แผนสหรัฐให้นานาชาติช่วยคุ้มครองช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์ย่อมหวังว่าสงครามอิหร่านจะส่งเสริมให้สหรัฐยิ่งใหญ่อีกครั้ง ตอนนี้สถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซกำลังเป็นตัวชี้วัดหนึ่งว่าเป็นไปตามหวังหรือไม่

มีนาคม 2026 อยาตอลเลาะห์ ซัยยิด โมจตาบา คาเมเนอี (Ayatollah Seyyed Mojtaba Khamenei) ผู้นำจิตวิญญาณอิหร่านคนใหม่ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ตอบโต้การรุกราน นโยบายนี้หมายถึงเรือที่จะผ่านต้องขออนุญาตก่อน

เรื่องนี้ไม่ใช่นโยบายใหม่ อิหร่านขู่มานานแล้ว

ภาพ: แผนสหรัฐให้นานาชาติช่วยคุ้มครองช่องแคบฮอร์มุซ

เครดิตภาพ: ปัญญาประดิษฐ์

ยกตัวอย่าง กรกฎาคม 2018 ประธานาธิบดีโรฮานีกล่าวเตือนทรัมป์ว่า “คุณทรัมป์ อย่าเล่นหางสิงโต เพราะคุณจะต้องเสียใจ” หากทำสงครามจะเกิดหายนะ อิหร่าน “จะไม่ยอมจำนนต่อคำขู่” ถ้าอิหร่านส่งออกน้ำมันไม่ได้ ประเทศอื่นก็จะส่งออกไม่ได้เช่นกัน พร้อมจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ข้อเท็จจริงคือการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิสราเอลกับสหรัฐในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบ ล้วนเป็นแผนการที่อิหร่านเคยเตือนหรือเคยใช้มาแล้ว ดังนั้นรัฐบาลทรัมป์จะอ้างว่าไม่รู้ไม่เข้าใจไม่ได้

สงครามทำให้ทหารอเมริกันบาดเจ็บล้มตายจำนวนหนึ่ง ฐานทัพหลายแห่งเสียหายไม่มากก็น้อย 12 วันแรกของสงครามใช้งบทางทหารถึง 16,500 ล้านดอลลาร์ แต่ที่เสียหายหนักคือผลต่อเศรษฐกิจ ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น เบื้องต้นคือเพิ่มอีก 0.5-0.8% ยอดเงินเฟ้อรวมอาจถึงระดับ 3.2% ภายในสิ้นไตรมาสนี้ ข้อนี้กระทบกำลังซื้อของคนอเมริกันแน่นอน ไม่แปลกที่รัฐบาลทรัมป์พยายามสกัดราคาน้ำมันไม่ให้ขึ้นสูง

ปัญหาอันเนื่องจากเส้นทางขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางมีปัญหา น้ำมันขึ้นราคา บางช่วงขาดแคลน ปุ๋ยแพง (ปุ๋ยเคมีมาจากพลังงานฟอสซิล) เงินเฟ้อ กระทบทั่วโลก

วิเคราะห์นโยบายของทรัมป์:

ท่ามกลางราคาน้ำมันสูงไม่หยุด WTI จากแถว 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็น 90-100 อิหร่านยังสามารถควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เรือบรรทุกน้ำมันและเรือบรรทุกสินค้าต่างๆ เลี่ยงเส้นทาง ประธานาธิบดีทรัมป์ขอให้นานาชาติช่วยคุ้มกันช่องแคบ ให้กลับมาเดินเรือปกติอีกครั้ง ทรัมป์เอ่ยนามประเทศจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอังกฤษ

น่าสนใจที่กองทัพสหรัฐใหญ่อันดับหนึ่งของโลก กำลังทหารอากาศอิสราเอลที่โจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงยังไม่สามารถจัดการปัญหานี้ สวนทางคำพูดของทรัมป์ที่บอกว่าแทบไม่เหลือเป้าให้โจมตีอีกแล้ว

ประการแรก คือการกระจายความรับผิดชอบให้ประเทศอื่น

สงครามอิหร่านเริ่มจากการที่สหรัฐกับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน สงครามของ 3 ประเทศ นโยบายให้นานาชาติช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซคือการดึงนานาชาติ โดยเฉพาะประเทศที่ทรัมป์เอ่ยถึงให้เข้าพัวพันสงครามนี้

สมมติว่าเรือรบยุโรปเข้ามาช่วย ย่อมมีสิทธิโดนอิหร่านโจมตี เท่ากับทำสงครามต่อกันแล้ว นโยบายทรัมป์จึงเป็นการกระจายความรับผิดชอบแก่ประเทศอื่น ดึงประเทศอื่นเข้าร่วมสงคราม ทั้งๆ ประเทศเหล่านั้นไม่เป็นผู้ก่อสงครามและไม่อยากมีส่วนร่วม  

อันที่จริงนอกจากสหรัฐมีกองเรือรบที่ 5 ประจำตะวันออกกลาง ยังมีกองเรือรบอื่นๆ อีกที่สามารถส่งเข้ามาช่วย จึงไม่ขาดแคลนเรือรบเลย ยังส่งเข้ามาช่วยได้อีกมาก น่าสงสัยว่าทำไมรัฐบาลสหรัฐจึงไม่ส่งเข้ามา

ประการที่ 2 คือการแสดงความเป็นผู้นำโลก

ผู้นำสหรัฐไม่ว่าจะมาจากพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครตต่างยึดแนวทางนี้ เพียงแต่ต่างกันที่คำพูด การใช้คำ บางคนให้เหตุผลว่าสหรัฐคือตำรวจโลก เป็นเสาหลักเสรีประชาธิปไตย ซึ่งไม่แปลกที่ทุกรัฐบาลต้องเสริมสร้างรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ

ตั้งแต่ช่วงหาเสียงประธานาธิบดีทรัมป์ชูคำขวัญ “Make America Great Again” การรบกับอิหร่านคือหนึ่งในวิธีที่รัฐบาลสหรัฐกำลังทำตัวให้เป็นมหาอำนาจโลก ใครไม่ยอมสยบต้องถูกจัดการ รัฐบาลสหรัฐขอแทรกแซงเข้าจัดการประเทศอื่นๆ ละเมิดอธิปไตยอย่างชัดเจน

ประการที่ 3 คือการแบ่งแยกมิตรกับศัตรู

ด้วยความที่เป็นมหาอำนาจ มีขั้วอำนาจของตน รัฐบาลสหรัฐมักใช้สถานการณ์หรือหาวิธีการกระชับความเป็นมหาอำนาจของตน

ตัวอย่างที่เอ่ยถึงมากคือ เหตุก่อการร้ายในสหรัฐเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 (หรือที่นิยมเรียกว่า 9/11) รัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประกาศทำสงครามก่อการร้ายทั่วโลก นักวิเคราะห์บางคนตีความเหตุการณ์ 9/11 ส่งผลดีต่อสหรัฐ เอื้อให้ขยายอิทธิพลในประเทศอื่นๆ มากขึ้น โดยเฉพาะในแถบตะวันออกกลาง อัฟกานิสถาน รัฐบาลบุชใช้โอกาสดังกล่าวแผ่ขยายอิทธิพลทั่วโลก ด้วยการประกาศว่าประเทศที่ให้แหล่งพักพิงมีความผิดเท่ากับผู้ก่อการร้าย สหรัฐจะถือว่าประเทศนั้นเป็นศัตรูหากไม่ร่วมมือต้านผู้ก่อการร้าย

ในช่วงนั้นหลายสิบประเทศให้ความร่วมอย่างดี การต่อต้านก่อการร้ายกลายเป็นกระแสโลก

ประการที่ 4 ชี้ว่าการทำสงครามอิหร่านถูกต้องแล้ว

ตั้งแต่ต้นนักวิเคราะห์หลายคนสงสัยเหตุที่สหรัฐก่อสงคราม คนอเมริกันจำนวนมากไม่เชื่อเหตุผลคำอธิบายของผู้นำตัวเอง เหตุผลเรื่องนิวเคลียร์กับขีปนาวุธอ่อนเกินไป ไม่ถึงขั้นต้องทำโจมตีอิหร่านขนาดนั้น ยิ่งชี้แจงยิ่งน่าสงสัย เพราะเหตุผลเป้าหมายเปลี่ยนไปเรื่อย

ไม่แปลกใจที่คนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับสงครามนี้ งานวิจัยของ Economist/YouGov ที่รายงานเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2026 พบว่าคนอเมริกัน 32% เท่านั้นที่เห็นด้วยกับสงคราม ผู้ตอบแบบสอบถาม 60% คิดว่ารัฐบาลไม่มีแผนที่ชัดเจน 62% เห็นว่าควรขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนลงมือขั้นต่อไป

หากนานาชาติช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์จะสามารถอ้างว่าการรบนี้ชอบธรรม นานาชาติสนับสนุน ทั้งๆ ที่การรุกรานอิหร่านผิดกฎหมายระหว่างประเทศแต่รัฐบาลสหรัฐไม่สนใจ

ประการที่ 5 เป็นข้ออ้างเล่นงานพวกที่ไม่ให้ความร่วมมือ

เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่ารัฐบาลทรัมป์มักใช้วิธีข่มขู่เพื่อให้อีกฝ่ายยอมตามเงื่อนไข ที่ใช้บ่อยเช่น มาตรการภาษีตอบโต้ ขู่ว่าจะไม่ปกป้องพันธมิตรตามสนธิสัญญาป้องกันประเทศ หากไม่ซื้อใช้อาวุธสหรัฐ ไม่ซื้อใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐแม้ราคาแพงกว่า หรือนำเข้าสินค้าเกษตรบางรายการที่เป็นฐานเสียงพรรครีพับลิกัน

มีความเป็นไปได้ว่าทรัมป์จะเพิ่มเรื่องช่องแคบฮอร์มุซเล่นงานพวกที่ไม่ให้ความร่วมมือ

ผลลัพธ์ในทางกลับกัน:

หลังทรัมป์ขอให้พันธมิตรส่งกองทัพเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลายประเทศยืนยันแล้วว่าไม่ขอเข้าพัวพัน ทรัมป์กล่าวว่า “เราเคยเข้าไปให้ความช่วยเหลือบางอย่าง ในอนาคตอาจไม่ช่วยบางประเทศแล้ว”

ไคยา คาลลัส (Kaja Kallas) ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านกิจการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง กล่าวว่า “ไม่ใช่สงครามของยุโรป แต่มีผลประโยชน์ยุโรปในนั้น”

เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า “ความเป็นผู้นำของตนคือการยึดมั่นผลประโยชน์ของอังกฤษ ไม่สนใจแรงกดดัน” หากอังกฤษจะเข้าร่วมก็จะเข้าร่วมพร้อมกับประเทศยุโรปอื่นๆ

รัฐบาลฝรั่งเศสกับอิตาลีประกาศไม่ขอส่งกองทัพเข้าร่วมเช่นกัน

การที่นาโตยุโรปไม่เข้าร่วมเพราะไม่เข้าข่ายสนธิสัญญานาโต สงครามอิหร่านคือสหรัฐกับอิสราเอลเข้ารบกับอิหร่าน อิหร่านไม่ใช่ฝ่ายก่อสงคราม แม้รัฐบาลสหรัฐพยายามให้เหตุผลที่มาของสงครามหลายรอบ แต่ฟังดูไม่สมเหตุผล

ทรัมป์ย่อมหวังว่าสงครามอิหร่านจะส่งเสริมให้สหรัฐยิ่งใหญ่อีกครั้ง ตอนนี้สถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซกำลังเป็นตัวชี้วัดหนึ่งว่าเป็นไปตามหวังหรือไม่ งานนี้เดิมพันสูง ทรัมป์ถอยทัพก็เสียหน้า รบต่อก็เสียหาย ควรจะถอนตัวหรือยุติการรบอย่างไรดี

ล่าสุด อิหร่านยังคุมช่องแคบดังเดิม ทั้งสองฝ่ายโจมตีคลังน้ำมันของอีกฝ่าย

มีกระแสข่าวว่าสหรัฐอาจส่งทหารเข้ายึดเกาะคาร์ก (Kharg Island) น่าติดตามว่าจะใช้เรื่องนี้กดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบ หรือเพราะสหรัฐต้องการควบคุมน้ำมันอิหร่าน หากส่งทหารเข้ายึดเกาะจริงการปะทะจะรุนแรงกว่านี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์มุมมองอิหร่านต่อสงครามปี 2026 (1)

รัฐบาลสหรัฐอ้างความชอบธรรมที่ต้องชิงลงมือก่อน แต่เรื่องนี้ค้านสายตาประชาคมโลก เป็นอีกครั้งที่สหรัฐได้สิ่งที่ต้องการแต่ถูกมองในแง่ลบ ส่วนหนึ่งที่ชี้ว่าสหรัฐพ่ายแพ้เชิงยุทธศาสตร์

จากภาษีตอบโต้ของทรัมป์กลายเป็นTrade Act of 1974 (2)

ทรัมป์กำลังหาแนวทางอื่นๆ ที่คล้าย IEEPA เพราะให้อำนาจประธานาธิบดีเต็มที่ จะขึ้นภาษีเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ได้ ถ้าอยากรู้ว่าทำไมจึงชอบวิธีนี้ ต้องคิดให้ไกลกว่าเรื่องภาษี

จากภาษีตอบโต้ของทรัมป์กลายเป็น Trade Act of 1974 (1)

ตลกร้ายของเรื่องนี้คือ ทรัมป์หาเสียงแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยชูนโยบายขึ้นภาษีสินค้านำเข้า ผลสุดท้ายนอกจากไม่ช่วยแก้ปัญหา ยังทำให้สินค้าแพง ดันเงินเฟ้อ ซ้ำเติมคนอเมริกันโดยแท้

นาโตยุโรปแก้ปัญหาช่องแคบเป็นอิสระจากสหรัฐ

การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นผลประโยชน์นานาชาติ เมื่อสหรัฐขวางเส้นทางเท่ากับขัดแย้งกับพันธมิตรนาโตยุโรปด้วย กลายเป็นอีกตัวอย่างที่ยุโรปดำเนินนโยบายต่างจากสหรัฐ

สงครามอิหร่านนำจักรวรรดิอเมริกาล่มสลาย? (3)

หลายสิบปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าเศรษฐกิจมีขึ้นมีลง ในอนาคตสหรัฐอาจมีอำนาจสัมพัทธ์น้อยกว่าจีน BRICS แต่ยังเป็นมหาอำนาจหนึ่งในโลกหลายขั้ว

สงครามอิหร่านนำจักรวรรดิอเมริกาล่มสลาย? (2)

ต่อให้มีการเจรจาและได้ข้อตกลง สถานการณ์โลกจะเลวร้ายมาก สุดท้ายความขัดแย้งยังอยู่ หากสหรัฐแพ้ เงินดอลลาร์จะอ่อนค่าหนักเมื่อเทียบกับทองคำ