
เรื่อง “ยิวยึดเกาะพะงัน”
เมื่อคนมี “อำนาจ-หน้าที่” โดยตรงในพื้นที่ “ไม่ทำ”
คน “มีจิตสำนึก” ก็ต้องทำ ทั้งที่เป็นหน่วยงาน “ทางอ้อม”
นั้นคือ “กรมพัฒนาธุรกิจการค้า” กระทรวงพาณิชย์ เป็นแกน
โดย “นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์” ผู้เป็นอธิบดี ท่านออกมาบอกเมื่อวาน (๘ พ.ค.๖๙) ว่า
กรมฯ ร่วมกับ “หน่วยงานพันธมิตร” ที่ร่วมลงนาม MOU ป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็น “นอมินี”
ได้เปิดปฏิบัติการ “สแกนนิติบุคคล” คือบริษัทต่างๆ บนเกาะพะงันและเกาะสมุย
สกรีนและสกัดกั้น “ทุนต่างชาติ” ใช้คนไทยเป็น “นอมินี”
หลังจากเกิดกระแสไม่พอใจที่ต่างชาติเป็นเจ้าเข้าครอง “เกาะพะงัน-เกาะสมุย” ไปเรียบร้อยแล้ว
ก็ต้องขอบคุณท่านอธิบดี และหน่วยงานพันธมิตรแทนคนไทยทุกคน
ถึงแม้จะไม่ใช่เป็นการกวาดล้างจับกุมพวกต่างชาติที่เข้ามาลงหลักปักฐาน “สร้างอาณาจักร” อยู่ในเมืองไทยผิดกฎหมายหรือพวกที่อยู่เกินวีซ่าโดยตรงก็ตาม
แต่การ เปิดปฏิบัติการสแกน “นิติบุคคล” บนเกาะทั้งสองนั้น
ถือเป็นการสร้างจุดเบรก “การยึดเกาะพะงัน” เป็น “แผ่นดินพันธสัญญา” ของพวกยิว ได้แบบมีนัยสำคัญ
คนไทยที่เป็น “นอมินี” ให้ต่างชาติ นั่นก็เตรียมตัวไว้เหอะ
ส่วนจะโยงไปถึง “ข้าราชการ” ในพื้นที่ด้วยหรือไม่
นั่นขึ้นอยู่กับผลสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและหน่วยงานพันธมิตร!
ท่านอธิบดีพูนพงษ์บอกว่า.....
พบบริษัท “ชาวต่างชาติ” ลงทุนประกอบกิจการบน “เกาะพะงันและเกาะสมุย” ถึง ๑๑,๔๒๖ ราย
คิดเป็น ๖๗.๙๗% ของบริษัททั้งหมดบนเกาะทั้งสอง ซึ่งมีบริษัททั้งหมด ๑๖,๘๑๑ ราย
และจากข้อมูลที่ได้สแกนนิติบุคคลแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
“เกาะพะงัน-เกาะสมุย” มีการประกอบธุรกิจในลักษณะ “นอมินี” สูง!
สุราษฎร์ฯ มีบริษัทจำกัด ๒๑,๗๑๗ ราย บริษัทชาวต่างชาติลงทุน ๑๑,๖๔๙ ราย (๕๓.๖%)
สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด ๑๐ อันดับแรก
-ฝรั่งเศส ๒,๓๖๕ ราย
-อังกฤษ ๑,๔๔๖ ราย
-รัสเซีย ๑,๒๐๕ ราย
-อิสราเอล ๑,๑๔๗ ราย
-เยอรมนี ๖๐๘ ราย
-จีน ๕๖๙ ราย
-อเมริกา ๔๔๔ ราย
-ออสเตรเลีย ๓๓๕ ราย
-อิตาลี ๒๕๘ ราย และ
-เบลเยียม ๒๒๒ ราย
ทั้งหมดนี้ แบ่งเป็น “บนเกาะพะงัน” มีบริษัทจำกัด ๔,๗๖๑ ราย บริษัทที่ชาวต่างชาติลงทุน ๓,๒๑๓ ราย (๖๗.๔๘%)
สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด ๑๐ อันดับแรก
-อิสราเอล ๗๒๐ ราย
-ฝรั่งเศส ๔๒๖ ราย
-อังกฤษ ๓๕๙ ราย
-รัสเซีย ๓๐๖ ราย
-เยอรมนี ๑๙๔ ราย
-อเมริกา ๑๔๔ ราย
-อิตาลี ๘๙ ราย
-ยูเครน ๖๙ ราย
-ออสเตรเลีย ๕๘ ราย และ
-เบลเยียม ๕๖ ราย
ส่วนเกาะสมุย มีบริษัทจำกัด ๑๒,๐๕๐ ราย บริษัทที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุน ๘,๒๑๓ ราย (๖๘.๑๖%)
สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด ๑๐ อันดับแรก
-ฝรั่งเศส ๑,๙๓๗ ราย
-อังกฤษ ๑,๐๗๗ ราย
-รัสเซีย ๘๘๕ ราย
-จีน ๔๗๘ ราย
-อิสราเอล ๔๑๙ ราย
-เยอรมนี ๔๐๖ ราย
-อเมริกา ๒๙๑ ราย
-ออสเตรเลีย ๒๗๓ ราย
-สวิส ๑๗๓ ราย และ
-อิตาลี ๑๖๙ ราย
จะสังเกตเห็นว่า “ต่างชาติ” ที่เข้ามาร่วมลงทุนบนเกาะทั้งสอง เป็นนักลงทุนจาก “กลุ่มประเทศเดียวกัน”
ดังนั้น จึงไม่แปลกใจที่จะได้ยินว่า....
ต่างชาติยึด “เกาะพะงัน-เกาะสมุย” ไปเรียบร้อยแล้ว!
แต่ถ้าถามว่า....
“ในเมื่อมีหลายชาติเข้ามาประกอบธุรกิจ ทำไมคนไทยจึงเพ่งเล็งเฉพาะชาวอิสราเอล?”
คำตอบจากผม คือ ชาติอื่นๆ จะเข้ามาทำธุรกิจผิดหรือถูกเป็นเรื่องหนึ่ง แต่เขาไม่แสดงลักษณะ “ยกโขยงเข้ามายึดครองที่ดินตั้งเป็นอาณาจักร”
ต่างจากชาวอิสราเอล มาในลักษณะ เข้ามา “ลงหลักปักฐาน” กว้านซื้อที่ดิน สร้างเป็นอาณาจักรยิว มีศาสนสถาน มีโรงแรม มีรีสอร์ต ปลูกบ้านจัดสรรขาย แถม “คนไทยห้ามเข้า”
ดังนั้น คนไทยจึงไม่มีความไว้วางใจว่า...
ชาวยิวพวกนี้ เมื่อเข้ามาอยู่กันมากๆ เข้า ซักวันจะไม่ประกาศ “เกาะพะงัน” เป็นแผ่นดินพันธสัญญา”!
แล้วประเทศไทยก็จะกลายเป็นฉนวนกาซา ที่ยิวขับไล่คนไทยออกไป แล้วยึดไทยทั้งประเทศ
เป็น “แผ่นดินพันธสัญญา” ในอุษาคเนย์!?
ทั้งนี้ กรมฯ และหน่วยงานพันธมิตร ได้ร่วมกันตรวจสอบธุรกิจบนเกาะพะงันไปบ้างแล้ว
ท่านอธิบดีบอกว่า....
“พบธุรกิจที่มีลักษณะ “ต้องสงสัย” เกี่ยวกับการ “ใช้คนไทยถือหุ้น” แทนชาวต่างชาติ (นอมินี) ใน ๒ กลุ่มธุรกิจ คือ
“สำนักงานบัญชี”....
ภายใต้ชื่อ "สำนักงานเฟิร์สคอนซัลแทนส์ ยูนิเวอร์แซล เซอร์วิส (บริษัท เฟิร์ส คอนซัลแทนส์ 47 จำกัด)"
เจ้าของสำนักงานแห่งนี้ มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ใน ๖๖ บริษัท!
จากการได้ลงพื้นที่ พบมีความเชื่อมโยงกับเจ้าของสำนักงานบัญชีดังกล่าว (อาคารพาณิชย์ ๒ แห่ง และบ้านพัก)
“อาคารพาณิชย์ที่ลงตรวจ”.....
พบว่าเป็น “ที่ตั้งของนิติบุคคลรวมกันถึง ๘๙ แห่ง” โดยไม่ปรากฏการประกอบธุรกิจจริงในบางห้อง!
ตำรวจได้ตรวจยึดเอกสารและคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปตรวจสอบว่า....
มีการใช้คนไทย “เป็นนอมินี” ในการประกอบธุรกิจแทนชาวต่างชาติหรือไม่ และใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินทางคดี
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (โครงการก่อสร้างอาคารวิลล่าโครงการศิธายา บีช ฟร้อนท์ วิลล่า)
พบเป็นวิลล่าหรู ๘ หลัง เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเช่าคืนละ ๑๓,๐๐๐ บาท โดยไม่มี “ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม”
เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง....
จึงได้เชิญ “ผู้ดูแลโครงการ” และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๖ ราย ไปสอบสวนเพิ่มเติม
พบข้อมูลที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการ “ถือครองที่ดิน” ของโครงการวิลล่าดังกล่าว มูลค่ากว่า ๑๕๒ ล้านบาท
โดยมีบริษัท “นิติบุคคลสัญชาติไทย” ๒ แห่งถือครอง แต่มีผู้ถือหุ้น “ชาวอิสราเอล” ในสัดส่วนร้อยละ ๔๙
และต่อมามีการเพิ่มบริษัทที่เป็น “ชาวอิสราเอล” เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มอีก ๑ บริษัท
อาจเข้าข่ายเป็นการซื้อขายเพื่อ “หลบเลี่ยงการเสียภาษี” และการ “ถือหุ้นอำพราง” เข้าข่ายเป็นนอมินี!
นี่เป็นส่วนที่ “เกาะพะงัน”
ไปดูที่ “เกาะสมุย” บ้าง ตรวจพบนิติบุคคลอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.๒๕๔๒
เป็นพนักงานของ “สำนักงานรับจดทะเบียน/รับทำบัญชี”
โดยให้ข้อมูลว่า “มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น” ในบริษัทร่วมกับคนต่างชาติ เพื่อให้สัดส่วนเป็น “บริษัทไทย”!
และอีก ๑ ราย มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นรวม ๘๗ บริษัท!!!
กรมฯ ได้นำส่งข้อมูลให้ DSI เพื่อตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินการเอาผิดต่อไป
นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้นำส่งข้อมูล “บริษัทขนาดใหญ่” เข้าข่าย “กลุ่มเสี่ยงนอมินี” ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ๓๔ ราย ให้ ปปง.ตรวจสอบ “เส้นทางการเงิน”
โดยทั้ง ๓๔ ราย “แต่ละราย” มีสินทรัพย์รวมเกินกว่า ๑๐๐ ล้านบาท!
ประกอบธุรกิจตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเกี่ยวข้องกับ “อสังหาริมทรัพย์”
“อสังหาริมทรัพย์”.....
ก็คือการ “ซื้อขายที่ดิน” ที่ใช้คนไทยเป็น “นอมินี” นั่นแหละ!
“พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว” พ.ศ.๒๕๔๒ ตามมาตรา ๓๖
กรณี “คนไทยให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด” และมาตรา ๓๗ กรณี “คนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต”
โทษจำคุก “ไม่เกิน ๓ ปี”
หรือปรับตั้งแต่ ๑ แสนบาท ถึง ๑ ล้านบาท หรือ “ทั้งจำทั้งปรับ” หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล
ต้องระวางโทษ “ปรับรายวัน” วันละ ๑ หมื่นบาท ถึง ๕ หมื่นบาท จนกว่าจะ “เลิกฝ่าฝืน”
“๓๔ นอมินีไทย” นี้ ก็เตรียมตัวเหอะ ถึงมือ DSI และ ปปง.แล้ว “รอดยาก” มีทั้งโทษคุกและโทษปรับ
ท่าน “อธิบดีพูนพงษ์” ยังบอกเพิ่มเติมว่า
“กรมฯ กำลัง “สแกนนิติบุคคล” กลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ชลบุรี, เชียงใหม่, ประจวบฯ, ภูเก็ต, กระบี่, พังงา ฯลฯ
เพื่อนำมาวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสที่จะเข้าข่ายการประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินี
โดยเฉพาะธุรกิจที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน ทั้งต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ ๕๐% ขึ้นไป และต่างชาติถือหุ้น ๐.๐๑ - ๔๙.๙๙%
ซึ่งกรมฯ และ “หน่วยงานพันธมิตร” จะเร่งเดินหน้าเชิงรุกเพื่อปราบปรามนอมินีทั้ง “ชาวต่างชาติ” และ “ชาวไทย” ให้หมดสิ้นไปในทุกๆ พื้นที่และทุกประเภทธุรกิจ”
สาธุ....
ผมงี้ ยกมือท่วมหัวเลย เมื่อท่านอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าวเต็มปากเต็มคำและลงมือทำจริงจังให้เห็นแล้ว!
ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ “กรมพัฒนาธุรกิจการค้า” เจ้าเดียวที่กวาดบ้าน-กวาดประเทศในครั้งนี้ให้สะอาดนะครับ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นเพียง “หน่วยงานหลัก” ของการปราบปรามพวกนอมินีเท่านั้น
ท่านจำกันได้หรือเปล่าไม่ทราบ...
๒-๓ สัปดาห์ก่อน รัฐมนตรีพาณิชย์ “ท่านศุภจี” เป็นประธานเปิดตัว “หน่วยงานพันธมิตรในการป้องกันและปราบปรามปัญหา "นอมินี"
โดยมีการรวมตัวกันของ ๒๓ หน่วยงาน บูรณาการข้อมูลและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ประกอบด้วย
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า/กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)/
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)/กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.)
กรมการปกครอง/สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)/ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)/สมาคมธนาคารไทย/กรมสรรพากรสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กระทรวงมหาดไทย/กระทรวงต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน
ก็ขอบคุณและชื่นชม ทั้ง ๒๓ หน่วยงาน ที่ “ฟังเสียงประชาชน” และบูรณาการสแกน “เกาะพะงัน-เกาะสมุย”
แอบค้าขาย “ผิดกฎหมาย” พอว่า
แต่ที่ถึงขั้นจ้างคนไทยเป็นนอมินี “ซื้อที่ดิน” สร้างอาณาจักรยิวบ้าง รัสเซียบ้าง อินเดียบ้าง แอฟริกาบ้าง
ถึงขั้นนี้ “ยอมไม่ได้เด็ดขาด”!
ขอให้ทำกันจริงจังแบบนี้ตลอดไป คนไทยจะรักข้าราชการไทยเท่ากับรักชาติ-รักแผ่นดิน!
-เปลว สีเงิน
๙ พฤษภาคม ๒๕๖๙
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตัวการ ‘ยิว-ยึดเมือง’?
ผมจับความรู้สึกได้ว่า.... คนไทยไม่สบายใจเลย เรื่อง “ชาวอิสราเอล” เข้ามาลงหลักปักฐาน ตั้งรกราก “สร้างอาณาจักรยิว” ในเมืองไทย เห็นได้จาก...นี่!
๔ แสนล้าน ‘ค้านไว้ก่อน’
เมื่อวาน...วันเดียว!!! “พระประทีปธรรม” ผู้นำทางเวไนยสัตว์ไทยได้ “ละสังขาร” วันเดียวถึง ๒ รูป! รูปแรกคือ “หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม” (พระราชมงคลวชิรธรรม) วัดป่าสีห์พนมประชาราม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร
‘หอมกลิ่นสงคราม’
“คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ” นี่..... เป็นคนกตัญญูต่อ “ผู้มีพระคุณ” ที่น่ายกย่องคนหนึ่ง “พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ” อดีตนายกฯ ไปรักษาตัวอยู่ที่อังกฤษและถึงแก่อนิจกรรมที่นั่น เมื่อ ๖ พฤษภาคม ๒๕๔๑
'ยิวยึด-ไทยหลับ'
เราก้มหน้า-ก้มตา “รบกับเขมร” เพื่อพิทักษ์ “แผ่นดินชายแดน” ทั้งนายกฯ ทั้งแม่ทัพ-นายกอง
'พระราชินีคู่บัลลังก์'
วันนี้ เป็นวัน “ฉัตรมงคล” วันรำลึกถึง เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”
🔴 LIVE ชัดครบจบข่าว เปิดใจ..หมอวรงค์ ปักธง..เสียงเดียวเสียวทั้งสภา!!| อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2569

