
ตำรวจ สน.นางเลิ้ง เข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แจ้งข้อหาเพิ่ม “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” หลังสอบสวนพบข้อพิรุธหนังสือมอบอำนาจที่ใช้แจ้งความกล่าวหาอดีตผู้การสืบสวนภาค 2 เรียกรับผลประโยชน์ เผยปมขัดแย้งคดีกรรโชกทรัพย์ พ่วงข้อกล่าวหาข่มขู่คุกคามพยาน เจ้าตัวให้การปฏิเสธ ตำรวจเตรียมอายัดตัวดำเนินคดี คาดมีคดีอื่นตามมาอีก
9 ตุลาคม 2569 - มีรายงานข่าวว่า คณะพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เดินทางเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ในความผิดฐานแจ้งความเท็จเพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม รวมอีก 1 คดี โดยนายอัจฉริยะเป็นผู้ต้องขังในคดีฉ้อโกงประชาชน ซึ่งถูกดำเนินคดีและฝากขังตามอำนาจศาลอาญา และไม่ได้รับการประกันตัว
การแจ้งข้อกล่าวหาครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายอัจฉริยะเดินทางไปแจ้งความที่ สน.นางเลิ้ง เพื่อดำเนินคดีกับนายตำรวจยศ พล.ต.ต. อดีตผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและเรียกรับผลประโยชน์ โดยอ้างว่าได้รับมอบอำนาจจากบุคคลหนึ่ง พร้อมนำหนังสือมอบอำนาจมาใช้ประกอบการแจ้งความ กล่าวหาว่านายตำรวจคนดังกล่าวเรียกรับผลประโยชน์ และนายอัจฉริยะได้ส่งมอบเงินให้บริเวณหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่นัดหมายไว้บริเวณหน้า สน.นางเลิ้ง
รายงานข่าวระบุว่า จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า หนังสือมอบอำนาจที่นายอัจฉริยะนำมาใช้แจ้งความเป็นเอกสารที่ถูกปลอมขึ้นทั้งฉบับ โดยบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้มอบอำนาจไม่ได้อยู่ในประเทศไทย และเมื่อทราบเรื่องได้ให้ญาติเข้าแจ้งความว่า ตนไม่ได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อในเอกสารดังกล่าว
นอกจากนี้ ผลการสอบสวนยังระบุว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการส่งมอบเงินให้นายตำรวจไม่มีมูลความจริง โดยพบข้อพิรุธเกี่ยวกับช่วงเวลาที่นายอัจฉริยะอ้างว่าเกิดเหตุในเดือนมกราคม 2568 แต่หนังสือมอบอำนาจลงวันที่เดือนเมษายน 2569 ก่อนนำมาแจ้งความเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันมาก รวมถึงพบข้อพิรุธอื่นอีกหลายประการ
ต่อมา นายตำรวจยศ พล.ต.ต. อดีตผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะในข้อหาแจ้งความเท็จเพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม
สำหรับมูลเหตุของคดี รายงานข่าวระบุว่า นายอัจฉริยะเข้าใจว่านายตำรวจคนดังกล่าวอยู่เบื้องหลังคดีที่ตนถูกกองปราบปรามดำเนินคดีข้อหากรรโชกทรัพย์ และต้องการให้นายตำรวจช่วยเหลือทางคดี โดยก่อนหน้านี้มีพฤติการณ์ข่มขู่ให้ควบคุมพยานผู้เสียหายตามที่ตนต้องการ เพื่อให้พ้นจากคดีกรรโชกทรัพย์ แต่เมื่อไม่ได้รับความร่วมมือ จึงถูกกล่าวหาว่าแต่งเรื่องและนำเอกสารปลอมมาแจ้งความ เพื่อกดดันให้นายตำรวจดำเนินการตามความต้องการ
รายงานข่าวยังระบุว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นายอัจฉริยะพร้อมลูกน้องได้เดินทางไปยังบ้านญาติของบุคคลที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้มอบอำนาจ โดยมีพฤติการณ์พูดจาข่มขู่ คุกคาม และติดตามหาตัวบุคคลดังกล่าว เพื่อให้ยืนยันว่าหนังสือมอบอำนาจไม่ได้ถูกปลอมขึ้น
ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน เกิดเหตุคนร้าย 2 คนขว้างก้อนหินใส่บ้านนายอัจฉริยะ ซึ่งตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุและผู้รับงานได้ โดยจากการสอบสวนพบว่า ผู้ว่าจ้างให้ก่อเหตุเป็นบุคคลที่นายอัจฉริยะกล่าวอ้างว่าเป็นผู้มอบอำนาจให้ไปแจ้งความ ก่อนเกิดการโต้เถียงกันทางโทรศัพท์ระหว่างทั้งสองฝ่าย
แหล่งข่าวระบุอีกว่า จากการตรวจสอบพฤติการณ์ของนายอัจฉริยะ พบการนำข้อมูลหรือความลับของบุคคลอื่นมาใช้ข่มขู่ว่าจะเปิดเผยต่อสาธารณะ รวมถึงการใช้กระบวนการยุติธรรมและสื่อมวลชนเป็นเครื่องมือกดดัน โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องยูทูบชื่อ “โคนันเมืองไทย” ซึ่งเจ้าหน้าที่กล่าวหาว่ามีการนำข้อความอันเป็นเท็จมาเผยแพร่เพื่อข่มขู่คุกคามบุคคลอื่นให้เกิดความหวาดกลัวและยอมทำตามความต้องการ
ส่วนคดีฉ้อโกงประชาชนที่นายอัจฉริยะถูกจับกุมก่อนหน้านี้ รายงานข่าวอ้างว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบเงินจำนวนมากที่ได้มาจากการข่มขู่บุคคลอื่น ถูกนำไปใช้เล่นการพนันทายผลมวยผ่านเว็บไซต์พนันออนไลน์ ทั้งที่นายอัจฉริยะไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง แต่กลับมีเงินหมุนเวียนเข้าบัญชีจำนวนมาก
รายงานข่าวระบุว่า พนักงานสอบสวนมองว่าพฤติการณ์ในคดีล่าสุดเป็นการนำเอกสารมอบอำนาจปลอมมาใช้ประกอบการแจ้งความเท็จ เพื่อกล่าวหานายตำรวจและกดดันให้ช่วยเหลือคดีกรรโชกทรัพย์ รวมถึงมีพฤติการณ์ข่มขู่คุกคามญาติของบุคคลที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้มอบอำนาจ ซึ่งเข้าข่ายการยุ่งเหยิงพยานหลักฐานและคุกคามพยาน
อย่างไรก็ตาม ในการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมครั้งนี้ นายอัจฉริยะให้การปฏิเสธ โดยพนักงานสอบสวนยืนยันว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดี และขั้นตอนต่อไปจะดำเนินการอายัดตัวนายอัจฉริยะไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ มีรายงานว่าอาจมีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือออกหมายจับนายอัจฉริยะในคดีอื่นเพิ่มเติมอีกหลายคดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กองปราบยื่นถอนประกัน 'อัจฉริยะ' ข่มขู่พยานคดีกรรโชกทรัพย์ ตม.
กองปราบยื่นถอนประกัน “อัจฉริยะ” คดีกรรโชกทรัพย์ตำรวจ ตม. ชี้ มีพฤติกรรมข่มขู่พยาน ขณะที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง จ่อแจ้งข้อหาเพิ่มฐานใช้เอกสารปลอมแจ้งความจับอดีตผู้การฯ สืบภาค 2
'ตร.' คุมตัวฝากขังศาล 'อัจฉริยะ' ลั่นเงิน 191 ล้าน แจงได้ทุกประเด็น เชื่อมีใบสั่งเล่นงาน
ตำรวจไซเบอร์คุมตัว ’อัจฉริยะ’ ฝากขังคดีฟอกเงิน-ฉ้อโกงประชาชน เจ้าตัวลั่นเงิน 191 ล้านชี้แจงได้ทุกประเด็น เชื่อมีใบสั่งเล่นงาน
ยังรอดคุก! ศาลให้ประกัน 'อัจฉริยะ' คดีตบทรัพย์เซียนพระดัง
ตำรวจกองปราบหิ้ว 'อัจฉริยะ' ตบทรัพย์เซียนพระดังชลบุรี เรียกรายเดือนรวม 1.3 ล้าน ข่มขู่ยัดคดีบุหรี่ไฟฟ้า ศาลอาญาให้ประกัน 4 เเสน กำชับทำตามเงื่อนไขเคร่งครัด
'อัจฉริยะ' รอดคุก ศาลเมตตาให้ปล่อยชั่วคราว
"อัจฉริยะ" รอดคุก ศาลเมตตาให้การปล่อยชั่วคราว เงื่อนไขห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหายหรือเป็นอุปสรรค กับพนักงานสอบสวนยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ตำรวจแถลงจับ 'อัจฉริยะ' รีดเงิน 2.5 ล้าน จ่ายแล้วไม่จบ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ,พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.),พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมพวกรวม 6 คน ข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์
อัยการกางกฎหมาย คดีนักร้องรีดเงินเหยื่อ เข้าเงื่อนไขข้อหากรรโชกทรัพย์เป็นปกติธุระ
อัยการกางกฎหมาย เคสนักร้องรีดเงินเหยื่อ เข้าเงื่อนไขข้อหา“กรรโชกทรัพย์เป็นปกติธุระ” ผิดกฎหมายฟอกเงิน ส่ง ปปง.อายัดทรัพย์เหมือนคดีทนายตั้ม

