เตือนระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกจ่ายคาปรับจราจร

ตำรวจเตือนระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพราะอาละวาดหนัก กินทั้งเงินเล็กเงินน้อย โดยอ้างเป็นตำรวจลวงจ่ายชำระค่าปรับจราจร จากที่หลอกทั้งบัญชี

09 มี.ค.2565 - พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาอาชญากรรมในรูปแบบของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นอกจากแอบอ้างเป็นตำรวจหรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และอ้างว่าบัญชีธนาคารของท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดต้องโอนเงินมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หรืออ้างเอกสารราชการปลอมแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่าปัจจุบันได้พัฒนาการไปถึงการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์หลอกว่าท่านค้างชำระค่าปรับจราจร หากไม่ชำระตอนนี้จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นเหตุให้มีพี่น้องประชาชนหลงเชื่อได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อโอนเงินให้กับคนร้ายที่โทรศัพท์มาทวงถามให้ชำระค่าปรับจราจร เด็ดขาด ทั้งนี้ท่านสามารถตรวจสอบด้วยตนเองว่าท่านมีใบสั่งจราจรที่ค้างชำระค่าปรับหรือไม่ ผ่านทางเว็บไซต์ใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน https://ptm.police.go.th/ โดยท่านสามารถสมัครสมาชิกเพื่อ ตรวจสอบใบสั่ง โต้แย้งใบสั่ง และชำระค่าปรับ ได้โดยตรงผ่านทางเว็บไซต์ดังกล่าว”พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวและว่า หากพี่น้องประชาชนท่านใดพบว่ามีคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลอกว่าท่านค้างชำระค่าปรับจราจร หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับใบสั่งจราจร สามารถแจ้งเบาะแสและสอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วนจราจร 1197 หรือ สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตรียมหนาว! ตร.เปิดศูนย์ปราบเล่นพนันบอลโลกแล้ว

ตร.ตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามทายผลฟุตบอลโลก 2026 นำเทคโนโลยีวิเคราะห์เครือข่ายผู้กระทำความผิด รุก 3 ตัด 'ตัดเว็บ ตัดการเงิน ตัดวงจร' หาก จนท.เกี่ยวข้องฟันวินัย-อาญาเด็ดขาด

รวบขาใหญ่ยากูซ่าคาสนามบิน หลอกโอนเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนหนีซุกไทย

กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ ACSC ร่วมกันควบคุมตัว นายทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข

รวบหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในกัมพูชา

ตำรวจ ตม.สืบสวนจับกุมหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น ตั้งฐานสแกมเมอร์ในกัมพูชาหลอกลวงคนในประเทศเสียหายหลายพันล้านเยน  ตำรวจญี่ปุ่นประสานความร่วมมือตามรวบได้ย่านทองหล่อ

นายกฯ ประกาศลั่นเดินหน้ากวาดล้าง 'สแกมเมอร์' ชูผลงานคดีไซเบอร์ลด 50%

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติในมิติต่าง ๆ อย่างรอบด้าน