นายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskiy) ตัดสินใจลงเลือกตั้งเพียงไม่กี่เดือนก่อนวันเลือกตั้ง หาเสียงเน้นเรื่องต่อต้านทุจริตทางการเมือง ต่อต้านกลุ่มการเมืองที่ครองอำนาจ
ให้ประชาชนมีอำนาจการเมืองการปกครอง มีความยุติธรรม มั่นคงปลอดภัย ยุติความขัดแย้งกับยูเครนตะวันออก คะแนนนิยมของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ชนะประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโก คนก่อนที่เป็นนายทุนพันล้านด้วยคะแนนถล่มทลาย
โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน
เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/photo/?fbid=10224707459451239&set=gm.317395887118018
นายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskiy) ตัดสินใจลงเลือกตั้งเพียงไม่กี่เดือนก่อนวันเลือกตั้ง หาเสียงเน้นเรื่องต่อต้านทุจริตทางการเมือง ต่อต้านกลุ่มการเมืองที่ครองอำนาจ ให้ประชาชนมีอำนาจการเมืองการปกครอง มีความยุติธรรม มั่นคงปลอดภัย ยุติความขัดแย้งกับยูเครนตะวันออก คะแนนนิยมของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ชนะประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโก คนก่อนที่เป็นนายทุนพันล้านด้วยคะแนนถล่มทลาย
เซเลนสกีไม่เคยทำงานการเมืองมาก่อน ไม่มีประสบการณ์การเมืองเลย บทบาทที่คนยูเครนรู้จักคือเป็นดาวตลก ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาชนะเลือกตั้งเพราะคนยูเครนเบื่อหน่ายการเมืองแบบเดิม ในสายตาประชาชนการเมืองยูเครนสกปรก นักการเมืองกอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวเองและพวกพ้อง เป็นบุคคลน่ารังเกียจในสายประชาชน คนยูเครนจึงมองหาตัวเลือกใหม่อย่างเซเลนสกีที่ไม่ใช่นักการเมือง ไม่ใช่คนของกลุ่มการเมืองแบบเก่า กล่าวได้ว่า ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายพวกนักการเมือง เซเลนสกีเข้าใจเรื่องนี้จึงพูดว่า “ตนไม่ใช่คู่แข่ง (ผู้สมัครรายอื่น) แต่เป็นผู้พิพากษา”
คำถามที่ไม่ตลกคือ ทำไมเซเลนสกีปล่อยให้เกิดสงครามและทำไมไม่รีบหยุดสงคราม คำว่า “ขอวางตัวเป็นกลาง” ไม่เป็นสมาชิกนาโตพูดยากมากเลยหรือ
3 ปีหลังดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ ประธานาธิบดีเซเลนสกีพาประเทศทำสงครามกับมหาอำนาจรัสเซีย เกิดคำถามว่าทำไมผู้นำยูเครนจึงคิดทำสงคราม
ทำไมไม่หยุดที่จะเป็นสมาชิกนาโต:
ประการแรก ก่อนสงคราม
14 กุมภาพันธ์ 2022 ประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวว่า “พวกเขาบอกเราว่า (กองทัพรัสเซีย) จะบุก 16 กุมภาพันธ์” เป็นวันเดียวกับที่เจ้าหน้าที่สหรัฐเผยทัพรัสเซีย 80% พร้อมรบเต็มตัว สามารถเปิดฉากโจมตีทุกเมื่อ ก่อนกองทัพรัสเซียบุกยูเครน นาโตประกาศชัดจะไม่ส่งทหารเข้าช่วยรบ เนื่องจากยูเครนไม่ได้เป็นสมาชิกนาโต มีหลักฐานมากมายชี้ว่าหากเกิดสงครามจะเป็นการปะทะทางทหารระหว่างยูเครนกับรัสเซีย รัฐบาลยูเครนรู้ตัวดี
ส่วนที่ชาติตะวันตกกับพันธมิตรทำคือคว่ำบาตรรัสเซียทางเศรษฐกิจการทูตเป็นหลัก ไม่มีประเทศคิดให้ทหารของตนปะทะกับทหารรัสเซียโดยตรง หลักข้อนี้เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าชาติมหาอำนาจจะไม่ทำสงครามกันเอง เพราะจะหายนะด้วยกันทั้งคู่ อีกทั้งรัฐบาลปูตินขู่ล่วงหน้าว่าพร้อมทำสงครามนิวเคลียร์กับทุกประเทศที่เข้ามายุ่งเกี่ยว จะมีประเทศใดยอมหายนะเพราะยูเครนหรือ
เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่ารัฐบาลปูตินต่อต้านยุทธศาสตร์นาโตขยายตัว (NATO Enlargement) โดยเฉพาะการรับยูเครนเป็นสมาชิกนาโตเป็นเส้นต้องห้าม (red line) เป็นยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศรัสเซียที่จะสร้างแนวรัฐกันชน (buffer state) ด้านนาโตกล่าวว่า ยูเครนจะยื่นเรื่องขอเป็นสมาชิกหรือไม่เป็นสิทธิ์ของยูเครน ที่ผ่านมารัฐบาลเซเลนสกีไม่ปฏิเสธเรื่องนี้
ในช่วงที่รัสเซียเริ่มสะสมกำลังตามแนวพรมแดนติดยูเครนและซ้อมรบ มีคำเตือนมากมายว่ารัสเซียอาจบุกเข้ายูเครน ยิ่งใกล้วันที่รัสเซียส่งกองทัพเข้าไปคำเตือนยิ่งดังขึ้น ฝ่ายการทหารมีหลักฐานมากมายถึงการตระเตรียมกำลังพล รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถึงกระนั้นเซเลนสกีไม่เอ่ยปากถอนเรื่องการเป็นสมาชิกนาโต กลับเตรียมกองทัพเรียกทหารกองหนุนให้เตรียมพร้อม นี่แปลว่ารัฐบาลเซเลนสกียินดีทำสงครามกับรัสเซียใช่หรือไม่
ประการที่ 2 เมื่อกองทัพรัสเซียบุกเข้ายูเครนแล้ว
สงครามเริ่มต้นด้วยการที่ทัพรัสเซียส่วนหนึ่งบุกเข้ายูเครนตะวันออก พื้นที่เหล่านี้เดิมเป็นเขตอิทธิพลของกองกำลังที่อิงรัสเซียอยู่แล้วจึงบุกยึดง่ายดาย เรื่องไม่จบเท่านี้ รัฐบาลสหรัฐคาดกองทัพรัสเซียจะบุกเข้ายูเครนตะวันตกทำสงครามเต็มรูปแบบ ด้านยูเครนประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ ขอให้คนทั้งชาติพร้อมทำสงครามปกป้องมาตุภูมิ
เป็นอีกช่วงที่รัฐบาลเซเลนสกียืนยันพร้อมทำสงครามกับรัสเซียโดยที่ไม่มีชาติใดเข้าร่วมรบด้วย หลายคนย่อมคาดเดาได้ว่ายูเครนจะเป็นฝ่ายปราชัย ในโลกนี้มีไม่กี่ประเทศที่กองทัพเข้มแข็งพอรับมือรัสเซีย น่าคิดว่าเซเลนสกียืนยันขอทำสงคราม ทำไมจึงไม่ขอเจรจา เพียงแค่ประกาศเลิกเป็นสมาชิกนาโตเท่านั้น ยากเกินกว่าจะพูดหรือ
เมื่อทัพรัสเซียรุกคืบสู่กรุงเคียฟ ประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวว่า “ประชาชนยูเครนต้องการสันติภาพ” ไม่ทราบว่านี่คือการพูดตลกอีกครั้งหรือไม่ หากเข้าใจว่าประชาชนต้องการอะไรทำไมปล่อยให้เรื่องบานปลายกลายเป็นสงครามใหญ่ เซเลนสกีไม่รู้หรือว่าประชาชนไม่ต้องการสงคราม รัฐบาลยูเครนชุดนี้แหละที่ผลักดันให้รัสเซียส่งกองทัพเข้ายูเครน
เซเลนสกีที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง:
ย้อนหลังช่วงสิ้นปีก่อน (2021) หลังอียูพูดชัดไม่สนใจ “เส้นต้องห้าม” ของรัสเซีย ปูตินย้ำต้องการสนธิสัญญาความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับยูเครน ไบเดนตอบว่าให้เพียงแค่จะไม่ส่งอาวุธที่ใช้โจมตีข้าศึกแก่ยูเครน จากนั้นความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รัสเซียส่งทหารเข้าประชิดชายแดนยูเครนตามลำดับ นับจากนั้นรัฐบาลสหรัฐพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกว่ารัสเซียจะบุกยูเครน จะหาเรื่องบุกยูเครน เป็นข่าวที่รับรู้กันทั่วโลก จะเห็นว่าเรื่องของยูเครนมีรัฐบาลสหรัฐ นาโตเข้ามาเกี่ยวข้องตลอดเวลา ราวกับว่าความมั่นคงของยูเครนไม่ได้อยู่ในการตัดสินใจของรัฐบาลยูเครนเท่านั้น
แนวคิดหนึ่งที่อธิบายพฤติกรรมของผู้นำยูเครนคือ เซเลนสกีไม่เพียงดำเนินนโยบายอิงตะวันตกเท่านั้น แต่เป็นผู้นำประเทศที่ไม่เป็นอิสระ ขณะลงเลือกตั้งอาจตั้งใจดีหวังนำความสุขความเจริญสู่ประชาชน ได้เป็นผู้นำประเทศที่ปราศจากฐานอำนาจการเมือง แต่ความจริงคืออำนาจการปกครองยังอยู่กับกลุ่มชนชั้นอำนาจเดิม น่าเห็นใจที่เซเลนสกีอาจตั้งใจดีแต่สุดท้ายไม่อาจบริหารประเทศได้จริง เป็นข้อคิดสำหรับระบอบประชาธิปไตยแบบประธานาธิบดี ประเทศประชาธิปไตยเกิดใหม่ที่อ่อนแอ เมื่อเกิดสงคราม พวกนายทุนนักการเมืองไม่กระทบเท่าไหร่เพราะมีช่องทางหาเงินนอกประเทศ เตรียมทางหนีทีไล่ไว้แล้ว ประชาชนธรรมดาเท่านั้นที่ต้องรับเคราะห์
ลำพังการเป็นประธานาธิบดีไม่อาจบริหารประเทศได้จริงหากอำนาจปกครองยังอยู่กับระบอบอำนาจเก่าที่อิงตะวันตก หน่วยรบพิเศษอเมริกัน เจ้าหน้าที่สหรัฐเข้าๆ ออกๆ ยูเครน เซเลนสกีไม่เป็นอิสระ ไม่อาจตัดสินเลือกทางเดินประเทศเพื่อชาวยูเครนที่ต้องการสันติภาพ
ตลอดช่วงของความขัดแย้งจนนำสู่สงครามเต็มรูปแบบปรากฏหลักฐานความไม่เป็นอิสระมากมาย การตัดสินใจที่ไม่สมเหตุสมผลโดยเฉพาะทำสงครามกับรัสเซีย เห็นชัดว่านโยบายของยูเครนทำตามนโยบายชาติตะวันตกโดยเฉพาะรัฐบาลสหรัฐ แนวคิดนี้จะถูกหรือไม่อนาคตจะปรากฏหลักฐานมากขึ้น เป็นอีกตัวอย่างของหลายสิบตัวอย่างที่ผู้นำประเทศไม่เป็นอิสระอยู่ภายใต้อิทธิพลรัฐบาลต่างชาติ หลายๆ ประเทศที่เอ่ยถึงปกครองด้วยระบอบเสรีประชาธิปไตย
บัดนี้เซเลนสกีคงได้เรียนรู้แล้วว่าบทบาทประธานาธิบดีไม่เหมือนการเล่นตลก สงครามยูเครนจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่จะอยู่กับเขา ครอบครัว คนยูเครนทั้งชาติตลอดไป
น่าเศร้าใจแทนประชาชนยูเครนทั้งประเทศที่หลายคนบาดเจ็บเสียชีวิตจากสงคราม กว่าล้านคนอพยพออกนอกประเทศและคาดว่าจะออกไปอีกหลายล้านคน ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร บ้านเมืองถูกทำลายถดถอยหลายสิบปี จากนี้ไปยูเครนจะไม่เหมือนยูเครนเดิมอีกต่อไป เป็นอีกบทเรียนแก่คนทั้งโลกว่าบางครั้งการเมืองไม่ใช่เรื่องตลกให้พูดเฮฮาในสภากาแฟ อาจเป็นการสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน สิ่งที่สูญเสียไปไม่อาจนำกลับคืนมา
คำถามที่ไม่ตลกคือ ทำไมเซเลนสกีปล่อยให้เกิดสงครามและทำไมไม่รีบหยุดสงคราม ล่าสุดทัพใหญ่รัสเซียจ่อกรุงเคียฟ คำว่า “ขอวางตัวเป็นกลาง” ไม่เป็นสมาชิกนาโตพูดยากมากเลยหรือ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เวเนซุเอลาจากพันธมิตรกลายเป็นศัตรูสหรัฐ
ความต้องการถอนอิทธิพลสหรัฐ เปลี่ยนเวเนซุเอลาจากพันธมิตรกลายเป็นศัตรู ซ้ำร้ายกว่านั้นคือ สังคมอยู่ในสภาพอ่อนแอ ประชาชนอ่อนเปลี้ย ช่วยตัวเองไม่ได้
‘เท้ง’กลัวไม่ได้ตั้งรัฐบาล
กกต.เผยรับสมัคร สส.ทั้ง 400 เขตเรียบร้อยดี เตรียมรับสมัคร สส.บัญชีรายชื่อวันอาทิตย์นี้ เตือนประชาชนโพสต์ข้อความผิด กม.เลือกตั้ง เจอคุก 10 ปี
'เท้ง' นำทัพผู้สมัคร ปชน.สมัครวันแรก โวลั่นภารกิจตัดสีเทาออกจากประเทศ
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต นั่งรถเมล์ไฟฟ้าสีส้มเข้าสมัครรับเลือกตั้งวันแรก
แนวทางสร้างชาติซาอุฯด้วยAI
ซาอุฯ เป็นชาติที่สามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้ด้วยปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้นแบบแก่ชาวอาหรับและโลกมุสลิมทั้งปวง
เด็กเสียนิสัย! ‘ชูวิทย์’ อบรม ‘ธนาธร’ ปมหากพิธาเป็นนายกฯ ในวันนั้น
“ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์” โต้คำกล่าวของธนาธร ชี้เกมชายแดนต้องใช้ประสบการณ์และชั้นเชิง ระบุพรรคประชาชนยังอ่อนเวทีการเมืองระหว่างประเทศ
‘ปิยบุตร’ เผยเบื้องหลัง MOA ปชน.-ภูมิใจไทย เป็นการ ‘ทดลอง’
เลขาธิการคณะก้าวหน้า ยอมรับเสียใจ กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญล้มเหลว ชี้เป็นการ “ทดลอง” ภายใต้ข้อจำกัดในระบบการเมือง


