ทหารพรานบูรณาการ ตชด. เปิดปฏิบัติการไล่ล่ารถเก๋งต้องสงสัยขนยาเสพติด หลังฝ่าด่านตรวจริมโขง จ.นครพนม เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยิงสกัดยาง ก่อนรถล้อหลุดเสียหลักกลางสะพานใน อ.บ้านแพง จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมไอซ์ราว 200 กิโลกรัม สารภาพรับจ้างขนส่งไป จ.ขอนแก่น ขณะที่เจ้าหน้าที่ชี้ขบวนการค้ายาเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงจากภาคเหนือสู่แนวชายแดนแม่น้ำโขง
24 มิถุนายน 2569 - ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 (ตชด.237) ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ร.อ.อาคม คำจุลฬา ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2102 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และ ร.ต.อ.จรณ์ แก้วคำแสน หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว ตชด.237 ร่วมกันแถลงผลจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม และรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีดำ ทะเบียน ขค 5957 อุบลราชธานี
การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณสะพานข้ามห้วย บ้านม่วงชี หมู่ 4 ต.โพนทอง อ.บ้านแพง จ.นครพนม หลังเจ้าหน้าที่ไล่ติดตามรถต้องสงสัยเป็นระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ขณะทหารพรานที่ 2102 สนธิกำลังกับ ตชด.237 ออกลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง ในพื้นที่บ้านหาดทรายเพ ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน พบรถเก๋งวิ่งอยู่บนถนนเลียบแม่น้ำโขงเพียงคันเดียวในช่วงเวลาดึก จึงส่งสัญญาณให้หยุดตรวจ แต่คนขับกลับเร่งเครื่องฝ่าวงล้อม มุ่งหน้าสู่ถนนทางหลวงหมายเลข 212 ไปทาง อ.บ้านแพง
เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามและยิงสกัดยางรถเพื่อหยุดการหลบหนี แต่ผู้ขับยังคงขับต่อทั้งที่ยางได้รับความเสียหาย กระทั่งล้อรถหลุด รถเสียหลักหยุดอยู่กลางสะพานข้ามห้วยในพื้นที่บ้านม่วงชี เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายไว้ได้ พร้อมตรวจค้นพบกระสอบบรรจุไอซ์ 4 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 200 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ
ผู้ต้องหาทั้งสองคือ นายพีระกานท์ สมุหบาล หรือ "หัด" อายุ 18 ปี และนายวิศรุต ศรีประดู่ หรือ "ปาย" อายุ 26 ปี ทั้งคู่เป็นชาว อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร
จากการสอบสวน นายพีระกานท์ให้การว่า เพิ่งรับจ้างขนยาเสพติดเป็นครั้งแรก โดยมีนายหน้าติดต่อให้เดินทางมารับรถที่ จ.นครพนม พร้อมให้ค่าเดินทางล่วงหน้า 5,000 บาท ก่อนชักชวนนายวิศรุตร่วมเดินทาง ทั้งสองพักรออยู่ในรีสอร์ตนาน 3 วัน กระทั่งได้รับคำสั่งให้ไปรับรถที่สถานีขนส่งนครพนม แล้วขับไปยังจุดรับยาเสพติดริมแม่น้ำโขง
เมื่อถึงจุดนัดหมาย มีชายหลายคนช่วยกันยกกระสอบยาเสพติดขึ้นรถ ก่อนสั่งให้ขับไปตามถนนเลียบแม่น้ำโขง แล้วออกสู่ทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้า จ.ขอนแก่น แต่ระหว่างทางพบเจ้าหน้าที่ จึงตัดสินใจหลบหนีจนถูกจับกุม
ด้านนายวิศรุตยอมรับว่า รู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และหากย้อนเวลากลับไปได้จะไม่รับงานผิดกฎหมายอีก เพราะเป็นห่วงภรรยาและลูกที่ยังไม่ทราบข่าวการจับกุม
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพง ดำเนินคดีตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ช่วงที่ผ่านมา พบการลักลอบลำเลียงยาไอซ์ผ่านแนวชายแดนแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติปรับเปลี่ยนเส้นทาง หลังพื้นที่ชายแดนภาคเหนือถูกคุมเข้ม ทำให้หันมาใช้จังหวัดริมแม่น้ำโขง เช่น นครพนม มุกดาหาร บึงกาฬ และหนองคาย เป็นเส้นทางลำเลียง ก่อนส่งต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศและต่างประเทศต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทลาย 6 เครือข่ายขายข้อมูลส่วนบุคคล ยึดกว่า 9 ล้านรายชื่อ เสียหายทะลุ 2 พันล้าน
ตำรวจสอบสวนกลางร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ตร.ไซเบอร์รวบสาวลาว ขับรถปล่อย SMS ลิงก์ปลอมกลางกรุง
ตำรวจไซเบอร์ประสาน AIS แกะรอยขบวนการใช้รถยนต์ติดตั้งสถานีฐานจำลอง ตระเวนปล่อยสัญญาณส่ง SMS หลอกประชาชนตามย่านชุมชนและพื้นที่คนพลุกพล่าน สุดท้ายตามสกัดรถต้องสงสัยในพื้นที่บางขุนเทียน ห
รัฐบาลโชว์ผลงานปราบบัญชีม้า ลดฮวบทุกประเภท คดีออนไลน์วูบกว่าครึ่ง
โฆษกรัฐบาล โวผลงานปราบบัญชีม้าและอาชญากรรมออนไลน์อย่างเข้มข้นตั้งแต่ “รัฐบาลอนุทิน 1” พบจำนวนบัญชีม้าบุคคลลดลง 76.9% นิติบุคคลลด 88.4%
รวบ 'เอ็ม' ไรเดอร์ส่งยา ตบตาใส่เสื้อส่งอาหาร ลอบส่งพอตเค-เคตามีน
ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ ก่อนจับกุม นายวิทวัฒน์ หรือ “เอ็ม” อายุ 23 ปี
เปิดปฏิบัติการ ’The Red Line‘ ล่าแก๊งนายร้อยปอยเปต กดเงิน 123 ล้าน
กองปราบเปิดปฏิบัติการ “The Red Line เส้นตายสายกดเงิน” ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ “นายร้อยปอยเปต” หลอกหมอเหยื่อคดีฟอกเงิน บังคับวิดีโอคอลเปิดฉากหลังเป็นโรงพัก พร้อมใช้หมายศาลปลอมกดดันให้โอนเงิน พบเครือข่ายพัวพัน 76 คดี ความเสียหายรวมกว่า 123 ล้านบาท
นายกฯ เรียกบิ๊ก ตร. ถกปราบนอมินีต่างชาติ ลั่นกวาดให้สิ้นซาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้เรียก พล.ต.อกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

