17 พ.ค.2565 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลได้ให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายในทำนองว่า พี่น้องประชาชนสามารถไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพิสูจน์วัดปริมาณแอลกอฮอล์ในการขับขี่รถ หรือ ที่เรียกกันโดยเข้าใจง่ายว่า “เป่าเมา” โดยอ้างจากข้อกฎหมายบางประการ และได้เทียบเคียงไปถึงการตรวจหาสารเสพติดด้วยนั้น
พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า การให้ข้อมูลในลักษณะดังกล่าว อาจทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเรียนให้ทราบว่า "เป็นหลักสากล ในประเทศที่ปกครองด้วยนิติรัฐ กฎหมายไม่อนุญาตให้แสวงหาหลักฐานจากร่างกายของผู้เกี่ยวข้องในคดี เว้นแต่จะได้รับความยินยอม"
ในส่วนของกฎหมายประเทศไทย มีระบุไว้ใน "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 131/1"
“ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามมาตรา 131 ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจให้ทำการตรวจพิสูจน์บุคคล วัตถุ หรือเอกสารใด ๆ โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้
"ในกรณีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี" หากการตรวจพิสูจน์ตามวรรคหนึ่ง "จำเป็นต้องตรวจเก็บตัวอย่าง เลือด เนื้อเยื่อ ผิวหนัง เส้นผมหรือขน น้ำลาย ปัสสาวะ อุจจาระ สารคัดหลั่ง สารพันธุกรรมหรือส่วนประกอบของร่างกายจากผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือบุคคล ที่เกี่ยวข้อง" ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบมีอำนาจให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญดำเนินการตรวจดังกล่าวได้ แต่ต้องกระทำเพียงเท่าที่จำเป็นและสมควรโดยใช้วิธีการที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดน้อยที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ ทั้งนี้จะต้องไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรืออนามัยของบุคคลนั้น และ "ผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องต้องให้ความยินยอม" "หากผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายไม่ยิมยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควร" หรือผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายกระทำการป้องปัด ขัดขวาง มิให้บุคคลที่เกี่ยวข้องให้ความยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควร "ให้สันนิษฐานไว้เบื้องต้น" ว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามผลการตรวจพิสูจน์ ที่หากได้ตรวจพิสูจน์แล้ว "จะเป็นผลเสียต่อผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายนั้น" แล้วแต่กรณี
ค่าใช้จ่ายในการตรวจพิสูจน์ตามมาตรานี้ ให้สั่งจ่ายจากงบประมาณตามระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม หรือสำนักงานอัยการสูงสุด แล้วแต่กรณี กำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง”
ในกรณีเกี่ยวกับ "พระราชบัญญัติจราจรทางบก" นั้น เจตนารมณ์ของกฎหมายเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน "หากเจ้าหน้าที่พบผู้ขับขี่มีสัญญาณว่า อาจจะเกิดอาการเมา หรืออาจจะดื่มสุรามา ก็มีอำนาจที่จะตรวจพิสูจน์ หากผู้ขับขี่ไม่ยินยอม ก็จะเป็นข้อสันนิษฐานของกฎหมายได้เลยว่า ผู้ขับขี่นั้นอาจเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น" ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 43 และ มาตรา 142 ซึ่งจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ "ขอให้พี่น้องประชาชนใช้ความระมัดระวังในการรับฟังข้อมูล" จากแหล่งข่าวต่าง ๆ โดยเฉพาะจากสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งนี้ สามารถศึกษาข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อกฎหมายได้จากเว็บไซต์หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหรือเว็บไซต์ของสถานศึกษา ตลอดจนสถาบันที่มีภาควิชากฎหมาย และหากพี่น้องประชาชนพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายหรือแจ้งเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่านหรือสายด่วน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สมช.' สั่ง ตร.-หน่วยข่าว คุมเข้มสถานทูตสหรัฐ-อิหร่าน-อิสราเอล สกัดเฟกนิวส์
'สมช.' มอบ ‘ตำรวจ-หน่วยการข่าว’ คุมเข้มสถานทูตอเมริกา-อิหร่าน-อิสราเอล พร้อมบุคคลสุ่มเสี่ยงที่เข้าออกประเทศ จัดการโซเชียลบิดเบือนสร้างความแตกแยก
ด่วน! CIB ออกหมายจับ 'เบนสมิธ-ภรรยา' พบหลักฐานหลอกลงทุนข้ามชาติ ลุยค้น 6 จุดเป้าหมาย
เพจตำรวจสอบสวนกลาง โพสต์ CIB ออกหมายจับ เบน สมิธ - ภรรยา พบหลักฐานชัด หลอกลงทุนข้ามชาติ
'ผญบ.' คลั่ง! ยิงเพื่อนบ้านดับ ก่อนรัวปืนใส่นายกเทศมนตรี
เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายพกอาวุธ ปืนพกสั้นและปืนลูกซองยาว ขับรถจักรยานยนต์บุกเข้าไปในบริเวณบ้านของนายพยงค์ สงวนถ้อย
'แรงงานเมียนมา' เปิดศึกเพื่อนร่วมชาติ แทงคออาการสาหัส
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ รับแจ้งมีคนถูกทำร้ายร่างกาย ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส กลางซอยระหว่างซอยร่วมพัฒนากับซอยบาบูเต็ก
ตร.แนะนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางในไทย ติดต่อตำรวจท่องเที่ยว ประสานดูแลความปลอดภัย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โพสต์แจ้งเตือนคนไทยในตะวันออกกลาง โปรดเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว
ตำรวจไซเบอร์บุกจับหนุ่มโพสต์ขายซิมม้า ขยายผลแก๊งสแกมเมอร์
พ.ต.ท.เจษฎา แปงการิยา รอง ผกก.3 บก.สอท.3 พร้อมชุดสืบสวน ได้ทำการสืบสวนผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 1366/2568 ลงวันที่ 24 ธ.ค. 2568 ในข้อหา "เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ

