
พักฮั้ว สว.ไว้ก่อนครับ
ขอเวลาเปิดพจนานุกรมดูหน่อย เพราะฝั่งส้มบอกว่าเขาแค่ "ฮั้ว" แต่ "ไม่โกง"
จะดูว่ามีระบุเอาไว้หรือไม่ว่า ฝ่ายที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยสามารถฮั้วได้และไม่เรียกว่าโกง
ไปดูข่าวที่โฆษกรัฐบาล "รัชดา ธนาดิเรก" แถลงวานนี้ (๓๐ กรกฎาคม) ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่เป็นข่าวใหญ่พอควรทีเดียว
วันนี้ (๓๑ กรกฎาคม) นายกฯ อนุทิน มีกำหนดเป็นประธานเปิดงาน The INTANIA Forum : SURVIVING UNDER THE NEW WORLD ORDER ฝ่าวิกฤต รับมือระเบียบโลกใหม่ ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จัดโดยสมาคมนิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สวจ.)
เวที The INTANIA Forum จะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นและข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อช่วยให้ประเทศไทยมองเห็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกใหม่ พร้อมร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว และสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน
จัดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการค้า การลงทุน ความมั่นคง และทิศทางการพัฒนาของประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย
ครับ...รายละเอียดก็ตามนั้น
ประเด็นการรับมือระเบียบโลกใหม่ ไม่ต่างไปจากการวางแผนอนาคตประเทศ เพราะระเบียบโลกใหม่บีบให้ทุกประเทศต้องปรับตัว
หากปรับตัวตามไม่ทันก็คงหลุดวงโคจรไปไกลพอควร
ไกลทั้งภาคเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่้นคง และสิ่งแวดล้อม
ระเบียบโลกใหม่เดิมทีถูกมองว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิด อ้างว่าชนชั้นนำระดับโลกกำลังพยายามจัดตั้งรัฐบาลโลกเดียว
แต่ความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างในช่วงเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมา มีภาพปรากฏชัดว่ามันเป็นอะไรมากกว่านั้น
การเมืองโลกและฐานอำนาจกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
เดิมที ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอย่างมาก นั่นคือ ลดการแทรกแซงกิจการระหว่างประเทศ และหันมาให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของชาติอเมริกามากขึ้น
แต่เมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไปกับรัสเซียและจีนในปัจจุบัน "ทรัมป์" ทำในสิ่งตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
มีบทความของ เทวัญ อุทัยวัฒน์ กลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล เขียนไว้ตั้งแต่ต้นปี เรื่อง ระเบียบโลกใหม่ที่ไร้ระเบียบกับการปรับตัวของสังคมไทย ขอนำกลับมารีรันอีกครั้งเพื่อให้เห็นเป็นแนวทางครับ
-------------------------
ผู้อ่านหลายๆ ท่านน่าจะเห็นตรงกันว่าไตรมาสแรกของปี พ.ศ.๒๕๖๙ มีปรากฏการณ์สำคัญๆ ที่ส่งผลต่อประชาคมโลกอย่างที่หลายคนไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) นำไปสู่สงครามการค้า การใช้มาตรการทางภาษีส่งผลไปสู่ภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geoeconomics) และต่อเนื่องด้วยการเกิดสงครามในตะวันออกกลางซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยผลกระทบที่เห็นชัดเจนคือ ราคาด้านพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในอดีตนั้น การคาดการณ์ด้านการเมืองและเศรษฐกิจโลกดูจะไม่ใช่เป็นเรื่องที่ซับซ้อน โดยเฉพาะภายหลังจากสงครามเย็นและการล่มสลายของสหภาพยูเนียนเมื่อกว่า ๓๐ ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดโลกใหม่ที่ประกอบด้วยหลายขั้วอำนาจ (Multipolar World) การจัดระเบียบด้านการค้าและการลงทุนด้วยการจัดตั้งองค์การการค้าโลก (World Trade Organization หรือ “WTO”) ในต้นปี ค.ศ.๑๙๙๕ และการเติบโตของโลกาภิวัตน์ (Globalization) นำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์แบบพหุภาคี (Unilateralism) และการลงนามสนธิสัญญาความร่วมมือด้านการค้าเสรี (Free Trade Agreement หรือ “FTA”) ทั้งในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ตลอดจนประชาคมยุโรป เป็นต้น ซึ่งดูเหมือนเศรษฐกิจโลกจะมีการเติบโตแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย และทำให้บทบาทของสหประชาชาติเริ่มมีความสำคัญน้อยลงตามลำดับ
ความเปลี่ยนแปลงแบบหลายขั้วอำนาจนี้เริ่มเห็นสัญญาณพิเศษขึ้น เมื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนมีการใช้นโยบายการค้าการลงทุนแถบเส้นทางสายไหม (One Belt One Road) ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Belt Road Initiative หรือ “BRI” และการที่รัฐบาลจีนเริ่มมีบทบาทในเวทีโลกนี้ ทำให้พี่ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาต้องปรับยุทธศาสตร์หลายด้าน โดยเฉพาะการสร้างแสนยานุภาพ การใช้ภาษีการค้าตอบโต้รุนแรง การเจรจาแบบ “Deal-Based” (ลักษณะทำข้อตกลงกันเองแบบทวิภาคี) ไม่ใช่ “Rule Based” (การอิงกฎกติกา) อีกต่อไป และการสร้างความใกล้ชิดกับภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น รวมถึงการยกระดับความสัมพันธ์กับประเทศอินเดีย ญี่ปุ่นและไต้หวัน สำหรับประเทศไทยนั้นยังคงรักษาความสัมพันธ์แบบสมดุลกับประเทศมหาอำนาจทุกประเทศได้ในระดับที่ดี แม้ว่าประเทศจะประสบปัญหาการเมืองภายในและความถดถอยทางเศรษฐกิจมานับเป็นสิบปีก็ตาม
การสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ยังไม่มีหนทางจบโดยง่าย การบุกจู่โจมจับตัวอดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลาโดยรัฐบาลสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ ๒ และมีการใช้กำลังทหารแบบ Power-Based ซึ่งน่าจะเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติและรุกรานอธิปไตยของประเทศอื่น โดยเมื่อทุกอย่างดูสงบลงในเวเนซุเอลาแล้ว สหรัฐและอิสราเอลก็ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีประเทศอิหร่านอย่างรุนแรงเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และสู้รบกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีการตอบโต้จากอิหร่านอย่างไม่ยอมแพ้ เกิดความสูญเสียอย่างรุนแรงในตะวันออกกลางมากขึ้นตามลำดับ มีการทำลายล้างฐานทัพ แหล่งผลิตและเก็บน้ำมัน ปิดช่องทางเดินเรืออย่างไม่มีใครคาดเดาได้ว่าสงครามครั้งนี้จะจบลงเมื่อใด แม้จะมีปฏิกิริยาไม่เห็นด้วยจากประเทศมหาอำนาจอื่น รวมถึงการส่งเสียงคัดค้านการทำสงครามจากองค์การสหประชาชาติและอีกหลายประเทศซึ่งเป็นภาคีสมาชิกก็ตาม โดยมีการประเมินด้วยว่าจะมีสงครามใหม่ๆ เพื่อแย่งชิงทรัพยากร รวมถึงแร่หายาก (rare earth) จะทำให้โลกของเราไม่มีความสงบสุขอีกต่อไป เพราะกติกาสากลเรื่องการเคารพหลักเขตแดนและอธิปไตยได้ถูกท้าทายจากประเทศผู้ที่เคยร่วมกำหนดไว้เองให้แปรเปลี่ยนเป็นเขตอิทธิพล (Spheres of influence) ที่มีการสร้างและกำหนดกติกาขึ้นเอง
ระเบียบโลกใหม่นี้คือการที่ประเทศมหาอำนาจประเทศหนึ่งหรือมากกว่าได้สร้างระเบียบโลกขึ้นใหม่ในลักษณะของ Power-Based คือการใช้พลังอำนาจที่ตนมีอยู่ อาจมีการสมคบคิด (Conspiracy) รวมอยู่ด้วย และเป็นกติกาใหม่ที่ประชาชน พลเมืองและสังคมไทยต้องมีการปรับตัวแบบฉับพลันและยืดหยุ่นได้ แม้ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับสงคราม หรือปรากฏการณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว หรือจะเกิดขึ้นภายใต้ระเบียบโลกใหม่นี้ก็ตาม การปรับตัวแบบฉับพลันที่ยืดหยุ่นนี้ (Agility และ Adaptability) หมายความรวมถึงมีการวางแผนในการใช้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างเป็นระบบ และปฏิบัติตามคำแนะนำหรือนโยบายของรัฐบาล โดยขอฝากให้ทุกท่านได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ ๙ เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักนำพาในการดำรงชีวิต กล่าวคือ มีความพอประมาณ มีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกัน และมีความรู้คู่คุณธรรม รวมถึงการมีความเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น และมีจิตอาสาในการช่วยเหลือสังคมตามแต่โอกาสจะอำนวย โดยเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเป็นสยามเมืองยิ้ม เป็นมิตรกับทุกประเทศ และเป็นสังคมที่สุขสงบ หากประชาชนในสังคมมีความรัก ความสามัคคี มีคุณธรรม และมีความเมตตาต่อกันแล้ว เราจะสามารถใช้ชีวิตบนระเบียบโลกใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมได้อย่างมีความสุขด้วยความพอเพียงถ้วนทั่วกัน
เมื่อโลกมีระเบียบใหม่ที่ไร้ระเบียบ คนไทยทุกคนต้องปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง การตั้งสติอยู่บนความไม่ประมาท และการตระหนักแต่ไม่ตระหนกต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงและยากที่จะคาดเดาได้นั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ขอฝากไว้ให้คิดและวางแผนในการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
--------------------
ครับ...ได้เวลาแล้วที่ทุกคนต้องทำความเข้าใจกับระเบียบโลกใหม่ เพื่อความอยู่รอดในโลกที่ไร้ระเบียบ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บังคับนายกฯ!
กระหึ่ม! "น้องเนเน่" ทำได้ เป็นแชมป์ America’s Got Talent Season 21 ใครๆ ก็พากันแสดงความยินดี
สถาบันนอกรีต
จะว่าไปแล้วการเมืองไทยก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร หากเทียบกับการเมืองอเมริกาวันนี้ คงผ่านหูผ่านตาไปแล้วกับการกล่าวสุนทรพจน์ของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ในที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ ที่มหานครนิวยอร์ก
ความลับที่ห้องจูปิเตอร์
สุดจริงๆ ครับฝ่ายค้านยุคนี้ ไร้เอกภาพอย่างสิ้นเชิง แต่นั่น ไม่ใช่สิ่งที่พรรคส้มเขาต้องการอยู่แล้ว เสียงในสภาฯ ไม่ใช่สิ่งที่พรรคส้มคาดหวังมาตั้งแต่แรก เพราะโหวตอย่างไรก็แพ้
จะยุบภูมิใจไทย
การบ้านการเมืองช่วงนี้ เหมือนค็อกเทลกำลังถูกเขย่าให้กลมกล่อม ถ้าส่วนผสมพอดี ท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพทันที แต่หากขาดๆ เกินๆ คงได้เห็นภาพหนีเสือปะจระเข้
กูไม่กลัวมึง
ช่วงนี้สภาสูงประเทศไทยฮอตครับ “...ดิฉันอยากจะกระซิบดังๆ ว่า กูไม่กลัวมึง...” นั่นคือคำพูดของ สว.พันธุ์ใหม่ “นันทนา นันทวโรภาส”
ถ้าแก้ได้...อยู่ยาว
ประเทศต้องเดินหน้าต่อไปครับ วานนี้ (๑๘ กันยายน) มีประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙ ที่นายกฯ อนุทิน เป็นประธาน

