
อ้าว...
กินแหนงแคลงใจอะไรกันขึ้นมาอีกละนี่
“เนชั่น ออนไลน์” เขารายงานข่าวเมื่อวาน (๑๖ เม.ย.๖๙) ว่า
ที่ “โรงเรียนสันติวิทย์” อ.จะนะ จ.สงขลา, ชมรมสถาบันปอเนาะ จ.สงขลา
นำโดย “บาบอซากี ยีกับจี” เลขาธิการชมรมสถาบันปอเนาะ ร่วมกันอ่านแถลงการณ์....
กรณีแม่ทัพภาคที่ ๔ “พล.ท.นรธิป โพยนอก” พูดพาดพิงสถาบันการศึกษาทั้งปอเนาะและตาดีกา
เนื้อหาแถลงการณ์ ระบุว่า
ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ให้สัมภาษณ์และแถลงข่าวในหลายโอกาส โดยเฉพาะผ่านรายการ "เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand"
และการแถลงข่าวคดีสำคัญ ซึ่งมีการพาดพิงและกล่าวหาในลักษณะที่ว่า "สถาบันปอเนาะและโรงเรียนตาดีกา" เป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรงนั้น
สถาบันการศึกษาอิสลามปอเนาะสงขลา สถาบันการศึกษาอิสลามที่เป็นรากฐานทางปัญญาและคุณธรรมของพื้นที่ ขอแถลงจุดยืนและข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้
1.ปฏิเสธข้อกล่าวหาบิดเบือนและด้อยค่าสถาบันการศึกษา เราขอปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ปราศจากฐานข้อมูลความจริง
ซึ่งระบุว่า สถาบันการศึกษา เป็นบ่อเกิดของความรุนแรง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
สถาบันเหล่านี้ ได้ทำงานเคียงคู่กับกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานรัฐ เพื่อหล่อหลอมบุคลากรชั้นนำของประเทศ
ทั้งจุฬาราชมนตรี ราชมนตรี ผู้นำศาสนา รัฐมนตรี นักการทูต แพทย์ พยาบาล และข้าราชการทุกหมู่เหล่า
การกล่าวหาลอยๆ เช่นนี้ ถือเป็นการดูหมิ่นเกียรติภูมิของครูผู้เสียสละ และทำลายความเชื่อมั่นต่อระบบการศึกษาอย่างรุนแรง
2.ทัศนคติทางความมั่นคงที่บดบังการพัฒนา การที่ผู้นำระดับสูงในโครงสร้างความมั่นคง มองการศึกษาผ่านกรอบของความหวาดระแวง
ไม่เพียงแต่เป็นการ “สุมไฟใต้” ให้คุกรุ่นขึ้น แต่ยังเป็นการทำลายความไว้วางใจ (Trust) ระหว่างรัฐกับประชาชนที่สร้างมาอย่างยาวนาน
สถิติความไม่สงบในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่า มาตรการทางทหารนำการเมืองที่ใช้อยู่นั้น สวนทางกับความจริงในพื้นที่ และสร้างความกังวลใจแก่ประชาชนเป็นวงกว้าง
3.ข้อเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบและมาตรการตอบโต้มาตรการจากรัฐบาล
ขอให้รัฐบาลพิจารณาสั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 โดยทันที หรือภายใน 30 เมษายน 2560 เนื่องจากทัศนคติที่ไม่เอื้อต่อการสร้างสันติสุข
หากมิได้รับการตอบรับ
เครือข่ายสามพี่น้อง มีความจำเป็นต้องยกระดับการเคลื่อนไหวตามวิถีทางสันติ
และจะขอระงับการให้ความร่วมมือในทุกกิจกรรมและทุกกรณีกับฝ่ายความมั่นคงนับจากนี้เป็นต้นไป
.......................................................
อืมมมม....
เอากันถึงขั้นบีบให้รัฐบาล “สั่งย้าย” แม่ทัพภาคที่ ๔ ออกจากพื้นที่ มันไม่รุนแรงไปซักหน่อยหรือ?
ผมว่า “เครือข่ายสามพี่น้อง” กับท่านแม่ทัพภาคที่ ๔ หาเวลานั่งจิบน้ำชากาแฟทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนดีกว่ามั้ง?
เพราะผมเชื่อ....
ทั้งเครือข่ายสามพี่น้องและทั้งแม่ทัพภาคที่ ๔ ล้วนมีความปรารถนาดีและมุ่งมั่น “สร้างสันติสุข” ให้กับพี่น้องชาวใต้ด้วยกันทั้งนั้น
เมื่อมีความไม่เข้าใจอะไรกันเล็กๆ น้อยๆ ได้พูดคุยกัน จะเป็นการสร้างสรรค์ดีกว่าการเพาะทัศนคติปฏิปักษ์ต่อกันถึงขั้นขีดเส้นตายให้ “ย้ายท่านแม่ทัพ”!
ซึ่งดูรุนแรงไป และเชื่อว่าประชาชนก็จะไม่สบายใจ ทั้งรัฐบาลและกองทัพ ก็อึดอัดใจ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับส่วนรวมเลย
และผมก็เชื่อว่า....
ลึกๆ แล้ว “เครือข่ายสามพี่น้อง” ก็ไม่ต้องการ “แก้ปัญหา” ด้วยการ “สร้างปัญหา” ให้สังคมบ้านเมือง นี่ผมคงพูดไม่ผิดใช่มั้ย”!
เรื่องอย่างนี้ จำเป็นต้องมี “ตัวกลาง”
เหมือนอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่มี “ปากีสถาน” เป็นตัวเชื่อมให้ทั้ง ๒ ฝ่ายได้มานั่งโต๊ะคุยกัน
ผมมองแล้วในภาคใต้ โดยเฉพาะใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้
ไม่มีใครเหมาะสมเท่า....
อดีตประธานรัฐสภา “ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา” ที่จะช่วยประสานให้เครือข่ายสามพี่น้องกับท่านแม่ทัพภาคที่ ๔ มีโอกาสได้สนทนาวิสาสะต่อกัน
ท่านอาจารย์วันนอร์นั้น นอกจากเป็นที่เคารพนับถือของพี่น้อง ๓ จังหวัดใต้แล้ว
ท่านยังเป็น “ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี” และเป็น “ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ” ของพี่น้องชาวใต้ด้วย
และที่สำคัญ “พรรคประชาชาติ” ก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาล
จึงเหมาะสม-ลงตัวที่สุด
ที่ท่านวันนอร์ และ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” หัวหน้าพรรค จะทำเพื่อบ้าน-เพื่อเมือง โดยเป็นตัวเชื่อมประสานเพื่อ “สร้างสันติสุข”
ผมว่า “ทุกคน”....
ทั้งเครือข่ายสามพี่น้อง ทั้งแม่ทัพภาคที่ ๔ ทั้งท่านอาจารย์วันนอร์ และท่าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
ต้องซึมซับรับรู้ในพระบรมราโชวาทของ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” ที่ตรัสไว้เมื่อ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๑๒ เป็นแน่
“พระบรมราโชวาท” นั้นมีว่า...........
“ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด
การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี
หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง
และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้”
...............................
ทุกคน ทุกฝ่าย ทุกหมู่เหล่า ถ้าจริงใจต่อบ้านเมือง จงน้อมนำ “พระบรมราโชวาท” นี้ มาสำเหนียก ก็จะเข้าใจในการบริหารและการปกครองคน
เมื่อเข้าใจ “ภาพใหญ่” ในสังคมคน ก็จะไม่เกิดทัศนคติขัดแย้งด้วยความเข้าใจผิดใน “ภาพย่อย”
เพราะในทุกสังคม, องค์กร จะมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนอยู่ด้วยเสมอ อย่าว่าแต่สังคมบ้านเมืองเลย
ขนาด “สังคมศาสนา” ก็ยังมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกัน ซึ่งเป็นที่ปรากฏนับแต่อดีตกาล ถึงปัจจุบันกาล!
ถ้าเข้าใจกันอย่างนี้แล้ว....
เครือข่ายสามพี่น้อง “ถอนญัตติ” ย้ายแม่ทัพภาคที่ ๔ ออกไปเถอะ ผมบอกได้ตรงๆ เลยว่า
“ย้ายแม่ทัพ” เพราะกลัวคำขู่
มันเป็นไปไม่ได้และไม่มีผู้นำคนไหนเขาทำหรอกครับ!
ขืนทำ ไม่พังแค่ระบบ
มันจะพังทั้งการบริหารและการปกครองประเทศ ขนาดนั้นเลย
ฉะนั้น ผมขอ # save แม่ทัพภาค ๔
# save เครือข่ายสามพี่น้อง และ
# save สันติสุขชายแดนใต้
ยามโลกวิปริต-บ้านเมืองวิกฤตสามัคคีจากพวกบ่างช่างยุ พี่น้องไทยทุกคนจงพยายามอย่าเป็นคน “หูหาเรื่อง” ให้มากนักเลย
อดออมถนอมน้ำใจกันไว้ หนักนิด-เบาหน่อย เราก็พี่น้องไทยด้วยกัน เพราะผมมองดูแล้ว....อย่ามาทะเลาะกันเองเลย
จงเตรียมตัว-เตรียมใจกันไว้
ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป มันจะมีเหตุใหญ่ มากกว่าเรื่องหยุมหยิมที่พวก “ก่อไฟ-สุมฟืน” หวังให้บ้านเมืองแตกแยก!
ผมก็มัวแต่คุยสมานมิตรเมืองไทย จนไม่ได้ดูข่าวตะวันออกกลางเลยว่าไปถึงไหนกันแล้ว
เห็นว่า “สนทนายก ๒” ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน จะเริ่มกันอีกครั้งที่ปากีสถาน ก่อนครบกำหนด “หยุดยิง ๒ สัปดาห์”
เท่าที่เสียงจากข่าวโทรทัศน์แว่วเข้าหูขณะคุยกับท่านอยู่นี่ ดูท่าทางทรัมป์จะ “ซอฟต์พาวเวอร์” อย่างผิดสังเกต
แบบนี้ต้องระวัง ภาษิตโบราณบอกว่า “อย่าเชื่อคนบ้า อย่าถือสาคนเมา” แต่ทรัมป์ไม่ได้เมา
ฉะนั้น ที่ทรัมป์บอก บรรยากาศยอดเยี่ยม เจรจารอบนี้น่าจะลงตัวนั้น อิหร่านต้องระวัง “ทรัมป์ตลบหลัง” ให้ดี
เพราะมีข่าวสอดแทรกมาว่า.....
ทางหนึ่งเจรจา อีกทาง ทรัมป์เตรียมส่งกำลังทหารเพิ่มไปที่ตะวันออกกลางอีกกว่าหมื่นนาย
๖,๐๐๐ นาย จะเดินทางไปกับเรือบรรทุกเครื่องบิน USS จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช และกองเรือคุ้มกัน
อีกประมาณ ๔,๐๐๐ กว่านาย จากกองเรือสะเทินน้ำสะเทินบก บ็อกเซอร์ และหน่วยนาวิกโยธินที่ ๑๑
เตรียมปฏิบัติการ “ภาคพื้นดิน”!
ในขณะที่ทรัมป์ปากหวานว่า “สงครามใกล้ยุติเร็วๆ นี้”
ช่วงนี้ ฟังโหราจารย์หลายท่านบอกว่า “ดาวพุธรวนเร” การเจรจาความหาความแน่นอนไม่ได้ และปากจะเป็นตัวนำเรื่อง
ฉะนั้น เรามี ๒ หู ช่วงนี้ “ทุกเรื่อง” เราก็ฟังหู-ไว้หู เป็นการดี แม้กระทั่งเรื่อง “เปิดด่าน” ชายแดนไทย-เขมร ก็เถอะ
ที่มีคนปล่อยข่าว-สร้างกระแสว่า “ฮุน เซน” ส่งคนมาเจรจาขอให้เปิดด่านที่จังหวัดตราดนั่นน่ะ
เมื่อวาน (๑๖ เม.ย.) พลเรือเอกไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. พูดสั้น-ฟังชัด
“กองทัพเรือยึดมั่นตามนโยบายรัฐบาล ‘ไม่เปิดด่านเด็ดขาด’ และจะไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามต่อฝ่ายตรงข้าม
ไม่ว่าจะมีผลประโยชน์อะไร จะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นกับกองทัพเรือเด็ดขาด”
สรุป “ปิด” ก็คือ “ปิด”
ไม่มีลักปิด-ลักเปิด ไม่ว่าด่านเฉพาะกิจ ด่านถาวร ด่านชั่วครั้ง-ชั่วคราว ไม่มีทั้งนั้น!
ถ้าผมเป็นฮุน เซน แบบนี้ ลมสว้านคงตีขึ้น ร้องโอยสะลา แล้วหงายท้องล้มตึง...แหงแก๋
ป.ล.อย่าลืม....
“สัปดาห์หน้า” อย่าใช้ชีวิตประมาทกันเน้อ!.
-เปลว สีเงิน
๑๗ เมษายน ๒๕๖๙
คนปลายซอย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เมื่อ ‘เขมรสิ้นลาย’
แหม...เสียดายจัง!แต่ก็นั่นแหละ ไม่มีงานใดที่ไม่เลิกรา เทศกาลสงกรานต์ของไทยก็เช่นนั้น ก็มาถึงวันที่ต้องเลิกรา ชนิดที่...น้ำยังหยดติ๋งๆ! ถึงตอนนี้ ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า “สงกรานต์ไทย” ไม่ใช่ “เทศกาลโลก”
'สหรัฐ' ถึงวันที่ 'โรยรา'
สงกรานต์.....“วัฒนธรรมประเพณีไทย” ถึงวันนี้ กลายเป็นวัฒนธรรมประเพณีสากลของมนุษยชาติไปแล้ว!ไม่ต่างกับเทศกาล “คริสต์มาส” ของชาวคริสต์ ที่ถึง ๒๕ ธันวาคม ทีไร..... ชาวโลก ไม่ว่าชาติใด-ภาษาใด ต่างเฉลิมฉลองกันทั่วโลก จนกลายเป็นวัฒนธรรมประเพณีสากลเช่นกัน แต่ “กรุงเทพฯ” ประเทศไทย
สงกรานต์ "เทศกาลโลก"
๑๐๐ พระชันษา สมเด็จพระสังฆราช “สงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งการแสดงน้ำใจไมตรีต่อกัน มีการแสดงออกทางกาย และทางวาจาที่น่าชื่นใจต่อกัน ผู้น้อยก็แสดงความนอบน้อมต่อผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็แสดงความเอื้อเฟื้อเอ็นดูต่อผู้น้อยด้วยความจริงใจ
‘สงกรานต์-การเมือง’
สวัสดี “สงกรานต์” ปีมะเมีย ขอผองพี่น้องไทยสุขสำราญชื่นบานอุรา ทุกข์-โศกที่เคยมี ถึงสงกรานต์ปีนี้ มีแต่ได้กับได้ เรื่องร้าย-เรื่องเสีย ขออย่ามี
🔴 LIVE ‘พล.ท.สมชาย’ เปิดแผน สงครามล้างโลก สถาปนาข้้วอำนาจเดียว!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
‘พล.ท.สมชาย’ เปิดแผน สงครามล้างโลก สถาปนาข้้วอำนาจเดียว!! อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ.2569
ลอง 'ของใหม่' บ้างมั้ย?
“หัวใจ” น่ะ ไม่รู้เรื่องอะไรของมนุษย์เขาหรอก เพราะมีหน้าที่สูบฉีดโลหิตอย่างเดียว “จิตใจ” นั่นตะหาก เป็นตัวทำหน้าที่รับรู้อารมณ์ต่างๆ แล้วปรุงแต่งอารมณ์นั้นให้เป็น โกรธ เกลียด รัก ชัง ให้ งก เมตตา เหี้ยมอำมหิต

