'เสธ.หิ' สะกิดตำรวจใช้ดุลพินิจ คดีจับทหารพรานกลับจาก 3 จว.ชายแดนใต้ พกพาอาวุธปืน

13 ก.ค.2569-ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคกล้าธรรม โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “รอดตายจากชายแดน เพื่อมาเป็นผู้ต้องหา” เนื้อหาระบุว่า ข่าวการจับกุมทหารพรานในข้อหาพกพาอาวุธที่เดินทางกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยหนึ่งซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในเขตพื้นที่ปลอดภัย ข่าวในลักษณะเช่นนี้มีเกิดขึ้นหลายครั้ง ในอดีตผู้ที่ถูกจับกุมมีทั้งทหารและแม้แต่ตำรวจด้วยกันเอง ถ้าจำไม่ผิด เคยมีข่าวดังในอดีตที่ผู้ถูกจับกุมเป็นตำรวจ ซึ่งมีพื้นที่ปฏิบัติการอยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และอยู่ในระหว่างการลาพักเพื่อกลับมาเยี่ยมบ้านเช่นกัน

ผมมีความเข้าใจและเห็นใจผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงลักษณะนี้ อยากจะให้ท่านผู้ปฏิบัติหน้าที่ในเขตเมืองได้โปรดใช้ดุลพินิจพิจารณาให้รอบคอบ ผมไม่ได้ตำหนิพวกท่านนะครับ เพราะพวกท่านหลายคนอาจมองไม่ออกหรอกครับว่า หากต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างสามจังหวัดชายแดนใต้ มันต้องระมัดระวังตัวขนาดไหน ความกลัวตายมีด้วยกันทุกคนครับ นอกจากหลวงพ่อหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือแล้ว สิ่งที่เชื่อถือได้ดีที่สุดก็คืออาวุธปืนพกประจำกายนี่แหละครับ แล้วเวลากลับจากปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่พอออกเวรแล้วโจรมันจะไม่ยิงนะครับ ในระหว่างเดินทางกลับมาบ้าน ไม่ใช่ช่วงเวลาพักครึ่งในสนามฟุตบอลที่จะเดินทางได้อย่างปลอดภัย ทุกคนก็ต้องระวังตัวครับ

หากท่านใช้ดุลพินิจพิจารณาสักหน่อย ก็จะเป็นการให้ความยุติธรรมกับผู้ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยซึ่งมีอันตรายตลอดเวลา ถ้าเขาพกอาวุธสงคราม เช่น ปืนเอ็ม 16 ปืนเอสเค ปืนอาร์ก้า หรือพกระเบิดสังหาร เดินทางกลับมาพักบ้าน อันนี้ก็สมควรโดนจับกุมนะครับ แต่ถ้าเขาพกอาวุธปืนพกประจำกายเพื่อใช้ป้องกันตัวเอง แล้วโดนจับกุม ผมว่ามันโหดร้ายเกินไปสำหรับคนทำงานนะครับ และตามข่าวเท่าที่ติดตามดู ผู้ที่ถูกจับกุมก็ชี้แจง และมีกิริยาที่เป็นสุภาพชน การที่หน่วยงานของท่านจับกุมนั้นก็ไม่ผิดหรอกครับ เพราะหน่วยของท่านมีอำนาจตามกฎหมาย

ผมก็ได้แต่เห็นใจทหารพรานผู้ถูกจับกุมดำเนินคดี คงได้แต่ให้กำลังใจนะครับ ขอให้ท่านทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป คิดในทางดี อโหสิกรรมกันไปครับ ขอให้บุญกุศลที่ท่านเอาชีวิตของท่านเข้าแลกเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในสามจังหวัดชายแดนใต้ ได้โปรดดลบันดาลให้ผู้มีอำนาจในการตัดสิน ได้เข้าใจและเห็นใจในความจำเป็นของการพกพาอาวุธเพื่อป้องกันตนเอง และได้โปรดให้ความยุติธรรม ให้ท่านพ้นภัยในครั้งนี้ สาธุ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผงะ! เจอร่างทารกแรกเกิด ซุกถุงทิ้งขยะย่านเทพารักษ์

เมื่อเวลา 01.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งเหตุจากพนักงานเก็บขยะของเทศบาลว่า พบศพเด็กทารกถูกนำมาทิ้งไว้ในถังขยะตรงอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง

'อนุทิน' สวนดรามาจัดฉากค้นรถ ยันตำรวจไม่รู้ ไปทีมส่วนตัวไร้รถนำ

'อนุทิน' สวนดรามาเข้าด่านตรวจ ให้คิดเรื่องอื่นดีกว่า บอกไม่ได้ไปบุรีรัมย์นานแล้ว ไร้รถนำขบวนไปกับทีมส่วนตัว พอดีผ่านด่านตำรวจไม่รู้

อ้าว! 'ชัยชนะ' โพสต์ภาพร่วมโต๊ะอาหาร 'รอง ผกก.ทุ่งใหญ่' บอก 'มิตรภาพที่ยืนยาวมั่นคง'

ชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพถ่ายระหว่างร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว มี รองผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ร่วมโต๊ะ

'ป.ป.ช.' เร่งคดีโกงสอบท้องถิ่น ยันไม่เจอตอ ฮึ่มสาวถึงใครฟันหมด

รองเลขาฯป.ป.ช. เผยคดีโกงสอบท้องถิ่นคืบ กระจายตัวทำงาน เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน-ตรวจกระดาษคำตอบ ย้ำทำตามกรอบ 3-6 เดือน ปัดล่าช้า ขอประชาชนใจเย็น ยันไม่เจอตอ ฮึ่มสาวถึงใครฟันหมด

สตช. แจงเกณฑ์ตำรวจพกปืน ยึดบริบทปฏิบัติหน้าที่ ย้ำสถานะ ตร. 24 ชม.

สตช. แจงหลักเกณฑ์ตำรวจพกปืน ยึดความจำเป็นและบริบทการปฏิบัติหน้าที่ ชี้เป็นตำรวจ 24 ชม. เหตุซึ่งหน้าจับกุม ระงับเหตุได้ตามอำนาจหน้าที่ ส่วนสาธารณะต้องเก็บมิดชิดเหมาะสมกับภารกิจ