ควันหลง ‘เรื่องทุเรียน’

ยังไม่หลาบ-ไม่จำกันซักทีหรือยังไงนะ?

เข้าไปนั่งกระทรวงไหน เป็นต้องและเล็มใบไม้-ใบหญ้าในกระทรวงนั้น

พอข้าราชการเขาไม่เอาด้วย ก็หาเหตุย้ายเค้า!

หรือว่านี่เป็น ”วัฒนธรรมขององค์กร” ที่คนของพรรคเข้าไปนั่งกระทรวงไหน ก็ต้องยึดเป็นแนวปฏิบัติอย่างนั้นจนเป็นสันดาน?!

เมื่อวาน “นายราเชน ศิลปะรายะ” อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร “ลาออกจากตำแหน่ง”

หลังมีคำสั่งย้ายไปเป็น “ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ

อธิบดีเปิดใจเหตุที่ลาออก พร้อมถาม

“ผมผิดอะไรถึงย้ายผม?”

“มีคนมาดีลขอโควตา อาจเป็นหลานท่าน ให้ไปถามกันเองว่าจริงไหม โทรตามผม ขอดีลงาน ๕-๖ ครั้ง ผมมีหลักฐานครบว่าโทรมาจริงไหม?

และฝากให้ถามทุกอธิบดีว่า โดนเรียกไปคุยงบปี ๗๐ ที่ย่านวิภาวดีไหม?”

อืมมม...ถ้าเป็นภาษามวยเขาเรียกว่า “หมัดจาก” กระแทกเข้าหน้ารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ ที่ชื่อ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” อย่างจัง

ทำเอา “รัฐมนตรีสุริยะ” ต้องแจงพัลวัน

“ขอให้สังคมพิจารณาดู ประเด็นแค่นี้ ต้องถึงขั้นโยกย้ายตำแหน่งกันเลยหรือไม่”

“ตั้งแต่ผมดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ไม่เคยใช้อำนาจโยกย้ายข้าราชการ เพื่อสร้างความไม่พอใจในการทำงานของข้าราชการ

ส่วนสาเหตุที่มีการโยกย้ายตำแหน่งครั้งนี้ มาจากหลายปัจจัย ผมมองว่ากระทรวงเกษตรฯ เกี่ยวข้องกับประชาชนรากหญ้าเป็นหลัก ที่ต้องเร่งช่วยเหลือเร่งด่วน

และส่วนหนึ่งในปัจจัยดังกล่าวมองว่าข้าราชการที่ใกล้เกษียณอายุ อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงเป็นสาเหตุในการปรับเปลี่ยนโยกย้ายในครั้งนี้”

ส่วนประเด็น “หลานรัฐมนตรีสุริยะ” พยายามติดต่อ “อธิบดีกรมฝนหลวงฯ” จะเป็นการของานหรือไม่ นั้น

รัฐมนตรีสุริยะยืนยันว่า....

“เรื่องนี้ หากเป็นความจริงถือว่า “ผิดกฎหมาย” และเป็นไปไม่ได้ ที่จะเอาสาเหตุดังกล่าวไปย้ายอธิบดี

สอบถามกับหลานของผมเองแล้ว ทราบว่าโทรศัพท์ไปขอเข้าพบจริง แต่ยังไม่ได้มีการพูดอะไรกัน

ส่วนประเด็นที่นายราเชน เปิดเผยว่า....

“มีการขอข้อมูลการจัดทำคำของบประมาณปี พ.ศ.๒๕๗๐ ของแต่ละหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปพูดแถวย่านรัชดาฯ นั้น ....

รัฐมนตรีสุริยะ “ย้ำ” ว่า....

“ผมไม่เคยไปพูดคุยเรื่องดังกล่าวย่านรัชดาฯ ขอให้พิจารณาดู ที่ตั้งของพรรคใดอยู่ในย่านรัชดาฯ ....พรรคกล้าธรรมนู่น “พรรคเพื่อไทย” ไม่ได้อยู่ในเขตนั้น”

แต่นายสุริยะยอมรับว่า....

“มีการขอเรียกดูข้อมูลจริง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้รับการประสานให้เข้ามาดูแลกระทรวงเกษตรฯ

จึงต้องเรียกดูข้อมูลในเรื่องงบประมาณต่างๆ ของหน่วยงานในสังกัด เพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายพรรคที่จะขับเคลื่อน

และเพื่อให้เป็นไปตามกรอบแนวทางของสำนักงบประมาณเท่านั้น” และบอกต่อว่า...

“โดยในครั้งนั้น ได้มอบหมายให้ “นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์” เป็นผู้แทนในการพูดคุย

ทั้งนี้ นายสุริยะระบุว่า ตนยินดีหากนายราเชนต้องการเข้ามาพูดคุย และพร้อมรับฟัง

แต่ยืนยันว่า เหตุที่โยกย้าย ไม่ใช่เพราะไม่ยอมให้หลานของตนเข้าพบ

ที่ผมหยิบเรื่องนี้มาคุย ด้วยเจตนาเดียว

คือต้องการ “เตือนสติ” ข้าราชการประจำทุกกระทรวง ท่านต้องจำให้ขึ้นใจว่า

“คำสั่งที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เรามีสิทธิ์ไม่ทำตามได้ โดยไม่ผิดกฎหมายและกฎระเบียบ”

ในทางกลับกัน ถ้าทำตามคำสั่งที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ตัวข้าราชการที่ยอมทำตามคำสั่งนักการเมืองนั่นแหละ....จะติดคุก”!

ข้าราชการที่ยอมสนองการเมืองในทางที่ผิดแลกกับตำแหน่ง มีอยู่ทุกกระทรวง แต่เชื่อผมเถอะ

ลงท้าย ไม่ถูกคดี ก็หมดเนื้อ-หมดตัว และอาจถึงขั้น

“ไม่ตายดี”!

คุยเรื่องอื่นมั่ง “ทุเรียนฟีเวอร์” ยังไม่จาง จากประเด็นแรงในวันแรก ทุเรียนลูกละร้อย นี่มันคือการ “ทำลายตลาดทุเรียนชัดๆ”

คืนวาน พิมรี่พายไลฟ์สดขาย...

 เห็นว่าตลาดแตกถึงขนาดนั้นเลย แฟนคลับพิมรี่พายและแฟนใหม่ที่ตื่นกระแสไลฟ์สด ๑๐๐ บาท ๑ ล้านลูก รุมกันซื้อตั้ง ๖-๗ แสนคน

เมื่อวาน “ควันหลง” ที่ตามมาเป็นคดีวิพากษ์กันต่อ ก็คือหาว่า “ไม่ตรงปก”

“ไหนบอกลูกละร้อย เอาเข้าจริง ก็ไม่ร้อยทั้งล้านลูก?!”

โอ้โฮ...อย่างนี้เรียกว่า “ตามจับผิดยันเงา” เลยนะเนี่ย

ตอนพิมรี่พายไลฟ์สดทุ่มกว่าๆ ผมนั่งจิ้มตัวหนังสือหน้าคอมพ์ จึงหมดโอกาสได้ดู “ศิลปศาสตร์การขาย” ของเธอ

แต่มี ๑ ใน ๗ แสนกว่าคนที่ดู

ดูแล้วเธอเก็บ ทุกช็อต-ทุกตอน-ทุกประเด็น โพสต์ตอบคนชอบจับผิดไว้ทั้งหมด ผมขออนุญาตนำมาหากินต่อ ขอเชิญอ่าน

.........................................

Bow Nuttaa Mahattana

ให้ผลงานพูดแทนตัวเอง

ถือเป็นการเปิดโลกมากกับการนั่งดูไลฟ์ #พิมรี่พายขายทุกอย่าง ครั้งแรกในชีวิต

และเป็นครั้งที่หลายคนคงลุ้นกันตัวโก่งด้วยความอยากรู้ว่าจะออกมาเป็นยังไง ราคาทุเรียนจะพังเลยมั้ย

หรือจะได้ผลตามเป้าหมายที่ต้องการเพิ่มการบริโภคทุเรียนในประเทศผ่านกระแส Live Commerce ในปีที่ผลผลิตทุเรียนมีมากกว่าปกติถึง 33%

ขอบันทึกสิ่งที่เห็นในช่วง 2-3 วันนี้ และระหว่างไลฟ์ไว้เพื่อความเข้าใจ

1.พิมรี่พายขายทุเรียนลูกละร้อยจริง แต่ไม่ใช่ทุกลูกและไม่ได้ขายถึงล้านลูก แน่นอนว่าในตอนเริ่มต้น คงตั้งใจแบบนั้นตามสไตล์ช่องของเธอ

แต่เมื่อไปตระเวนหาซื้อทุเรียนจากสวนด้วยตนเองจึงได้พบความเป็นจริงของตลาดว่า ชาวสวนหลายคน ก็ไม่อยากขายให้เพราะกลัวจะไปทำลายราคา

ช่วงเวลานี้ ผลผลิตยังไม่ออกมาเต็มที่ ส่วนที่ซื้อมาได้ก็ราคาสูง และเธอก็เหมาทุเรียนคุณภาพดีมาเท่าที่หาได้

นั่นหมายความว่า มีหลากไซซ์ หลายพันธุ์ แล้วก็เอามาตั้งราคาและจัดแพ็กเกจการขายต่างๆ กันไป โดยเธอย้ำตลอดการไลฟ์ว่า

นี่ไม่ใช่ราคาตลาด และการลดแลกแจกแถมก็เป็นสิ่งปกติที่เธอทำให้ “เพื่อนรัก” (คำที่เธอใช้เรียกลูกค้า) อยู่แล้ว

2.การสื่อสารระหว่างไลฟ์ของพิมรี่พาย มีการย้ำตลอดว่าสิ่งที่ทำนั้น เพื่อส่งเสริมเกษตรกร โดยถ้าลูกค้ากินทุเรียนแล้วติดใจ

ก็สามารถไปซื้อโดยตรงต่อได้จากสวนและร้านค้าทุเรียนทั่วประเทศ ซึ่งเธอจะทำลิสต์โปรโมตร้านที่มาคอมเมนต์ข้อมูลไว้ให้ด้วย

หรือถ้าใครไม่อยากรอ ไม่อยากซื้อจากเธอ ก็สามารถออกไปซื้อทุเรียนจากร้านค้าหรือรถเร่ขายต่างๆ ได้เลย

เพราะนั่นคือจุดประสงค์ของเธออยู่แล้ว ที่อยากให้คนไทยได้อุดหนุนทุเรียนไทย และให้ทุเรียนไทยขายได้ราคาดีๆ 

3.ตลอดการไลฟ์มีการให้ข้อมูลความรู้และเปิดมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับทุเรียน จากสินค้าหลายพันธุ์ หลายขนาดที่เธอนำมาขาย

โดยพิมรี่พายย้ำว่า ทุเรียนลูกเล็กไม่ได้หมายความว่าไม่มีคุณภาพ เพราะก็มาจากต้นเดียวกับลูกใหญ่ มีเนื้อแบบเดียวกัน

จึงไม่ควรถูกลดเกรดลงไป

และเหมาะมากกับการกินคนเดียว

4.ราคาที่ตั้งในไลฟ์มีทั้งถูกทั้งแพงให้ตื่นเต้น ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่น และทั้งหมด Sold Out เพราะเป็นโปรโมชันที่ขายต่ำกว่าราคาจริง

ในขณะที่ มีคนดูไลฟ์พร้อมกันอยู่กว่าเจ็ดแสนคน ลูกค้าหลายคนคอมเมนต์บ่นว่า กดไม่ทันสักที

แต่ก็ยังเกาะติดจอกันด้วยความสนุกสนานกับลีลา ดนตรี  สีสันและบทสนทนาระหว่างการไลฟ์ รวมถึงการถกเถียงระหว่างพิมรี่พายกับคนที่เข้ามาคอมเมนต์ 

เช่น เมื่อมีคนบอกว่า ไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะขาดทุนเป็นสิบล้านกับงานนี้ เธอตอบกลับไปว่า ปกติช่องเธอก็แจกทั้งรถ ไอโฟน ไอแพด และทองคำเป็นปกติอยู่แล้ว

และ “ถ้าคุณเคยขายของได้สามพันเจ็ดร้อยล้านบาท สิบล้านก็แค่ธุรกิจ!”

5.การเชื่อมโยงทางอารมณ์กับลูกค้าของพิมรี่พาย มีความเป็นธรรมชาติและมีพลังสูงมาก ด้วยตัวตนของเธอที่เป็นแม่ค้าสู้ชีวิต

คำว่า “เพื่อนรัก” จึงมีความหมายมากกว่าแค่คำเรียกลูกค้า แต่คือเพื่อนร่วมชาติที่ต่างต้องสู้ชีวิตไปด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็นคนค้าคนขาย หรือคนซื้อที่ไม่ได้มีกำลังซื้อมาก แต่สามารถเข้ามามีความสุขกับคนที่เข้าใจกันและกับของถูกคุณภาพดีได้

6.ตลอดไลฟ์ขายของนี้ มีทั้งเสียงหัวเราะ มุกตลก คำด่า ดนตรี การเต้นรำ รอยยิ้มและ “น้ำตา” เป็นทั้งน้ำตาจากความอัดอั้นตันใจ จากสิ่งที่ผ่านมาในช่วงสองวันนี้

ความกดดันในการต้องหาทุเรียนมาขาย การตั้งคำถามจากสังคม และบางครั้ง ก็เป็นการหลั่งน้ำตาร่วมไปกับคนสู้ชีวิตที่ตั้งใจเอาของมาขายเช่นกัน

บางคนก็มีเรื่องราวการต่อสู้ของครอบครัวที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อมโยงอยู่กับของที่นำมาขาย อย่างน้องวัยรุ่นที่ขาย “ทุเรียนทอด”

หรือหนุ่มสาวจากนราธิวาสที่นั่งรถมา 16 ชั่วโมงเพื่อขาย “ทุเรียนกวน” ของดีประจำชุมชนด้วยความช่วยเหลือของพิมรี่พาย

ทุกอย่าง Sold Out ในสองนาที (ไม่แปลกใจว่าทำไม เพราะเราก็กดเหมือนกัน) 

สุดท้าย พิมรี่พายหลั่งน้ำตาด้วยความภาคภูมิใจกับทีมงาน เมื่อทุกอย่างผ่านไปด้วยดี

ไม่ต้องกลัวว่าราคาทุเรียนจะถูก “ทุบ” จากงานนี้ เพราะเห็นได้ชัดว่า สถานการณ์ไม่ได้พาไปในทางนั้น

พิมรี่พายมีการปรับรายละเอียดทั้งจากการรับฟังเสียงสังคมและจากสถานการณ์หน้าสวนจริง

นี่คือครั้งแรกของเธอกับประสบการณ์ในการขายทุเรียน พืชสวนที่มีรายละเอียดซับซ้อนมากที่สุดชนิดหนึ่ง

ที่สำคัญ เป้าหมายที่พี่แต๋ม ศุภจี และกระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้กับกิจกรรมนี้ ก็น่าจะบรรลุแล้วอย่างงดงาม จากคนที่นั่งดูไลฟ์รวมแล้วเป็นล้านแน่ๆ

ยังไม่นับคนที่ติดตามกระแสข่าวในช่วงนี้ ย่อมกระตุ้นให้เกิดความสนใจอยากบริโภคทุเรียนขึ้นมากจนเพิ่มอุปสงค์ (demand) ในตลาดได้

พอที่จะรองรับกับ supply ที่จะหลั่งไหลสู่ตลาดในเดือนหน้า

แน่นอนว่าปัญหาเกี่ยวกับทุเรียนและพืชเกษตรทั้งหมดต้องแก้ทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ การแปรรูป การตลาด

รวมถึงปัญหาเฉพาะตัวของแต่ละวงการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องล้ง การสวมสิทธิ์ อุปสรรคทางการค้าที่แต่ละประเทศตั้งขึ้น

หรือการผูกขาดตลาดโดยขาใหญ่ต่างๆ ซึ่งคุณศุภจีก็พูดตลอดว่า ต้องแก้ไขกันอย่างเป็นระบบ

เพียงแค่ในช่วงเวลานี้ บริบทของทุเรียนคือปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องแก้หลังเก็บเกี่ยวล็อตแรกไปแล้ว เพื่อไม่ให้ของออกมาแล้วล้นตลาดต่อไป

จึงต้องรีบดึง demand ในประเทศให้เพิ่มขึ้นก่อน ซึ่งก็ดูเหมือนจะทำได้เกินความคาดหมาย

จากวันนี้ จนหมดฤดูกาล คนไทยน่าจะหาซื้อทุเรียนกินกันมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา ส่งผลให้ราคาไม่ตกต่อไป

ถือเป็นผลงานของผู้หญิงทำงานสองคนและทีมงานที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมรสุมยกแรกไปอย่างงดงาม

ในความพยายามเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของเกษตรกรไทย.

.............................................

เชื่อเถอะ อีกหน่อย คงมีคนตั้งประเด็น

“นายกฯ สมัคร” “ชิมไป-บ่นไป” ยังตกเก้าอี้

แล้วนี่ “ศุภจีไลฟ์สดขายทุเรียน”

ก็จะ “ตะแบงต่อ” กันอีกจนได้!

-เปลว สีเงิน

๓๐ เมษายน ๒๕๖๙

 

คนปลายซอย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ทุเรียนศุภจีร้อนๆ จ้า’

ประเทศไทยเราที่พัฒนาได้ยาก เพราะอะไรรู้มั้ย? เพราะมี “สัตว์สารพัดรู้” ตามหน้าจอโทรทัศน์มากไป ดังนั้น พอมี “หนึ่งคนทำ”

“โรงละครแห่งชาติ”

ทุกคนคงทราบดี ว่า.... ในแต่ละอารยประเทศ จะมี “โรงละครแห่งชาติ” ไว้สำหรับการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อน “เอกลักษณ์ชาติ” ซึ่งมีรูปแบบต่างๆ

‘แม่ค้าทุเรียนเงินล้าน’

เห็นรัฐมนตรีพาณิชย์ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์”.... ร่วมไลฟ์สดกับอินฟลูเอนเซอร์ชาวจีน “คุณเยี่ยน กงจู่ (เยี่ยน เจินเสี่ยน)” ขายทุเรียนไทยไปตลาดจีน เมื่อเสาร์ (๒๕ เม.ย.๖๙) แค่ ๓ ชั่วโมง ขายได้ถึง ๑๕ ล้านบาท!

🔴 LIVE ‘ดร.นพดล’ จัดเต็ม! เลิก MOU43-44 ไพ่พลิกเกมสยบเขมร | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร

‘ดร.นพดล’ จัดเต็ม! เลิก MOU43-44 ไพ่พลิกเกมสยบเขมร อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ.2569

ไทยกับ ‘โลกใหม่’ ที่หมุน

ตอนนี้.....ผมอยากให้ทุกคนออกไปยืนนอกโลก แล้วมองกลับลงมาที่โลก ความเคลื่อนไหวหนึ่งที่สะดุดตาเห็นได้ชัดสุด “คืออะไร” ทุกคนจะบอกได้ทันที