
ศบค.แจงแผนเผชิญเหตุให้โรงเรียน สถานศึกษา ปฏิบัติทั่วประเทศ ย้ำชัดวัคซีนผู้ใหญ่ฝาสีม่วงทดแทนวัคซีนเด็กฝาสีส้มไม่ได้ เผยไทยสั่งเข้ามาแล้วมากเป็นอันดับสองของเอเชีย
12 ม.ค.2564 - พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงว่า ที่ประชุมอีโอซี กระทรวงสาธารณสุขได้หารือถึงเรื่องการปิด-เปิดโรงเรียน และสถานศึกษา เพราะจากสถานการณ์ในขณะนี้ทำให้มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งปรับการเรียนการสอนมาเป็นออนไลน์ส่วนใหญ่ และกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงสาธารณสุข ประชุมร่วมกันและจัดทำมาตรการต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน ทำแผนเผชิญเหตุในกรณีพบการติดเชื้อของนักเรียนนักศึกษาหรือบุคลากรในโรงเรียน โดยหลักการในการจัดการป้องกันควบคุมโรคในโรงเรียนหรือสถานศึกษา มีการดำเนินการโดยใช้มาตรการที่เรียกว่า 6-6-7 คือ 6 มาตรการหลัก ได้แก่ เว้นระยะ สวมหน้ากากตลอดเวลา ล้างมือ วัดไข้ ไม่ทำกิจกรรมที่มีคนแออัดจำนวนมาก- 6 มาตรการเสริม ได้แก่ ให้ใช้ช้อนกลางส่วนตัว ลงทะเบียนก่อนเข้าและออกโรงเรียน หรือสถานศึกษา และ 7 มาตรการเข้มงวด ซึ่งเป็นมาตรการที่ทุกสถานศึกษาต้องดำเนินการ ได้แก่ ประเมินด้วยแอพพลิเคชั่นไทยสต็อปโควิดพลัส นอกจากมาตรการ 667 ดังกล่าวแล้ว ในการที่จะเปิดเรียนจะต้องได้รับวัคซีนเกิน 75% เด็กนักเรียนได้รับการฉีดวัคซีน ช่วงอายุ 12 ปีขึ้นไป ตรวจคัดกรองด้วย ATK เป็นระยะ
พญ.สุมณี กล่าวว่า สำหรับการทำแผนเผชิญเหตุ เพื่อใช้ในการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคในโรงเรียน สถานศึกษา ซึ่งได้จัดทำส่งไปยังโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว อาทิ หากพบนักเรียนหรือครูในโรงเรียนติดเชื้อหนึ่งคนเราจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป เช่น ลงไปสอบสวนโรคและให้ปิดเฉพาะห้องเรียนนั้น 3 วัน ดังนั้น การที่เจอผู้ติดเชื้อก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องปิดเรียนทั้งโรงเรียน เพราะการปิดทั้งโรงเรียนหรือสถานศึกษานั้นจะทำให้เกิดผลกระทบต่อการศึกษาของเด็กๆ และนักศึกษา ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก กรณีดังกล่าวเรื่องการจัดการในโรงเรียนและสถานศึกษานั้นต้องขอความร่วมมือให้ทางคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดช่วยประชาสัมพันธ์ถึงระเบียบและการดำเนินการที่ได้ประชุมออกมาโดยจัดทำเป็นแผนเผชิญเหตุให้ทางโรงเรียนในทุกพื้นที่ ทั้งโรงเรียนภาครัฐและเอกชนและสถานศึกษารูปแบบ ประเภทต่างๆ ให้มีความเข้าใจถึงการดำเนินการป้องกันควบคุมโรคให้ตรงกันและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์
พญ.สุมณี กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีการฉีดวัคซีนให้กับเด็กอายุ 5-11 ปี ก่อนหน้านี้ อย. ได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนไฟเซอร์ในเด็ก 5-11 ปีแล้ว วัคซีนที่ใช้ในเด็กอายุช่วงดังกล่าว (ฝาสีส้ม) จะต่างจากวัคซีนไฟเซอร์ที่ใช้ในผู้ใหญ่ (ฝาสีม่วง) ในเด็กใช้ 10 ไมโครกรัม ในผู้ใหญ่ใช้ 30 ไมโครกรัม ดังนั้น ถ้าใช้ฝาสีม่วงของผู้ใหญ่มาแบ่งเป็น 3 โดสๆ ละ10 ไมโครกรัมเพื่อที่จะฉีดให้เด็กได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าใช้ทดแทนกันไม่ได้ ในเด็กต้องใช้แบบเฉพาะเด็กฝาสีส้มเท่านั้น ส่วนเด็กโตขึ้นไปและผู้ใหญ่ต้องใช้ในสูตรที่เป็นฝาสีม่วง 30 ไมโครกรัม ขอให้เข้าใจว่าทดแทนกันไม่ได้
พญ.สุมนี กล่าวว่า ตอนนี้วัคซีนเด็กฝาสีส้มประเทศไทยสั่งเข้ามาแล้ว และจะเริ่มทยอยเข้ามาบ้านเราในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้ หรือเต็มที่ก็จะภายในเดือน ก.พ.จะเข้ามาแล้ว ถือว่าเร็วมาก เพราะวัคซีนในโดสเด็กตอนนี้เป็นที่ต้องการของทั่วโลก ประเทศไทยนำเข้าวัคซีนโดสเด็ก ตอนนี้ถือว่าเป็นประเทศอันดับ 2 ที่ได้วัคซีนเด็กในเอเซีย และตอนนี้ได้มีการเตรียมแผนในการฉีดวัคซีนเด็กอายุ 5-11ปีแล้ว โดยมีการเตรียมการฉีดไล่จากเด็กอายุ 11ปีลงมา ซึ่งได้มีการเตรียมการเรียบร้อยแล้ว ส่วนวัคซีนเชื้อตายทั้งซิโนแวคและซิโนฟาร์มตอนนี้คณะอนุกรรมการอาหารและยา กำลังเร่งขึ้นทะเบียนวัคซีนเชื้อตายอยู่และต้องรอผ่านมติคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้วย ขณะนี้กำลังทำคู่ขนานกันไป เมื่อผ่านแล้วผู้ปกครองจะสามารถเลือกสูตรในการฉีดวัคซีนให้กับบุตรหลานได้ด้วยความสมัครใจ ขอให้รอสักนิดตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รมว.สธ.' แจงวุฒิสภา ไม่มีนโยบาย 'กัญชาเสรี' ขาย-เสพจับได้ทันที
'รมว.สาธารณสุข' แจงวุฒิสภา ไม่มีนโยบาย 'กัญชาเสรี' พบขาย-เสพผิดกฎหมาย จับได้ทันที พร้อมเร่งกฎหมายกัญชา-กัญชง หวังคุมแหล่งปลูก
รัฐบาลจับตา 'ไวรัสฮันตา' คุมเข้มคัดกรอง ยันไทยไม่พบระบาด
รัฐบาลเฝ้าระวัง 'ไวรัสฮันตา' ใกล้ชิด ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด พร้อมเพิ่มมาตรการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงต่อเนื่อง
'รมว.ศธ.' จับเข่าผู้บริหารปอเนาะ-ตาดีกา เคลียร์ดรามา 'มทภ.4'
'ประเสริฐ' นัดหารือผู้บริหารสถาบันปอเนาะ-ตาดีกา 29 เม.ย. หลังเกิดดรามา 'แม่ทัพภาค 4' พร้อมวางแนวทางทำงานร่วมกันในอนาคต
หน้าร้อน 'ตับอักเสบเอ' พุ่ง 2 เท่า คุมเข้มก่อนระบาดเป็นคลัสเตอร์
รัฐบาลเตือนเฝ้าระวัง 'ตับอักเสบเอ' พุ่ง 2 เท่าในหน้าร้อน ย้ำคุมเข้มอาหาร–น้ำ ป้องกันก่อนระบาดเป็นคลัสเตอร์
กรมอนามัย เปิด 7 คัมภีร์รู้ทันความเสี่ยง 'Checklist เซฟร่าง คนสู้งานกลางแดด'
กรมอนามัย สธ. โพสต์แดดประเทศไทยสู้ชีวิต แต่คนสู้งานอย่างเราต้องสู้กลับ
สธ. ลุยทำ 'ห้องปลอดฝุ่น' 10 จังหวัดเสี่ยง 2,275 ห้อง จัด 'มุ้งสู้ฝุ่น' ดูแลผู้ป่วยติดเตียง
โฆษกสธ. แจงมาตรการเชิงรุกสู้ฝุ่น PM 2.5 ตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินติดตามสถานการณ์ 24 ชั่วโมง พร้อมรุกทำห้องปลอดฝุ่น เผย 10 จังหวัดเสี่ยง มี 2,275 ห้อง ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนกว่า 2.18 แสนคน

