10 วันแรกของการเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากที่สายการบินตะวันออกกลางเริ่มเปิดให้บริการในบางเส้นทาง และหลายสายการบินเพิ่มเที่ยวบินตรงในเส้นทางยุโรป-เอเชีย

แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยยังมีโอกาสชะลอตัวลงจาก 1.นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและอิสราเอลที่ลดลงจากจำนวนเที่ยวบินของสายการบินตะวันออกกลางที่เปิดให้บริการอย่างจำกัด โดยไทยยังพึ่งพานักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่มากเพียงราว 2% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 2.นักท่องเที่ยวชาติอื่นเริ่มชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้บริการสายการบินตะวันออกกลาง ซึ่งมีสัดส่วนราว 8% ของผู้เดินทางเข้าไทยทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ที่บางส่วนหันไปใช้เส้นทางบินตรงหรือต่อเครื่องที่ฮับอื่นแทน ขณะเดียวกันกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ยังกังวลต่อต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น และประเด็นด้านความปลอดภัย ก็มีโอกาสปรับแผนยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวไป

 ขณะเดียวกันยังต้องติดตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาไทยทางบก ซึ่งอาจได้รับผลกระทบเพิ่มจากความกังวลในวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันในบางพื้นที่ของไทย แต่อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวไทยยังคงได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวดีขึ้น และนักท่องเที่ยวอินเดียที่ยังเติบโตต่อเนื่อง อีกทั้งยังอาจได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีโอกาสมาไทยเพื่อหลีกหนีภัยสงครามและความไม่สงบในประเทศอีกด้วย

อย่างไรก็ดี ทั้งหมดเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สะท้อนว่า “ธุรกิจท่องเที่ยว” มีแนวโน้มที่จะเผชิญผลกระทบอย่างชัดเจนจากทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวลง และต้นทุนการบริหารจัดการที่สูงขึ้น ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนาน การออกมาตรการของภาครัฐอย่างทันท่วงทีจะมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน