
รองโฆษก ตร. เผยคดีรุ่นพี่มหาวิทยาลัยที่ จ.นครราชสีมา รับน้องโหดจนเสียชีวิต พงส.สอบปากคำพยานไปแล้ว 59 ปาก สอบผู้ต้องหา 7 ราย เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มอีกเพียง คาด 30 วันสรุปสำนวนดำเนินการตามขั้นตอน กม.ต่อไป
20 มี.ค.2565-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีกลุ่มรุ่นพี่ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จว.นครราชสีมา ที่นำรุ่นน้องออกไปจัดกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่แล้วเกิดเหตุมีรุ่นน้องเสียชีวิตว่าขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.มะเริง ได้สอบสวนปากคำพยานไปแล้ว 59 ราย สอบสวนปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดจำนวน 7 ราย พร้อมได้แจ้งข้อกล่าวหาในฐานความผิดร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย อีกทั้งอยู่ระหว่างสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ,ร่วมกันในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการรังแกหรือข่มเหงผู้อื่น หรือกระทำให้ผู้อื่นได้รับความอับอายหรือเดือนร้อนรำคาญ ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 397 และ ร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ อันเป็นการฝ่าฝืน ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9(2) แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และจะเร่งรัดทำการสอบสวนให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
“พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีด้วยความรวดเร็ว ตรงไปตรงมา พิสูจน์ทราบทำความจริงให้ปรากฎ ด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เน้นหลักนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญในการรวบรวมพยานหลักฐานมาประกอบคดี”
รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ขอฝากเตือนไปยังรุ่นพี่สถาบันต่างๆ ที่จะจัดกิจกรรมรับน้องหรือบังคับรุ่นน้องให้ไปร่วมกิจกรรมโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ละเมิดสิทธิและความเสมอภาค หากมีการกระทำผิด มีการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จะถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย มีประวัติและเสียอนาคตได้ และขอฝากคณะครูอาจารย์ของสถาบันต่างๆให้ช่วยลงไปกำกับดูแลการจัดกิจกรรมของนักเรียน นักศึกษา ควรมีมาตรการในการป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ การรับน้องแบบละเมิดสิทธิและความเสมอภาคจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก และขอให้นำเหตุการณ์ดังกล่าวมาเป็นอุทาหรณ์ให้กับรุ่นพี่นักเรียน นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ รวมถึงการจัดกิจกรรมที่ไม่คำนึงความปลอดภัยและไม่เหมาะสม หากจะจัดกิจกรรมรับน้องก็ควรจัดกิจกรรมให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์ คำนึงถึงความปลอดภัย ความพร้อมร่างกาย จิตใจ ของรุ่นน้อง หรือผู้เข้าร่วมเเต่ละบุคคล การจัดกิจกรรมจะต้องปรึกษาคณะครู อาจารย์ของสถาบันก่อน อย่าทำไปโดยพลการ ไม่ว่าจะเป็นด้วยความคึกคะนอง หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้วเกิดการบาดเจ็บ หรือสูญเสีย ตัวผู้กระทำเองก็จะถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เสียประวัติและอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มหาดไทยผนึกตำรวจ 17 จังหวัดเหนือ ยก 'ทีมอำเภอ' ลุยยาเสพติด ปืนเถื่อน ซีลชายแดน
“เจเศรษฐ์” เปิด Workshop ภาคเหนือ รวมฝ่ายปกครอง-ตำรวจ 17 จังหวัด วาง “ทีมอำเภอ” เป็นกลไกหลักขับเคลื่อนความมั่นคงเชิงรุก ใช้ One Data-โต๊ะข่าว
ผงะ! เจอร่างทารกแรกเกิด ซุกถุงทิ้งขยะย่านเทพารักษ์
เมื่อเวลา 01.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งเหตุจากพนักงานเก็บขยะของเทศบาลว่า พบศพเด็กทารกถูกนำมาทิ้งไว้ในถังขยะตรงอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง
'อนุทิน' สวนดรามาจัดฉากค้นรถ ยันตำรวจไม่รู้ ไปทีมส่วนตัวไร้รถนำ
'อนุทิน' สวนดรามาเข้าด่านตรวจ ให้คิดเรื่องอื่นดีกว่า บอกไม่ได้ไปบุรีรัมย์นานแล้ว ไร้รถนำขบวนไปกับทีมส่วนตัว พอดีผ่านด่านตำรวจไม่รู้
อ้าว! 'ชัยชนะ' โพสต์ภาพร่วมโต๊ะอาหาร 'รอง ผกก.ทุ่งใหญ่' บอก 'มิตรภาพที่ยืนยาวมั่นคง'
ชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพถ่ายระหว่างร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว มี รองผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ ร่วมโต๊ะ
จับตา 'บิ๊กต่าย' ชง ก.ตร.เคาะโผนายพลปลาย ส.ค. 'พล.ต.ต.วิวัฒน์' ลุ้นขยับ
จับตาโผนายพลตำรวจปลายเดือนสิงห
'ป.ป.ช.' เร่งคดีโกงสอบท้องถิ่น ยันไม่เจอตอ ฮึ่มสาวถึงใครฟันหมด
รองเลขาฯป.ป.ช. เผยคดีโกงสอบท้องถิ่นคืบ กระจายตัวทำงาน เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน-ตรวจกระดาษคำตอบ ย้ำทำตามกรอบ 3-6 เดือน ปัดล่าช้า ขอประชาชนใจเย็น ยันไม่เจอตอ ฮึ่มสาวถึงใครฟันหมด

