ฉีก MOU 44 มีไรมั้ย?

ที่ประชุม “สภาความมั่นคงแห่งชาติ” เมื่อ ๒๓ เม.ย.๖๙ นายกฯ อนุทิน นั่งเป็นประธาน

มีมติ “ฉีกทิ้ง MOU 44”!

ที่ “รัฐบาลทักษิณ” ทำไว้กับเขมร สาระสำคัญเกี่ยวกับการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล (OCA) ขนาด ๒๖,๐๐๐ ตร.กม.ในอ่าวไทย บริเวณเกาะกูด

ซึ่งเป็นแหล่ง “พลังงาน” ทั้งก๊าซ ทั้งน้ำมัน มหาศาล!

เป็นข่าวสร้างบรรยากาศกระจุ๋มกระจิ๋มให้คนไทยมากทีเดียว ที่รัฐบาลอนุทิน “กล้าฉีก”

ในขณะที่ อีกไม่กี่วัน ผู้ทำ MOU 44 แบ่งผลประโยชน์ “คนละครึ่ง” กับเขมร จะผิวปากออกจากคุก!

เหลืออีกขั้นตอน คือนำมติยกเลิก MOU 44 นี้ เข้า ครม.ให้ที่ประชุมเห็นชอบ ก็เป็นอันเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

ส่วนการแจ้งให้เขมรทราบ

ทาง “กระทรวงการต่างประเทศ” จะเป็นผู้ทำหน้าที่นี้

มีคำถามว่า เมื่อยกเลิก MOU 44 แล้ว จะใช้อะไรเป็นหลักยึดในการเจรจา?

คำตอบมีว่า ใช้กลไก “อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล” ที่เรียกว่า “UNCLOS” แทน

ซึ่งทั้งไทยและเขมรเป็นประเทศ “ภาคีสมาชิก” อยู่แล้ว!

ไทยเราได้ให้สัตยาบันใน “อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982” ไปเมื่อ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๔

และมีผลบังคับใช้กับประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๔

ส่วนเขมรเข้าเป็น “ภาคีอนุสัญญา UNCLOS” ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 1983 หรือ พ.ศ.๒๕๒๖ แต่ไม่ยอมให้สัตยาบันมาเป็นเวลาถึง ๔๓ ปี

นัยว่ายังไม่มีนักปราชญ์ราชบัณฑิตเขมรคนไหน พอที่จะมองเห็นว่า “ให้สัตยาบันแล้วจะได้ประโยชน์อะไร”

จนมาถึงยุค “รัฐบาลอนุทิน”....
 บอก “จะยกเลิก MOU 44” นั่นเท่ากับว่า เขมรจะไม่มีแต้มอะไรมาต่อรองกับไทยเลย บวกกับมีบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เขาแนะนำ

เขมรจึงเพิ่งไปให้สัตยาบัน “อนุสัญญา UNCLOS” เมื่อ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๙ นี่เอง

ยังเปียกๆ อยู่เลย!

เรียกว่า “กำขี้ดีกว่ากำตด” เมื่อไทยฉีก MOU 44 ทิ้ง เขมรก็ไม่มีอะไรไว้ยื้อสิทธิในการเจรจาต่อรองกับไทย

เพื่อตามเรื่องให้สนุก....

เรามาทำความรู้จักอนุสัญญา UNCLOS หรือ “อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982” กันหน่อยปะไร

เว้ากันซื่อๆ UNCLOS คือ "รัฐธรรมนูญแห่งท้องมหาสมุทร" เป็นกฎหมายระหว่างประเทศ

ครอบคลุมการใช้งานทางทะเลและทรัพยากรทางทะเลทั้งหมด

ลงนามกันในปี พ.ศ.๒๕๒๕ มีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ.๒๕๓๗ เพื่อกำหนดขอบเขตอำนาจรัฐชายฝั่ง (เขตเศรษฐกิจจำเพาะ-EEZ)

สิทธิการเดินเรือและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม

UNCLOS เป็นกติกาสำคัญที่ประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก ยึดถือในการใช้สิทธิ “เหนือพื้นที่ทางทะเล” และความมั่นคงทางทะเล

มีประโยชน์ในการช่วยแบ่งพื้นที่ในท้องทะเลตามหลักสากล พูดง่ายๆ คือความเป็นจริงตามธรรมชาติที่เป็น ซึ่งถือว่าเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ที่มันเกิดเป็นประเด็น เพราะในอ่าวไทยตรง “เกาะกูด” มันเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ “เคลมโบเดีย” เขาก็เคลม

ขีดเส้นลากหางเข้ามากินพื้นที่ในเขตไทยบริเวณใต้เกาะกูดแล้วอ้างว่าเป็น “พื้นที่ทับซ้อน”!

หลักของ UNCLOS มีว่า....

“ภายใน ๒๐๐ ไมล์ทะเล ซึ่งเท่ากับ ๓๗๐ กิโลเมตร จาก “เส้นฐาน” ของรัฐชายฝั่ง

จะเรียกว่า “เขตเศรษฐกิจจำเพาะ”

UNCLOS บอกว่า.....

ระยะ ๒๐๐ ไมล์ทะเล จากเส้นฐานของรัฐชายฝั่ง แล้วแต่ว่าอย่างใดมากกว่า

รัฐชายฝั่งมีสิทธิ “ขุดเจาะแร่ธาตุ” และสิ่งไม่มีชีวิตในดินชั้นล่างของไหล่ทวีปที่อยู่ในเขตของตนแต่ผู้เดียว

“รัฐชายฝั่ง” ยังมีสิทธิขาดเหนือทรัพยากรมีชีวิตอื่นที่ติดอยู่กับไหล่ทวีป แต่ไม่รวมสิ่งมีชีวิต ที่อาศัยอยู่ในน้ำ ที่พ้นเขตเศรษฐกิจจำเพาะไป

บริเวณนอกเหนือจากนี้ ล้วนเป็น "ทะเลหลวง" หรือน่านน้ำสากล

เมื่อไม่มี MOU 44 แล้ว ก็ต้องใช้ UNCLOS พิสูจน์กันที่ ๒๐๐ ไมล์ทะเลจากเส้นฐาน

การที่ไทยยกเลิก MOU 44

แสดงว่า มั่นใจเรื่อง ๒๐๐ ไมล์ทะเล ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ว่าพิสูจน์กันแล้ว “ไทยจะไม่เสียเปรียบ” แน่นอน!?

เรื่องเขมรอ้างเขตไหล่ทวีปในอ่าวไทยทับซ้อนนั้น ไม่ใช่เพิ่งมาอ้างในยุคนี้

โน่นแน่ะ ตั้งแต่สมัยรัฐบาล “นายพลลอนนอล” เป็นนายกฯ ราวๆ ปี ๒๕๑๕ ตอนนั้น ฮุน เซน ยังเป็นเขมรแดงกิ๊กก๊อกอยู่เลยมั้ง

เขมรแดงบุกเข้ามาถึงชานกรุงพนมเปญแล้ว ตกกลางคืนก็เผาตึกรามบ้านช่องไฟแดงโร่ ยิงกันหูดับตับไหม้

ทหารอเมริกันเป็นฝ่ายนายพลลอนนอล สนับสนุนอาวุธและกระสุนเต็มที่ ว่างๆ ก็บินถล่มค่ายทหารเขมรแดง

แต่กลายเป็นถล่มใส่วัดพังยับเยิน บางวัดเหลือแต่พระประธานเด่นกลางซากปรักหักพัง

เผอิญช่วงนั้น ผมทำข่าวอยู่พนมเปญ

จึงพอปะติด-ปะต่อได้ว่า อเมริกันมันคงรู้แล้วว่า ตรงเกาะกูด “น้ำมัน-ก๊าซ” เพียบ!

จึงบอกรัฐบาลนายพลลอนนอลให้อ้างเขตไหล่ทวีปทับซ้อน หวังเคลมสิทธิในผลประโยชน์จากพื้นที่ตรงนั้น

เพราะช่วงนั้น เขมรใกล้แตก สับสนอลหม่านทั้งเมือง ชาวบ้านขนสมบัติบรรทุกเกวียนเทียมควายอพยพหลบหนีกันโกลาหล

ที่ไม่รู้จะไปไหน ก็ไปออกันอยู่ที่บ้าน “นายพลอินตำ” นายกฯ คนก่อน เรียกว่าเป็นที่พึ่งสุดท้าย

นายพลลอนนอลเองก็อัมพาต-อัมพฤกษ์แขนยกไม่ได้ ตอนรับไหว้ ต้องใช้มือไปยกมืออีกข้างขึ้นรับไหว้

กลางวันก็ระเบิดทั้งวัน กลางคืนก็ไฟไหม้เคล้าเสียงปืนทั้งคืน

แล้วจะเอาสมาธิ สติ-ปัญญาที่ไหนไปคิดเรื่องไหล่ทวีปในขณะนั้น?

ก็แสดงว่า “ไอ้กัน” นั่นแหละมันสั่ง แล้วดูซี ต่อมา บริษัทที่ได้สัมปทานขุดเจาะน้ำมันจากฮุน เซน และสหายไปล่วงหน้า ๕๐/๕๐ นั้น มันก็บริษัทไอ้กันเห็นๆ อยู่!

จาก ๒๕๑๕ มาจนถึง ๒๕๖๙ เป็นเวลา ๕๔ ปี

วิมานที่ฝัน ๕๐/๕๐ ก็พังทลาย เพราะนายกฯ อนุทิน “ฉีก MOU 44” เช็ดก้นไปซะแล้ว!

เรื่องพื้นที่ทับซ้อนตรงไหล่ทวีปในอ่าวไทย ต้องกลับไปนับ ๑ ใหม่ ภายใต้กลไก “อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล” (UNCLOS) แทน MOU 44

กลไกที่ใช้ในการระงับข้อพิพาทกรณีนี้มีตั้ง ๓ ศาล เลือกเอาได้ตามใจชอบ

มี “ศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ”

“ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ” และ

“ศาลอนุญาโตตุลาการ”

รัฐภาคีที่ให้สัตยาบันแล้ว และเป็นคู่พิพาทกัน อย่างไทยกับเขมร มีสิทธิที่จะเลือกว่าจะใช้ศาลไหนชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างกันก็ได้

จะเลือกมากกว่า ๑ ศาล หรือจะไม่เลือกเลยก็ได้!

แต่พูดในมุมกฎหมายแล้ว ถ้าจะไปถึงศาล เขมรไม่มีทางใช้ UNCLOS เอาไทยไปขึ้นศาลใดๆ ได้เลย

เพราะไทย “ตั้งข้อสงวน” เอาไว้ว่า...

“ไม่ยอมรับขอบเขตอำนาจภาคบังคับเกี่ยวกับข้อพิพาทบางเรื่อง เช่น ข้อพิพาทเกี่ยวกับการตีความ UNCLOS การกำหนดเขตแดนทางทะเล และข้อพิพาทเกี่ยวกับกิจกรรมทางทหาร”

ที่ผมแคะๆ คุ้ยๆ มาเล่าสู่กันฟัง ท่านก็ฟังหู-ไว้หู เพราะผมไม่ใช่ผู้ชำนาญการในเรื่องนี้

มาฟังอีกท่านที่โพสต์ไว้แต่ปี ๒๕๖๗ จะได้ความเข้าใจว่าใช้ UNCLOS แล้ว ไทยจะได้เปรียบมากกว่าเสียเปรียบอย่างไร ลองอ่านดูนะ

...........................................

“Suphanat Aphinyan”

UNCLOS ไม่เสียเกาะกูดแน่ แถมได้พื้นที่ส่วนใหญ่

หลายคนอาจสงสัยว่า UNCLOS ที่อ่านออกเสียงว่า "อันโคลซ" คืออะไร?

และมีความสำคัญต่อทางออกของผลประโยชน์ชาติในท้องทะเลอย่างไร?

โดย UNCLOS คือ

“อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ United Nations Convention on the Law Of the Sea (UNCLOS)

มีประโยชน์ประการสำคัญในการช่วยแบ่งพื้นที่ในท้องทะเลตามหลักสากล มีความเป็นธรรม และไม่ทำให้ไทยเสียประโยชน์ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศจึงต้องช่วยกันสร้างการรับรู้

สาเหตุสำคัญที่กัมพูชาเป็นชาติเดียวในภูมิภาคแถบนี้ที่ไม่ยอมเข้าร่วม UNCLOS

เพราะกัมพูชารู้ดีว่า เข้าร่วม UNCLOS แล้วจะเสียเปรียบ

สมมติฐานของการประกาศเขตแดนทางทะเลของกัมพูชาตาม MOU 2544 ค่อนข้างเกินจริงมาก

หากกัมพูชาเข้าร่วม UNCLOS พื้นที่ทับซ้อนในท้องทะเล Overlapping Claims Area (OCA) ขนาดประมาณ 26,000 ตารางกิโลเมตร

และทรัพยากรธรรมชาติมูลค่าหลายล้านล้านบาทตามที่ถกเถียงกันมานาน ส่วนใหญ่จะตกเป็นของไทย

เนื่องจากหลักการสำคัญของ UNCLOS ถือว่าภายใน 200 ไมล์ทะเล จากเส้นฐานของรัฐชายฝั่ง จะเรียกว่า “เขตเศรษฐกิจจำเพาะ” หรือ Exclusive Economic Zone (EEZ)

ทรัพยากรธรรมชาติมูลค่ามหาศาลในท้องทะเลจะตกเป็นสิทธิ์ขาดของรัฐชายฝั่งเพียงผู้เดียว

ซึ่งการกำหนด EEZ เป็นวิทยาศาสตร์ มีหลักการและกฎหมายระหว่างประเทศที่มีมาตรฐานรองรับ

ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถขีดเส้นแบ่งกันมั่วๆ เห็นได้ชัดว่ากรอบและกติกาของ UNCLOS เป็นประโยชน์ต่อการเจรจาของไทยอย่างมาก

UNCLOS จึงเป็นทางออกที่เป็นสากล โปร่งใส และมีความเป็นธรรม สามารถยุติปัญหาพื้นที่ทับซ้อนได้ในทันที

เพราะแผนที่ทางทะเลตามหลักการของ UNCLOS มีออกมานานแล้วและแพร่หลายอยู่ทั่วไป

สิ่งที่เหลือให้ทางไทยและกัมพูชายังต้องเจรจากันอีก คือ หลุมน้ำมันดิบและหลุมก๊าชธรรมชาติ ที่วางตัวก้ำกึ่งอยู่ในแนวเส้นแบ่งเขตแดนทางทะเลของทั้งสองประเทศ

ต้องตกลงกันว่า มีกี่หลุม หลุมไหนบ้าง?

ซึ่งวิทยาการสมัยใหม่น่าจะช่วยแบ่งผลประโยชน์ตามปริมาตรจริงได้อย่างเป็นธรรม

ดังนั้น ถ้ายึดตามแผนที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะของ UNCLOS ไทยจะไม่สูญเสียเกาะกูดแน่

อีกทั้งพื้นที่ทับซ้อนส่วนใหญ่ที่มีมาแต่เดิมจะตกเป็นของไทย นับได้ว่าเป็นแนวทางที่ไทยได้ประโยชน์อย่างชัดเจนที่สุด

การเจรจาผลประโยชน์ชาติในท้องทะเลจึงไม่ควรเกิดขึ้นโดยเด็ดขาดหากกัมพูชายังไม่ยอมเข้าร่วม UNCLOS

และหากรัฐบาลไทยยอมเจรจากับกัมพูชาภายใต้ MOU 2544 ไม่ใช่ UNCLOS ตามที่ควรจะเป็น

ก็เท่ากับว่ารัฐบาลไทยกระทำให้ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสียเอง

ดร.ศุภณัฐ

30 ตุลาคม พ.ศ.2567

#ประชาธิปไตยTheseries by ดร.ศุภณัฐ

...................................................

ก็รอฟังแม่ “โสเจียตา” คนสวยของผมว่าวันนี้จะแถ-ลงว่าไง ไทยฉีก MOU 44

แล้วเขมรจะฉีกอะไร มากระซิบใกล้ๆ หูทีซิ!.

-เปลว สีเงิน

๒๔ เมษายน ๒๕๖๙

 

คนปลายซอย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อ ‘คนบ้า’ นำโลก

อย่าว่าโง้นงี้เลยนะ ผมอยากถามคนอเมริกันตรงๆ ว่า “คุณไม่อายบ้างหรือ ที่เลือกคนพิการทางจิต พูดชัดๆ คือคนบ้า อย่าง “ทรัมป์” มาเป็นผู้นำประเทศ?”

สีหศักดิ์ ‘กำไต๋’ เขมร

กรณีมี “ไอ้โม่งดำ”..... ย่องตอดเข้ามา “ปลดธงชาติไทย” บนเสาไป ในพื้นที่รูปตัว U ที่โป่งน้ำร้อน จันทบุรี นั้น

เขมร “วอนหาที่ตาย”

ก็อย่างที่คุยกันไป..... สัปดาห์ที่แล้ว “เผาหลอก” สัปดาห์นี้แหละ “เผาจริง”! ก็เห็นมั้ยล่ะ “ในบ้านเรา” ทั้งเหนือ-ใต้-อีสาน-ตะวันออก มีแต่เรื่องท้าทายอำนาจรัฐ ประหนึ่งเบนซินที่ราดไว้ รอไม้ขีดก้านเดียว

‘เกินพอดี’ ก็จะ ‘ไม่ดี’

ประเทศไทย “ภัย” รอบด้าน ซ้าย ก็แหล่งผลิตยา “ว้าแดง” ขวา ก็เขมรแหล่ง “สแกมเมอร์” ใต้ ก็ BRN “แบ่งแยกดินแดน”

🔴 LIVE ‘ดร.วันวิชิต’ ฟันธง อนุทิน 2ปี พลัส++ สหรัฐฯพ่ายยับ..!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร

‘ดร.วันวิชิต’ ฟันธง อนุทิน 2ปี พลัส++ สหรัฐฯพ่ายยับ..!! อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ.2569