กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก ประเทศไทยได้เร่งปรับกลยุทธ์การท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” มากกว่าการเดินทางแบบเดิม ส่งผลให้กิจกรรมด้านช็อปปิง ไลฟ์สไตล์ และสินค้าเชิงสร้างสรรค์ กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้ประชุมเตรียมความพร้อมร่วมกับพันธมิตรผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวกว่า 100 ราย เพื่อเตรียมจัดโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569

โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท.มุ่งผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างและกระจายรายได้สู่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นการท่องเที่ยวคุณภาพที่สามารถสร้างรายได้และกระจายโอกาสสู่เมืองน่าเที่ยวได้อย่างทั่วถึง

จากสถิติปี 2566-2567 พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติมีการใช้จ่ายด้านช็อปปิงและของที่ระลึก คิดเป็นสัดส่วน 15-20% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ถือเป็นค่าใช้จ่ายอันดับ 3 รองจากค่าที่พัก และค่าอาหารและเครื่องดื่ม สะท้อนให้เห็นว่าการช็อปปิงเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยตลาดที่มีกำลังซื้อสูง ได้แก่ จีน สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย อินเดีย เกาหลี และฮ่องกง

ด้วยเหตุนี้ ททท.จึงเตรียมจัดโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วง Green Season หรือช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งเป็นช่วงที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวจำเป็นต้องอาศัยกิจกรรมทางการตลาดเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและรักษาระดับจำนวนนักท่องเที่ยวให้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยพื้นที่หลักในการจัดกิจกรรม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี (พัทยา) เชียงใหม่ อุดรธานี ภูเก็ต และสงขลา (หาดใหญ่) ซึ่งล้วนเป็นเมืองที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและสามารถเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวทั้งตลาดระยะใกล้และตลาดระยะไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเด็นสำคัญของโครงการปี 2569 คือ การปรับแนวคิดจาก Discount-driven หรือการเน้นส่วนลด มาเป็น Discovery-driven หรือการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยว ผ่านการนำเสนออัตลักษณ์สินค้าไทย งานคราฟต์ ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการท่องเที่ยวโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและคุณค่าทางวัฒนธรรมมากขึ้น

แนวคิดดังกล่าวถือเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวไทยจากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่การแข่งขันด้านคุณค่าและประสบการณ์ โดยเฉพาะการผลักดันสินค้าไทยและนักออกแบบไทยให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านกิจกรรมด้านช็อปปิง ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นและเศรษฐกิจฐานรากมากขึ้น ขณะเดียวกัน ททท.ยังเตรียมจัดทำ Shopping Route หรือเส้นทางช็อปปิงและย่านไลฟ์สไตล์ทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงสินค้า บริการ และเรื่องราวท้องถิ่นเข้าด้วยกัน ช่วยสร้างแรงบันดาลใจใหม่ในการเดินทางและเพิ่มระยะเวลาการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

จากผลการดำเนินโครงการในปี 2568 สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 700 ล้านบาท และนักท่องเที่ยวมีความพึงพอใจต่อโครงการสูงถึง 92.92% ขณะที่ 98.67% มีความต้องการบอกต่อกิจกรรมดังกล่าว สะท้อนว่าโครงการสามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในภาพรวม โครงการดังกล่าวถือเป็นมากกว่ากิจกรรมส่งเสริมการขาย แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการช็อปปิงและการท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก ผ่านการสร้างประสบการณ์ใหม่ การส่งเสริมสินค้าไทย และการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

ท้ายที่สุด จากความทุ่มเทของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความสำเร็จของโครงการดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้อย่างหลากหลาย พร้อมทั้งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน และนักท่องเที่ยวมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายและการเดินทางมากขึ้น.

 

กัลยา ยืนยง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน