ลดวันกักตัวกลุ่มเสี่ยงสูง จาก 14 เหลือ 7 วัน

14 ม.ค.2565 - ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. กล่าวว่า จากกรณีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ที่ช่วงแรกการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะเน้นให้ทุกรายเข้ารักษาในสถานพยาบาล หรือโรงพยาบาล (รพ.) สนาม หรือฮอสปิเทล เป็นเวลา 14 วัน เพื่อป้องกันอาการที่อาจรุนแรงขึ้น เนื่องจากปีที่ผ่านมา การฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ

แต่ขณะนี้มีการฉีดวัคซีนมากขึ้นในเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 โดยประสิทธิภาพวัคซีน ป้องกันความรุนแรงของโรคได้กว่าร้อยละ 90 และด้วยโรคมีความรุนแรงน้อยลง ทำให้ สธ.มีการปรับระบบการรักษาโดยให้ผู้ติดเชื้อแยกกักที่บ้านหรือศูนย์พักคอยในชุมชน (Home and community Isolation) และลดจำนวนวันการรักษาผู้ติดเชื้อที่รับวัคซีนแล้ว มีอาการน้อย หรือไม่มีอาการเหลือ 10 วัน

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวอีกว่า สำหรับการพิจารณาปรับนิยามกลุ่มเสี่ยงสูง และเรื่องของระยะเวลาในการกักตัวนั้น เรื่องนี้มีการประชุมกันไปแล้ว เบื้องต้นคือ กรณีกลุ่มเสี่ยงสูงให้มีการกักตัวอยู่ที่พัก 7 วัน ตรวจ ATK ในวันที่ 5, 6 ของวันกักตัว หากผลเป็นลบ ก็สามารถออกมาใช้ชีวิตได้ แต่ต้องสวมหน้ากากอนามัย พยายามไม่พบปะผู้คนมากเป็นระยะเวลา 3 วัน จนเมื่อครบ 10 วัน ตรวจ ATK อีกครั้ง หากผลเป็นลบ ก็ถือว่าพ้นมาตรการกักตัว แต่ใช้ชีวิตโดยมีมาตรการป้องกันตัวสูงสุด ซึ่งหลังจากนี้ กรมควบคุมโรคจะจัดทำขั้นตอน และออกเป็นมาตรการประกาศให้ทราบทั่วกันอีกครั้ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดเชื้อทะลุ 525 ล้าน 'หมอธีระ' ยกงานวิจัยชี้ 'โอมิครอน' ดื้อต่อภูมิคุ้มกันมากกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม

'หมอธีระ' เผยติดเชื้อโควิดทั่วโลก ทะลุ 525 ล้านไปแล้ว ตาย 6.2 ล้านคน ยกงานวิจัยยัน'โอมิครอน'ดื้อต่อภูมิคุ้มกันมากกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม ย้ำไม่จบง่าย จะเป็นปัญหา Long COVID บั่นทอนคุณภาพชีวิต

สธ. วางแผนรับโควิดสู่โรคประจำถิ่น เร็วกว่ากำหนดครึ่งเดือน ชี้โอมิครอนรุนแรงน้อยกว่าไข้หวัดใหญ่

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สถานการณ์โควิด 19 มีทิศทางดีขึ้นต่อเนื่อง น่าจะเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ตามกำหนดกว่าครึ่งเดือน จึงให้ทุกหน่วยงานเตรียมวางแผนการดำเนินงานรองรับ โดยเฉพาะเรื่องระบบบริการสาธารณสุข