เปิดใจ‘ปัฐตพงษ์ บุญแก้ว’วิศวกรสร้างทางคู่ สุดหินสายเหนือสร้างอุโมงค์เจาะภูเขาฝ่าภัยพิบัติและความเชื่อ

ท่ามกลางแนวเขาสลับซับซ้อนของพื้นที่ภาคเหนือ ที่ปัจจุบันกำลังมีการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ช่วง “เด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ” กำลังค่อยๆ เผยให้เห็นภาพความคืบหน้างานก่อสร้าง คงต้องบอกว่า นี่คือบทพิสูจน์ขีดความสามารถของงานวิศวกรรมไทย ที่สามารถเนรมิตสร้างทางรถไฟในพื้นที่ซึ่งขึ้นชื่อว่ายากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ที่มีทั้งภูเขาสูง อุโมงค์ยาว สลับซับซ้อนกันไป และที่เป็นปัญหาอุปสรรคที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้คือ พื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว ไฟป่า ฝุ่นควัน และน้ำท่วมซ้ำซาก

หนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนของโครงการ คือความสำเร็จในการเจาะทะลุ “อุโมงค์ดอยหลวง” อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย อุโมงค์ความยาวกว่า 3.4 กิโลเมตร ซึ่งไม่เพียงเป็นหัวใจของเส้นทาง แต่ยังสะท้อนการทำงานที่ต้องแข่งกับเวลา ธรณีวิทยา และธรรมชาติอย่างแท้จริง ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเร็วกว่ากำหนดถึง 19 เดือน ไม่ได้หมายถึงความเร็วเพียงอย่างเดียว หากแต่คือความแม่นยำ การบริหารความเสี่ยง และการตัดสินใจเชิงวิศวกรรมที่ต้องผิดพลาดไม่ได้แม้แต่น้อย

ปัฐตพงษ์ บุญแก้ว วิศวกรโครงการ (สัญญาที่ 2) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หรือพี่มีน หนึ่งในกำลังหลักที่อยู่เบื้องหลังโครงการ ได้เล่าย้อนถึงเหตุการณ์สำคัญที่ทีมงานไม่มีวันลืม เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 เดือน 7 ที่ผ่านมา ทีมงานสามารถ “เจาะทะลุอุโมงค์ดอยหลวง” อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงรายได้สำเร็จ อุโมงค์ยาวกว่า 3.4 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุโมงค์หัวใจหลักของโครงการ

พี่มีนเล่าว่า การเจาะทะลุอุโมงค์ขนาดใหญ่เช่นนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขของความยาว แต่คือบทพิสูจน์ศักยภาพของงานวิศวกรรมไทย เพราะเป็นงานที่ซับซ้อน ต้องอาศัยเทคนิคสูง การบริหารความเสี่ยง และการทำงานแข่งกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ที่สำคัญคือ ความสำเร็จครั้งนี้ “เร็วกว่าแผนถึง 19 เดือน” จนผู้บริหารโครงการยอมรับตรงกันว่า นี่คือก้าวสำคัญของงานอุโมงค์ไทยในรอบหลายทศวรรษ

ภาพรวมงานอุโมงค์ทั้ง 4 แห่งบนเส้นทางเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ ขณะนี้ถือว่าเดินหน้าในทิศทางบวกเกือบทั้งหมด เหลือเพียงอุโมงค์หนึ่งที่ยังล่าช้าเล็กน้อย เนื่องจากข้อจำกัดทางธรณีวิทยา ทำให้สามารถเปิดหน้าขุดได้เพียงด้านเดียว เพราะชั้นดินมีความอ่อนตัวสูง แต่อุโมงค์แห่งนี้มีความยาวเพียง 1.2 กิโลเมตร และขณะนี้เจาะเข้าไปได้แล้วกว่าครึ่งทาง จึงไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของโครงการ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โครงการนี้ต้องเผชิญไม่ได้มีเพียงภูเขาและอุโมงค์ แต่คือ “ภัยธรรมชาติถาโถมทั้งปี” ตั้งแต่ฝุ่นควันจากไฟป่าที่ปกคลุมพื้นที่ก่อสร้าง เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในพื้นที่อำเภอป่าแดด จนทำให้คานสะพานหล่นถึง 13 คาน ทับเครื่องจักรเสียหาย แม้โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต ไปจนถึงน้ำท่วมที่มาเร็วกว่าฤดูกาล

ยอมรับตรงไปตรงมาว่า ถือเป็นปีที่หนักที่สุดปีหนึ่ง จากเหตุน้ำท่วมภาคเหนือ แต่สิ่งที่ช่วยประคองงานไว้ได้ คือการออกแบบระบบผันน้ำและระบายน้ำล่วงหน้า แม้หลายจุดยังสร้างไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ แต่สามารถใช้งานจริงได้ในภาวะฉุกเฉิน ผนวกกับการประสานงานใกล้ชิดกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่ลงมาช่วยแก้ปัญหาเชิงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้งานก่อสร้างไม่สะดุด

นอกจากนี้โครงการยังตั้ง “ทีมรับมือความเสี่ยง” ทำงานคู่ขนานตลอดเวลา ตั้งแต่ทีมจู่โจมแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ลงพื้นที่ทันทีเมื่อมีแจ้งเหตุจากชาวบ้าน ทีมเก็บรายละเอียดเพื่อปรับแบบ โดยเฉพาะจุดระบายน้ำ ไปจนถึงทีมพยากรณ์ความเสี่ยงในปีถัดไป เพื่อเตรียมมาตรการรองรับหากเกิดน้ำท่วมหรือภัยซ้ำอีกครั้ง

แม้ต้องเผชิญสารพัดอุปสรรค แต่ผู้บริหารโครงการยังยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า รถไฟทางคู่สายนี้ยังคง “ออนแพลน” และมีเป้าหมายเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปี 2571 หากไม่เกิดภัยพิบัติรุนแรงเกินกว่าที่จะควบคุม โดยในปีหน้าจะเร่งงานก่อสร้างช่วงฤดูแล้ง โดยเฉพาะโครงสร้างแบบยกระดับจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ภาพของ “รถไฟลอยฟ้า” หลายช่วงเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง และมีการออกแบบระบบสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมในอนาคต “ปีหน้าต่อให้น้ำมาแรง ก็ไม่น่ากังวลเหมือนปีนี้”

เมื่อถามถึงระดับความยากของงาน พี่มีน ยอมรับอย่างไม่อ้อมค้อมว่า เส้นทางเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ ถือเป็นหนึ่งในโครงการรถไฟที่ยากที่สุดในภาคเหนือ และยากกว่าทางคู่หลายเส้นที่ผ่านมา เพราะต้องไต่ภูเขา เจาะอุโมงค์ถึง 4 แห่ง อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว ถูกไฟป่าและฝุ่นควันรบกวน และยังเผชิญน้ำท่วมซ้ำซากก่อนฤดูฝนแทบทุกปี “งานหนักที่สุดของรถไฟไทย ถูกจับมารวมอยู่ที่เส้นนี้เกือบทั้งหมด” นี่คือคำอธิบายที่สะท้อนความจริงของโครงการได้ชัดเจนที่สุด

ท่ามกลางความเข้มข้นของงานก่อสร้างด้านวิศวกรรม ยังมีอีกมิติหนึ่งที่ถูกเล่าขานในหมู่คนทำงาน นั่นคือ เรื่องความเชื่อและเหตุการณ์ลี้ลับกลางป่าเหนือ พี่มีนเล่าว่า ช่วงเริ่มทำพิธีเปิดอุโมงค์ที่มี “ครูบาน้อย” ทำพิธีก่อนเริ่มงาน ฝนที่ตกหนักราวฟ้ารั่วก็ “หยุดลงทันที” ส่วนเทียนพิธีที่ไม่ดับแม้เปียกฝน แน่นอนว่าที่ผ่านมามีคนท้องถิ่นได้เตือนเรื่องพื้นที่แรง หากจะลงมือทำอะไรต้องเคารพกราบไหว้ นี่คือความเชื่อท้องถิ่นที่ได้ถ่ายทอดกันมาอย่างเคร่งครัด ยอมรับว่า แม้จะเป็นคนทำงานสายวิศวกรรม แต่เมื่อทำงานในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมล้านนาและความเชื่อท้องถิ่น ก็ต้องให้ความเคารพอย่างจริงใจ เพราะสิ่งเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของการทำงานร่วมกับชุมชน

ท้ายที่สุด พี่มีนกล่าวปิดท้ายว่า แม้ภาพรวมโครงการจะเดินหน้าในทิศทางที่ดี และมีความคืบหน้าเหนือแผนในหลายด้าน แต่ย้ำคำเดิมว่า “ไม่ประมาท” ทำให้ที่ผ่านมาการเจาะอุโมงค์สำเร็จไปได้ด้วยดี ก็เป็นสัญญาณเชิงบวกที่ยืนยันว่า รถไฟทางคู่สายสำคัญของภาคเหนือกำลังเข้าใกล้วันเปิดใช้งานมากขึ้นทุกขณะ ตามแผนคือต้นปี 2571 จะกลายเป็นโครงข่ายเส้นทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสายใหม่ของภาคเหนือ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จผู้โดยสารจะได้สัมผัสทิวทัศน์ที่สวยงามตลอดเส้นทาง ตั้งแต่แนวภูเขาสลับซับซ้อน ป่าเขา และชุมชนท้องถิ่นที่ยังคงเอกลักษณ์ล้านนา และยังเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์ ลดต้นทุนการขนส่งสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และการค้าชายแดน ขณะเดียวกันยังเอื้อต่อการกระจายรายได้สู่จังหวัดรายทาง ทั้งแพร่ เชียงราย และพื้นที่ใกล้เคียง ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง การค้าชุมชน และการลงทุนใหม่ๆ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดวิสัยทัศน์‘มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์’ จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ:ก้าวใหม่ธอส.ทำให้คนไทยมีบ้านอย่างยั่งยืน

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ มีพันธกิจสำคัญในการส่งเสริมให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองอย่างมั่นคงและยั่งยืน

จากสวนหลังบ้าน...สู่เกษตรอุตสาหกรรม ชู‘เลม่อน โกลด์’ต้นแบบการพลิกวิกฤตมะนาวเพชรบุรี

ในยุคที่การแข่งขันทางการค้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่คุณภาพของวัตถุดิบ แต่ยังรวมไปถึงการสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” และ “นวัตกรรม” การปรับตัวของภาคเกษตรกรรมไทยจากรูปแบบดั้งเดิมสู่เกษตรอุตสาหกรรม

‘อรรถวิท รักจำรูญ’เดินหน้าลุยปัดฝุ่นใต้พรมยกเครื่องบขส. ใจดีสู้เสือเพื่อให้องค์กรอยู่รอดพร้อมให้บริการเทียบเท่าสนามบิน

ถ้าเอ่ยชื่อ “สถานีขนส่งหมอชิต” เมื่อหลายปีก่อน ภาพจำของผู้โดยสารจำนวนไม่น้อยคงไม่ใช่ความสะดวกสบายหรือความปลอดภัยและความสวยงาม แต่เป็นความอึดอัด วุ่นวาย

ปักหมุดจุดเช็กอิน5จังหวัดภาคใต้ นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสโลว์ไลฟ์ต้องห้ามพลาด

ภาคใต้ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศอันหลากหลายของเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ตั้งแต่ ชุมพร ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ไปจนถึงสงขลา เมือง

สำนักงานสลากฯบนเส้นทางการให้ที่ยั่งยืน จากนโยบาย:สู่พลังการพัฒนาที่สมดุลขับเคลื่อนคุณค่าสังคมและชุมชน

‘ชุมชน’ คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงได้ริเริ่ม โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการจุดประกายศักยภาพของคนในพื้นที่ เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และวางรากฐานความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน เพราะโครงการมุ่งเน้นการพัฒนาจากภายในชุมชน ผ่านการมีส่วนร่วม การเรียนรู้ร่วมกัน และการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้สมาชิกในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและเติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคง

เยือนดินแดนฤดูหนาว ‘คังวอน-ชุนชอน’ เมืองหิมะขาวและเสน่ห์ความโรแมนติก

เมื่อฤดูหนาวมาเยือน เกาหลีใต้จะเปลี่ยนโฉมจากเมืองสีเทาให้กลายเป็นโลกสีขาวที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา และหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่คนเกาหลีและนักท่องเที่ยวต่างชาติพร้อมใจกันมุ่งหน้าไปมากที่สุด