
ตำรวจสกัดจับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ดัดแปลงดัดแปลงช่องเก็บยางมะตอยตบตาเจ้าหน้าที่ลักลอบขนยาไอซ์และคีตามีนล็อตมหึมา กว่า 1.7 ตัน เข้ากรุง รวมมูลค่ากว่า 210 ล้านบาท
31 พ.ค.2569 – ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.),พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผู้กำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (ผกก.ดส.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม 1.นายวิทยา หรือติ๊กฯ อายุ 30 ปี 2. นายพงษศักดิ์ หรือศักดิ์ฯ อายุ 45 ปี 3. นายอนุชา หรือนิวฯ อายุ 38 ปี พร้อมด้วยของกลาง 1. ยาไอซ์ จำนวนประมาณ 1,687 กิโลกรัม 2. คีตามีน จำนวนประมาณ 50 กิโลกรัม 3. รถพ่วงบรรทุกถังขนส่งยางมะตอย 1 คัน 4. รถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า 1 คัน 5. โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง มูลค่ารวมกว่า 210,000,000 บาท
โดยกล่าวหาว่า กระทำความผิดฐาน 1. ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และ ทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และ 2. ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน จับกุมบริเวณหน้าริมถนนสาธารณะหน้าตลาดแห่งหนึ่ง ต.ดอนทอง อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก
พฤติการณ์แห่งการจับกุมสืบเนื่องจากช่วงต้นปี พ.ศ.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.ดส. ได้ทำการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาเป็น “นักบิน” ที่ลักลอบขนยาเสพติดมาเก็บซุกซ่อนในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจากการสืบสวนขยายผลต่อมา พบว่า กลุ่มผู้ต้องหาไปรับยาเสพติดจากผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ซึ่งใช้รถบรรทุกถังขนส่งยางมะตอยในการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด โดยได้ดัดแปลงช่องสำหรับเก็บของเหลวให้เป็นที่เก็บซุกซ่อนยาเสพติดเพื่ออำพรางสายตาและการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
กระทั่งสืบทราบว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายดังกล่าว จะใช้รถบรรทุกถังขนส่งยางมะตอยขึ้นไปรับยาเสพติด จากผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย เพื่อนำมาเก็บซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ชั้นในและลักลอบจำหน่ายให้แก่ประชาชนต่อไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถบรรทุกถังขนส่งยางมะตอย คันที่เชื่อว่าใช้ในการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ขับผ่านมา ซึ่งจากการสะกดรอยและสังเกตการณ์ พบว่ามีรถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า อีกคันหนึ่ง ขับตามกันมาในลักษณะเป็นรถนำรถตาม เพื่อตรวจการณ์และอำนวยความสะดวกในการลำเลียงยาเสพติด ขับผ่านมายังตำบลดอนทอง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นทำการจับกุม
ซึ่งจากการตรวจค้นภายในรถบรรทุกฯ พบยาเสพติดเป็นยาไอซ์ประมาณ 1,687 กิโลกรัม และคีตามีน ประมาณ 50 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บของเหลวซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้ดัดแปลงไว้เพื่อใช้สำหรับเก็บซุกซ่อนยาเสพติดโดยเฉพาะ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบ และนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วันนอร์' ชี้ 'ยาเสพติด-สินค้าเถื่อน' อาจมีส่วนทำไฟใต้ไม่สงบ หนุนรัฐพูดคุยควบคู่ปราบปราม
‘วันนอร์’ ชี้ ดับไฟใต้ต้องพูดคุยควบคู่ปราบปราม ระบุ ประกาศใช้กฎอัยการนราธิวาส เป็นเรื่องฝ่ายปฏิบัติประเมิน บอกยาเสพติด-สินค้าเถื่อน อาจมีส่วนทำให้ไม่สงบ
ศาลสหรัฐฯ จะเริ่มพิจารณาคดีของ ‘มาดูโร’ ในเดือนมิถุนายน 2027
สหรัฐอเมริกาจะเริ่มการพิจารณาคดีของ นิโกลัส มาดูโร ในวันที่ 1 มิถุนายน 2027 ศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์กกำหนดวันดังกล่าวเมื่อวันพุธ ต่อหน้าอดีตประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา มาดูโร วัย 63 ปี อาจต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตในข้อหา “ก่อการร้ายยาเสพติด”
ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านเฟซบุ๊ก ยึดยาเค-คอลลาเจนเมาเพียบ
พ.ต.อ.วงศกร วันชัย ผกก.สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนากร พาเบ้า สว.กก.สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาอายุ 18 ปี จำนวน 4 คน พร้อมยาเคหรือคีตามีนคอลลาเจน อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ เครื่องกระสุนปืน และโทรศัพท์มือถือ หลังสืบสวนพบพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยา
ดีเอสไอ ยื่นขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน 2 ชาวลาว ลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติพัวพันคดีแอร์สาว
ดีเอสไอ เตรียมรวบรวมหลักฐานสำคัญยื่นอัยการสูงสุด ขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน "สองพ่อลูกชาวลาว" คดีสั่งการขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ใช้ริมฝั่งแม่น้ำโขงในไทย ลอบส่งพัสดุซุกเฮโรอีนจากลาว เตรียมส่งปลายทางออสเตรเลีย-ไต้หวัน หลังเร่งสอบปากคำพยานสำคัญ-ขยายผล
ทลาย 'ผับลับ' ย่านห้วยขวาง เปิด 24 ชม. เน้นให้เล่นยาเต็มกราฟ จับได้ 11 ราย
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติด นำกำลังสืบ บก.น.1 สน.ห้วยขวาง และ ป.ป.ส.กทม. เปิดปฏิบัติการทลาย “ผับลับอัพยา” นำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.99/2569 ลงวันที่ 17 ก.ค. 69 เข้าตรวจสอบ อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ริมถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จับกุมตัวผู้ต้องหา 11 ราย ตรวจยึดของกลาง
'รัฐบาลอนุทิน' ย้ำ 'กัญชาไม่เสรี' คุมเข้มช่อดอก ฝ่าฝืนเจอคุก
รัฐบาลยัน 'กัญชาไม่เสรี' ย้ำประกาศ สธ. คุมเข้มช่อดอก ซื้อ-ขายต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น เตือนลอบขนออกนอกประเทศโทษหนัก จำคุก 10 ปี ปรับ 4 เท่า

